ยื้อตั้งขุนคลังแทนปรีดี


เพิ่มเพื่อน    

 “บิ๊กตู่” ไม่รีบเคาะชื่อ “ขุนคลัง” แทนปรีดี เชื่อการแก้เศรษฐกิจไม่สะดุด ที่สำคัญประยุทธ์ 2/2 เพิ่งทำงานไม่ถึงเดือน เวิร์กช็อปใหญ่ฟังความคิดเห็นภาคอสังหาฯ-ธุรกิจค้าปลีก แห่ชงมาตรการกระตุ้นเพียบ “สุพัฒนพงษ์” เตรียมรวบรวมข้อเสนอก่อนชงเข้า ศบศ.ใน 2 สัปดาห์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งถึงกรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะสรรหาบุคคลใดมาดำรงตำแหน่งแทน หลังมีแคนดิเดตหลายชื่อหลุดออกมา ทั้งคนในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และคนนอก โดยล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครมาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลัง เพราะมองว่าการลาออกของนายปรีดี ไม่ทำให้การเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลสะดุดลง เนื่องจากยังมีทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบศ.) ยังสามารถขับเคลื่อนงานได้ ขณะเดียวกันนายกฯ เองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้ว ดังนั้นช่วงเวลานี้จะยังไม่มีการแต่งตั้ง รมว.การคลัง อีกทั้งเห็นว่าเพิ่งจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ได้ไม่ถึงเดือน จึงไม่เหมาะสม
ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ปฏิเสธตอบคำถามกรณีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ระบุว่าพร้อมขึ้นเป็น รมว.การคลัง และเมื่อถามว่า รมว.การคลังเป็นโควตาของนายกฯ หรือของพรรค นายอนุชาตอบว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีเรื่องของโควตา เป็นอำนาจของนายกฯ คนเดียว ถามย้ำว่าแสดงว่า พปชร.จะไม่เสนอชื่อ รมว.การคลังใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่ใช่พูดอย่างนั้น แต่หมายความว่าเป็นอำนาจของนายกฯ  
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเมื่อวันที่ 2 ก.ย. มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อเสนอชื่อนายสันติ นายอนุชาระบุว่า ไม่ได้มีการประชุม เพราะยกเลิกไป และยังไม่มีการพูดคุยกั นเรื่องนี้ ขอย้ำว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกฯ
     เมื่อถามว่า มีข่าวว่าคนนอกไม่กล้าเข้ามารับตำแหน่งเพราะกลัวฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะ พปชร. นายอนุชากล่าวว่า เป็นข่าวมากกว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน ข่าวที่ออกไปทำให้เกิดความขัดแย้ง จริงๆ แล้วไม่มีความขัดแย้ง การที่นายปรีดีลาออก เป็นเรื่องสุขภาพของท่านจริงๆ เป็นเหตุสุดวิสัย คนคนหนึ่งถ้าป่วยแล้วเราไม่สามารถไปป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลโดยนายกฯ ก็ต้องเดินหน้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อให้ประเทศของเราเดินได้
“ยืนยันว่าประเทศของเราไม่ขาดคนมีฝีมือ ไม่ขาดคนเก่งแน่นอน เราไปได้แน่นอน หากพวกเราช่วยกันคิดช่วยกันทำในสิ่งที่ดี หวังดีกับบ้านเมืองมันก็ไปได้ คนที่อยากเห็นบ้านเมืองดี อยากทำให้บ้านเมืองดี ยังมีอีกหลายคนที่อยากอาสาเข้ามาทำเพื่อบ้านเมือง ผมไม่คิดว่าใครอยากจะเห็นบ้านเมืองไม่ดี เชื่อมั่นว่าทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองที่ดี ประชาชนมีความสุข” นายอนุชากล่าว     
     เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าคนนอกไม่กล้าเข้ามา นายอนุชา กล่าวว่า ไม่กังวล เราเห็นคนเก่งคนดีผ่านมาหลายคนแล้ว และเราเห็นอะไรบ้าง เห็นความสำเร็จเกิดขึ้นหรือยัง ที่เราบอกว่าเราได้เลือกมาแล้วคนเก่งคนดี ผ่านมากี่ยุคแล้ว และเมื่อถามว่า หากนายกฯ ไปเลือกฝ่ายค้านหรือขั้วตรงข้ามรัฐบาลมาดำรงตำแหน่ง นายอนุชากล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอำนาจอยู่ที่นายกฯ เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างเราคิดว่าดี ก็ใช่ ถ้าคิดว่าดีแล้ว พวกเราว่าใช่ก็ไม่ควรมาสะท้อนอะไรกัน นี่คือเรื่องจริงของแผ่นดิน
    ขณะที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงการลาออกของนายปรีดี ว่าส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ และกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งด้านการค้าการลงทุนของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศมหาศาล เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลนี้มีปัญหาการบริหารงาน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความเป็นเอกภาพ มีปัญหาความขัดแย้งกันเองภายในทีมคณะรัฐมนตรี กระทรวงเศรษฐกิจแล้วก่อให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม
    “มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ทาบทามนักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์หลายคนให้เข้ามารับตำแหน่ง รมว.การคลัง แต่ถูกปฏิเสธ เพราะไม่อยากเอาชื่อเสียงมาทิ้งกับรัฐบาลนี้ และทุกท่านไม่มีความเชื่อมั่นในผู้นำรัฐบาล” นายสงครามกล่าว และว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ควรทบทวนตัวเองและควรพิจารณาตัวเอง หากยังอยู่ต่อไปเศรษฐกิจไทยไทยคงล่มสลายแน่ แต่ถ้าลาออก เศรษฐกิจไทยดีขึ้นแน่ ลาออกวันนี้พรุ่งนี้ตลาดหุ้นขึ้นแน่นอน  
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะได้จัดประชุมเวิร์กช็อปกับภาคธุรกิจ ประกอบด้วยภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ภาคธุรกิจค้าปลีก และภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ ตามแนวทางรวมไทยสร้างชาติ
    โดย? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดประชุมว่า การก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19? และวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งโลกให้ได้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราควรมองไปในอนาคตที่ไกลกว่านั้น และควรใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นโอกาสที่จะนำพาไทยให้ไปอยู่ในจุดที่ดียิ่งขึ้น โดยอยากทราบว่า ท่านมีมุมมองหรือความคิดในการขับเคลื่อนภาคส่วนของท่านอย่างไร โอกาสของภาคธุรกิจของท่านเป็นอย่างไร อนาคต 3 ปีข้างหน้าภาคธุรกิจของท่านควรไปอยู่ที่จุดไหน อุปสรรคคืออะไร ซึ่งเป้าหมายของตนเองคือต้องการเข้าใจประเด็นหลักๆ และเข้าใจโดยลึกจากการฟังตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เมื่อเวลาพิจารณานโยบาย หรือโครงการที่หน่วยงานต่างๆ นำเสนอ จะสามารถตัดสินใจไปในแนวทางที่จะสนับสนุนวิสัยทัศน์ของพวกท่านได้
     ทั้งนี้ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เสนอให้ออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคของผู้บริโภคภายในประเทศ ทั้งในส่วนการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัย ซื้อเพื่อการลงทุน และลงทุนบ้านให้เช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งควรให้ความสำคัญกับการผลักดันให้ไทยเป็นบ้านหลังที่สองของคนทั่วโลก และเป็นศูนย์กลางสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค
     ส่วนภาคธุรกิจค้าปลีกเสนอว่าภาครัฐควรมีนโยบายส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นสุดยอดการใช้ชีวิตแห่งเอเชีย โดยเสนอมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว โดยระยะสั้นเพื่อพยุงการจ้างงาน และขับเคลื่อนเอสเอ็มอีให้อยู่รอด เสนอแก้นโยบายค่าแรงขั้นต่ำให้จ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมงได้ รวมทั้งออกนโยบายกระตุ้นการใช้จ่าย ด้วยการนำโครงการช้อปช่วยชาติออกมาอีกครั้ง รวมทั้งลดภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน ส่วนแผนระยะกลาง ควรส่งเสริมยกระดับให้ธุรกิจศูนย์การค้าอยู่ในแผนแม่บทของประเทศ และแผนระยะยาวควรผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เป็นแหล่งช็อปปิ้งเทียบชั้นญี่ปุ่น และเกาหลี พร้อมยกระดับสินค้าไทยให้แข่งขันได้ พร้อมทยอยลดภาษีนำเข้าให้ราคาสินค้าแข่งขันกับต่างประเทศได้
     นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงานกล่าวหลังประชุมว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ภาคธุรกิจได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล โดยเฉพาะข่าวดีที่ว่าความต้องการ และกำลังซื้อของคนในประเทศยังมีอยู่? นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติที่เชื่อและสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยอีกด้วย ทำให้วันนี้มีการเสนอความเห็นหลายอย่างให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ?ในการสนับสนุนปล่อยสินเชื่อสำหรับอสังหาริมทรัพย์ มาตรการด้านภาษี และการวางระบบผังเมือง เป็นต้น? ทั้งหมดถือเป็นความเห็นบวกที่ทุกคนมีความเชื่อมั่นและเห็นโอกาสที่จะใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในการขับเคลื่อน?เศรษฐกิจ?ของประเทศ
        “จะรวบรวมสรุปนำเข้าสู่ที่ประชุม? ศบศ.ให้เร็วที่สุด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบศ.ในครั้งหน้า” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว
    นายอนุชากล่าวหลังนายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ว่าประธานหอการค้าฯ ได้ฝากเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว ขอให้ภาครัฐช่วยดูแลส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มของเขา ซึ่งมีประมาณ 2 ล้านคน เพราะหากไทยดูแลกลุ่มเหล่านี้ ก็จะมีการใช้เงินท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และขณะนี้มีชาวต่างชาติที่ยังติดอยู่ในไทยประมาณ 4 แสนคน หากเปิดโอกาสให้ขยายเวลาอยู่ต่อ เขาพร้อมที่จะอยู่ต่อในเมืองไทย เพราะปลอดภัยและมีความสุขดี ดังนั้น หากยืดเวลาวีซ่าที่กำลังหมดอายุในวันที่ 26 ก.ย.นี้ออกไปได้อีกจะเป็นผลดี
     ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี ศบศ.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายคนละไม่เกิน 3,000 บาท จำนวน 15 ล้านคนว่า ถ้าคิดได้เพียงเท่านี้ คือเน้นการแจกเงินเหมือนเดิม จะไปขับไล่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และทีมรัฐมนตรี 4 กุมารออกไปทำไม เสียเวลาประเทศชาติ ประชาชนเสียโอกาส ชิมช้อปใช้ กลายเป็นเจ๊งเซ้งขายหมดแล้ว รัฐบาลยังจะนำโมเดลแก้เศรษฐกิจแบบเน้นแจกเงินกลับมาใช้ตลอด
    "แจกเงินแต่ละครั้ง ทุนใหญ่ได้ประโยชน์ ประชาชนตั้งคำถามเหมือนเตรียมการซื้อเสียงล่วงหน้า ก่อหนี้ สร้างภาระให้คนรุ่นต่อไปไม่สิ้นสุด" นายอนุสรณ์กล่าว.

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก