พรึ่บ! 'มศว คนรุ่นเปลี่ยน' มา 5 คน บุก 'สตช.' ล้างบาปตำรวจไทย


เพิ่มเพื่อน    

4 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 16.00 น. ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กลุ่ม "มศว คนรุ่นเปลี่ยน" นำโดยนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ #ล้างบาปตำรวจไทย ชวนร่วมกันทำความสะอาดทางเท้าหน้า ตร. มีวัตถุประสงค์เพื่อล้างความอับอายของวงการตำรวจไทย และบอกถึงหน้าที่ที่แท้จริงของตำรวจไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ตำรวจ สน.ปทุมวัน และตำรวจควบคุมฝูงชน เข้าสังเกตการณ์ตลอดการทำกิจกรรม

สองแกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน เปิดเผยถึงกิจกรรมวันนี้ เป็นการบำเพ็ญประโยชน์ทำความสะอาดล้างป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากในอดีตกลุ่ม กปปส. ได้ทำให้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมลทิน เราจึงมาชำระล้างป้าย ชำระล้างความอยุติธรรมในประเทศไทย การคุกคามนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ด้วย เรามาล้างบาปที่ตำรวจไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่ทำตามนายสั่ง สิ่งที่ควรทำคือทำตามหน้าที่และกฎหมาย ไม่ใช่ทำตามนายสั่ง ขอให้ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะตำรวจเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจากับแกนนำทั้งสอง ไม่อนุญาตให้ทำความสะอาดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้จัดกิจกรรมจึงเปลี่ยนเป็นการเก็บขยะและล้างพื้นหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำและผู้ทำกิจกรรมรวมประมาณ 5 คน ได้ทำความสะอาดไปปราศรัยไป มีเนื้อหาเรียกร้องอยากให้ตำรวจได้รับสวัสดิการที่ดีกว่านี้ ทั้งแฟลตตำรวจ การซื้อชุดซื้ออุปกรณ์ใช้เองทั้งที่เป็นสวัสดิการที่ควรได้ ตำรวจควรมีสิทธิไว้ผมทรงอื่นนอกจากผมเกรียน เพราะไว้ผมเกรียนนอกเครื่องแบบคนร้ายดูออก รวมถึงกรณี 31 ผู้ต้องหาร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก บางคนโดนหมายเรียก บางคนโดนหมายจับ ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตำรวจไม่ควรมีการบังคับใช้ ป.อาญา ม.116 กับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมไม่ได้สร้างความกระด้างกระเดื่อง ยุยงปลุกปั่น อยากให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ตำรวจควรดีใจด้วยซ้ำว่าพวกเรามาบำเพ็ญประโยชน์ทำความสะอาดป้ายให้ ยืนยันว่าไม่ได้มาดูหมิ่น

ขณะที่ต่อมาในเวลาประมาณ 17.00 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้นำน้ำยาเช็ดกระจกยื่นฝ่าแนวตำรวจเข้าไปฉีดทำความสะอาดป้าย จึงถูกห้าม ทำให้แกนนำทั้งสองพยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะขอทำความสะอาดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันปฏิเสธ พร้อมเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ บังป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ แกนนำผู้ชุมนุมทั้งสองจึงยื่นเงื่อนไขขอให้ตำรวจปฏิญาณตนต่อหน้าพวกตน เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าไม่ควรบังคับเจ้าหน้าที่ เมื่อตำรวจไม่ยินยอม แกนนำผู้ชุมนุมทั้งสองยังคงไม่ยุติกิจกรรม พร้อมระบุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะกลับมาอีกครั้ง

ต่อมาแกนนำทั้งสองพูดชวนผู้ที่อยู่บนสกายวอล์กชูสามนิ้วและตะโกนว่า "เราจะไม่หยุดจนกว่าอำนาจมืดจะหมดไป" พร้อมบอกจะยืนอยู่ตรงนี้จนถึงเวลา 18.00 น. หากไม่ได้ทำความสะอาดป้าย จะเดินทางไปสมทบกับเพื่อนๆ ที่ชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และได้เปิดคลิปวิดีโอการปราศรัยของนายอานนท์ นำภา ในการชุมนุมเสกคาถาที่กล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ผ่านเครื่องขยายเสียง จนกระทั่งจบคลิป แกนนำทั้งสองปราศรัยยืนยันว่าจะกลับมาอีก จากนั้นได้ขอสาธิตการทำความสะอาดป้าย โดยยกผ้าขึ้นมาเช็ดในอากาศพร้อมฉีดน้ำยากลางอากาศ แล้วทำการยืนเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น. ยุติกิจกรรม ก่อนเดินทางไปชุมนุมหน้าเรือนจำต่อไป.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.