ทส.ตั้งเป้าห้ามนำเข้าเศษพลาสติก-ซากอิเล็กทรอนิกส์ จี้ผลักดันขยะพิษตกค้างกลับประเทศต้นทาง


เพิ่มเพื่อน    

 

 

     วันที่ 3 ก.ย.- กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประธานการประชุม 

     นายวราวุธ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะ มาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ ติดตามงานและความคืบหน้าแผนบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้ลดลงตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแนวทางจะไม่มีการนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยอีก หลังการประชุมครั้งแรกช่วงต้นปีได้ตั้งคณะทำงาน 3 คณะมาสนับสนุนการทำงานของอนุกรรมการ โดยการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2563 มีวาระเพื่อพิจารณามาตรการการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศ , มาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก ,(ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป

               “ ในที่ประชุมได้ตั้งเป้าจะไม่นำเข้าซากพลาสติกหรือซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอีกต่อไป เนื่องจาก พบว่า มีการนำเข้าซากพลาสติกเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2561 นำเข้าในปริมาณ 552,912 ตัน และปี 2562 นำเข้าในปริมาณ 323,167 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งนำเข้าในปริมาณ 152,738 ตัน และมีการส่งออกพลาสติกไปยังต่างประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะเหล่านี้ลงเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ ในการนี้ คณะอนุกรรมการฯ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งส่งตัวเลขปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติก รวมถึงประเภทของเศษพลาสติก เพราะพบว่า ไม่ได้นำเข้าถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว  ส่วนการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2560 นำเข้าในปริมาณ 54,260 ตัน และในปี 2561 ในปริมาณ 38,404 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีปริมาณนำเข้า 1,986 ตัน  ก่อนที่จะมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมครั้งนี้ผมได้หารือกรมศุลกากรเพื่อปรับปรุงแนวทางจัดการ แทนที่จะจัดประมูลสามารถส่งกลับประเทศต้นทางเลยได้หรือไม่ รวมถึงกรณีส่งสินค้ามาอย่างไม่ถูกต้องให้ส่งกลับ เพื่อไม่ให้กลายเป็นว่า หน่วยงานของไทยต้องมาเก็บขยะของคนอื่น  จะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น ” นายวราวุธ กล่าว