ปูด'7รมต.'ใหม่ ยังไม่ยื่น'บัญชี' ปปช.จี้รวม'กิ๊ก'


เพิ่มเพื่อน    


     ป.ป.ช.เผย 7 รัฐมนตรีใน ครม.ประยุทธ์ 2/2 ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เตือนมีกิ๊กต้องแจงด้วย “สิระ” ชี้อำนาจตั้งขุนคลังเป็นของลุงตู่ “แรมโบ้” ดีดปากหญิงหน่อย เป็นถึงคุณหญิงพูดสร้างสรรค์บ้าง 
    รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้น สำหรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีฯ ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อ ป.ป.ช. ภายใน 60 วันเพื่อตรวจสอบ จากนั้นภายใน 30 วัน ป.ป.ช.ต้องกำหนดวันเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป และแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบด้วย ทั้งนี้ ครม.ใหม่ชุดนี้ยังไม่มีใครยื่นบัญชี เนื่องจากยังไม่ครบกรอบเวลา โดยนับจากวันเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ในวันที่ 12 ส.ค. ที่ถือเป็นการเข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีไป 60 วัน และนับแต่วันยื่น 30 วัน ต้องประกาศเปิดเผยจะอยู่ประมาณเดือน  ต.ค. ที่จะประกาศเปิดเผยได้ 
    ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ระบุชัดว่า คู่สมรสหมายความรวมถึงผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสด้วย  
     รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.การอุดมศึกษาฯ นั้น ป.ป.ช.จะเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 17 ก.ย.นี้ 
    สำหรับรัฐมนตรีที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีทั้งสิ้น 7  รายคือ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ, นายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.การคลัง, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน
    ส่วนความเคลื่อนไหวของการแต่งตั้ง รมว.การคลังแทนนายปรีดีที่ลาออกไปนั้น นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เมื่อตำแหน่งนี้ว่างลง นั่นถือว่าเป็นอำนาจในการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่จะสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้ว ตำแหน่งดังกล่าวจึงไม่ใช่โควตาของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง 
“ประชาชนเลือก พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศในตำแหน่งนายกฯ เพราะฉะนั้นการตัดสินใจเลือกทีมงานเข้ามาบริหารประเทศถือเป็นสิทธิ์ขาด และทุกคนก็ไว้วางใจในการทำหน้าที่ และเคารพการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคการเมืองใดก็ตามที่ต้องการได้ตำแหน่งนี้ ผมว่าควรหยุดกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้แล้ว ปล่อยให้ท่านได้ตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง หากพวกคุณมีความสามารถจริง พล.อ.ประยุทธ์ก็คงเลือกเข้ามาทำหน้าที่เอง โดยไม่ต้องร้องขอ” นายสิระกล่าว
     ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวตอบโต้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่โจมตีรัฐบาลในการกู้เงินแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจว่า รัฐบาลกู้เงินเพื่อเอามาให้พี่น้องประชาชนใช้จ่าย มาเยียวยาให้เขามีความสุข ซึ่งไม่อยากไปซ้ำเติมหรือไม่อยากไปพูดถึงรัฐบาลในอดีต แม้ไม่มีภาวะโควิด-19 ก็มีการกู้เงิน กู้มาเพื่ออะไร กู้มาเพื่อโกง เพื่อมาทุจริต กู้มาเพื่อคอร์รัปชันให้พรรคพวกเพื่อนพ้องของตัวเอง อย่างนี้เป็นต้น แม้กระทั่งโครงการรับจำนำข้าว มีการทุจริตมากมายจนทำให้พี่น้องชาวนาผูกคอเสียชีวิตไปหลาย นี่คือสิ่งที่มันเกิดเหตุการณ์จริง ซึ่งลักษณะการทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 
     “ที่โจมตีเรื่องเยียวยาแจกคนละ 3,000 บาทตั้งแต่คนอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นการไปเอื้อเจ้าสัวนั้น ผมเรียนว่าลักษณะการเอามาให้ใช้ประโยชน์ได้ทุกกลุ่ม ไม่ได้เลือกปฏิบัติ สิ่งที่กล่าวหามันเป็นสิ่งที่ไม่เป็นความจริง สิ่งที่กล่าวหาตรงนี้มันเกิดความเสียหายไปแล้ว เมื่อพูดไปแล้วไม่คิด พูดแล้วไม่ระวังก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐบาล เป็นถึงคุณหญิง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว การพูดจาอะไรต้องระมัดระวัง วันนี้บ้านเมืองเราต้องการการรวมไทยสร้างชาติ และพล.อ.ประยุทธ์พูดหลายครั้งว่าเราต้องการความเห็นของทุกฝ่ายที่จะมาร่วมมือและจับมือทำงานร่วมกัน”
     นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ขอฝากถึงพรรคฝ่ายค้าน ฝากถึงผู้นำพรรคเพื่อไทย ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ฝากถึงคุณหญิงสุดารัตน์ ฝากถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายวัฒนา เมืองสุข, นายจาตุรนต์ ฉายแสง และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ตลอดจนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยินดีทำงานร่วมกับพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าจะเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือรัฐบาล พร้อมจับมือทำงานกัน พร้อมใช้แนววิถีนิวนอร์มอลแบบรวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีอคติกับพรรคฝ่ายค้านใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้อยากให้ผู้นำของพรรคการเมืองที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล หรือพรรคไหนๆ ก็ดี ที่คิดว่าวันนี้บ้านเมืองไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นการเมืองกัน     อยากให้ทุกฝ่ายหรือทุกคนได้หันมาจับมือทำงานให้บ้านเมืองเดินไปได้.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก