คิกออฟตั๋วร่วมสักที


เพิ่มเพื่อน    

 

        ขณะนี้หลายคนคงเห็นว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้ากำลังเกิดขึ้นในหลายสาย ไม่ว่าจะสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี, สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต, สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง หรือสายสีส้ม ตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ขณะที่การเปิดประมูลฝั่งตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ระยะทาง 35.9 กม. วงเงิน 142,789 ล้านบาท คาดว่าในเดือน ต.ค.นี้ จะเปิดประมูลหาผู้รับจ้างได้ และอีกหลายเส้นทางกำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ

                ซึ่งการก่อสร้างนั้นกระจายไปยังแทบทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ ทำให้ในช่วง 3-4 ปีนี้ ซึ่งหลายๆ คนก็ได้แต่หวังว่าหลังจากแล้วเสร็จ เชื่อจะช่วยให้การจราจรในหลายพื้นที่ซึ่งเคยเป็นอัมพาตก็คงจะดีขึ้น การเดินทางของประชาชนก็จะสะดวกสบายมากขึ้น 

                แต่ในทางกลับกันก็มีความกังวลว่า ค่าโดยสารจะแพงชนิดที่ว่าควักจนกระเป๋าฉีกก็ยังไม่พอ ดังนั้น เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถใช้รถไฟฟ้าได้อย่างไม่เดือดร้อนกระเป๋ามากนัก กระทรวงคมนาคมในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลในด้านของการขนส่ง คมนาคมก็ได้คลอดโปรเจ็กต์ตั๋วร่วมออกมา นอกจากช่วยเหลือในด้านของอัตราค่าโดยสารที่ถูกแล้ว ยังลดความยุ่งยากในการใช้ตั่วใบเดียวเดินทางได้ทุกระบบ แต่จนแล้วจนรอด ตั๋วร่วมหรือบัตรแมงมุมยังไปไม่ถึงไหน สามารถใช้เพียงแค่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง คือบัตร MRT plus เท่านั้นส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือสายสีเขียว ยังไม่สามารถที่จะใช้ได้

                และจากการติดตามความก้าวหน้าระบบตั๋วร่วมระยะเร่งด่วน ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมนั้นพบว่า การพัฒนาเป็นการใช้ข้ามระบบในสายสีน้ำเงิน สีม่วง และสีเขียวนั้น เจอภาวะโรคเลื่อนแล้วเลื่อนอีกจนล่าสุดก็เลื่อนอีก โดยกระทรวงคมนาคมได้ให้เหตุผลว่าการใช้ระบบตั๋วร่วม ขณะนี้ติดปัญหาด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยี เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดความล่าช้า โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ในระยะแรกจะเร่งดำเนินการพัฒนาข้ามระบบเพื่อเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าของบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินของเอ็มอาร์ที ปัจจุบันมีบัตรโดยสารของบีทีเอสจำนวน 1 ล้านใบ ส่วนบัตรโดยสารของ BEM จำนวนกว่า 2 แสนใบ และจะเร่งดำเนินการให้ทันภายในเดือน ต.ค.2563 ตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2563

                หลังจากนั้นจะพัฒนาระบบใช้บัตรเดบิต วีซ่า โดยภาคธนาคารจะเข้าร่วมด้วย ซึ่งเป็นระบบเปิดกว้างที่สามารถให้ชาวต่างชาติที่เดินทางในไทยสามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะกับระบบเพื่อเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที เรือ แท็กซี่ ซึ่งระยะที่สองจะต้องใช้ระยะเวลาหารือเพื่อดำเนินการพอสมควร  โดยจะเร่งดำเนินการในระยะแรกให้แล้วเสร็จก่อน

                ซึ่งก็คงต้องมาดูกันต่อไปว่า ตั๋วร่วมนั้นจะสามารถเดินหน้าสามารถใช้ได้ตามที่กระทรวงคมนาคมได้ตั้งเป้าไว้หรือไม่  เพราะที่ผ่านมาก็มีเสียงแว่วดังกันมาอย่างหนาหูว่า ไม่ทันแน่ เนื่องจากบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาระบบจากประเทศสิงคโปร์นั้น ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้ไม่สามารถเดินทางไปทดสอบระบบในแล็บได้ ทำให้เกิดความล่าช้า 

                และคงต้องลุ้นตั่วร่วมจะคิกออฟใช้ได้ทันกำหนดไหม เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือและจูงใจให้เกิดการใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วงและน้ำเงินในราคาโปรโมชั่น จ่ายค่าโดยสารร่วมสูงสุดเพียง 48 บาท เดินทางได้ถึง 53 สถานี จากอัตราค่าโดยสารร่วมปกติคือ จ่ายสูงสุด 70 บาท จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2563 นี้ หลังจากนั้นถ้าไม่มีการขยายเวลาออกไปหรือไม่มีตั๋วร่วม บอกได้เลยกระเป๋าฉีกทันที

                ดังนั้น หลังจากนี้ก็คงต้องวัดฝีไม้ลายมือเจ้ากระทรวงอย่าง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จะสามารถผลักดันให้ระบบตั๋วร่วมเกิดขึ้นสามารถเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการกันหรือไม่ เพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างนี้ หากประชาชนต้องมาแบกรับภาระค่าโดยสารที่แพงหูฉี่ ก็เหมือนกับซ้ำเติมเข้าไปอีก. 

บุญช่วย  ค้ายาดี


เห็น "นพ.บุญ วนาสิน" ประธาน "ธนบุรี  เฮลท์แคร์ กรุ๊ป" ออกโทรทัศน์ช่องเนชั่น เที่ยงวาน (๒๓ มิ.ย.) ฉอดๆ เรื่องจัดหาวัคซีนทางเลือกและเศรษฐกิจแบบเมามัน ใจร้องถามขึ้นมาเองว่า "อีกแล้วหรือ...คุณหมอ เห็นหลบหน้าไปตั้งนาน?"

เรตติงวันเกิด 'ตูดตุ๊กๆ'
เขา 'แก้กันอีกแล้ว' พี่ขา
กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ
ภาษาสื่อ"ปูติน-ไบเดน"
"ลุงป้อม-น้องธรรมนัส"
'เวียดนาม' ใกล้บอลโลก