‘โจ้’ปูด‘ปรีดี’ถูกบีบ ต่อสัญญารถไฟฟ้าซัดสันติไม่จบป.ตรี


เพิ่มเพื่อน    

  "โจ้" ตามราวีกองทัพเรือ ย้ำไม่ใช่การซื้อเรือดำน้ำแบบรัฐต่อรัฐ โว 9 ก.ย.กางหลักฐานแฉแหลกกระเทือนไปถึงเรือดำน้ำลำแรกแน่ ปูดเหตุ "ปรีดี" ทิ้งคลังเพราะไม่ยอมทำผิดกฎหมาย หลังถูกบีบให้ดันต่อขยายสัญญารถไฟฟ้าสีเขียวเอื้อประโยชน์บางบริษัท อัด "สันติ" ไร้คุณสมบัติรัฐมนตรีไม่มีวุฒิปริญญาตรี ม.รามคำแหงลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา หลังถูกจับได้ให้คนอื่นสอบแทน  

    ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 7 กันยายน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีกองทัพเรือออกมาชี้แจงความจำเป็นในการซื้อเรือดำน้ำ และการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีว่า แม้โฆษกกองทัพเรือระบุตามยุทธศาสตร์ไทยเหมือนกับประเทศเยอรมนี มีความจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำเพราะมีทะเลถึง 2 ฝั่ง เรื่องนี้ไม่เถียง แต่ในการจัดซื้อเรือดำน้ำต้องเป็นการลงนามระหว่างรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีเท่านั้น ห้ามไปข้องแวะกับบริษัทเอกชน แต่กองทัพเรือไปลงนามกับ China Shipbuilding & Offshore International  Co., Ltd. (CSOC) รวมทั้งทางรัฐบาลจีน นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี ไม่เคยออกมาระบุว่าได้มอบหมายให้บริษัทใดมาเป็นตัวแทน การที่กองทัพเรือระบุว่าจัดซื้ออย่างถูกต้อง มีมติการจัดซื้อพิเศษจากกองทัพเรือ และมีมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่การจะใช้ระเบียบอะไรนั้นสุดท้ายก็ไปจบที่รัฐธรรมนูญมาตรา 178 ระบุไว้อย่างชัดเจน หนังสือสัญญาอื่นที่อาจกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ต้องพิจารณาให้เสร็จใน 60 วัน นับแต่ได้รับเรื่อง  
    "แม้กองทัพเรือบอกมีมติพิเศษจากกองทัพเรือ มีมติจาก ครม. แต่อยากถามว่ามีมติไหนใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 178 หรือไม่ หากยืนยันว่ามีการจัดซื้อระหว่างรัฐต่อรัฐแบบจีทูจี ยังไม่เคยมีสัญญาจีทูจี เข้ามาพิจารณาในรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบเลย การที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน เพราะซื้อ 2 ลำได้แถมฟรี 1 ลำ แต่เมื่อไปตรวจสอบดูพบว่ามีการจ่ายเงินทั้งหมด 3 ลำ แล้วลำที่ฟรีอยู่ที่ไหน ขอยืนยันว่าบริษัท CSOC ไม่ใช่มาจากรัฐบาลจีน รวมทั้งในการแถลงข่าวกองทัพเรือไม่เคยพูดสักครั้งว่า ประธานาธิบดีจีนมอบหมายให้บริษัทใดมาลงนามแทนรัฐบาลจีนหรือไม่ ในวันอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติ วันที่ 9 ก.ย.จะเปิดหลักฐานเด็ดว่าบริษัทดังกล่าวที่ไม่ใช่มาจากรัฐบาลจีน และกองทัพเรือไม่ได้ซื้อแบบจีทูจริง หากเปิดหลักฐานดังกล่าวออกไปจะกระเทือนไปถึงการซื้อเรือดำน้ำลำที่ 1 ด้วย  ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู มีหลักฐานพร้อมนำไปเปิดในสภา" นายยุทธพงศ์กล่าว  
    นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า สาเหตุที่นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจาก รมว.การคลัง แม้ก่อนหน้ามีกระแสข่าวขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ในการแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่เหตุผลลึกๆ คือการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องยืดยาว ในการต่อขยายสายสีเขียวเหนือ เส้นทางสถานีหมอชิต เซ็นทรัลลาดพร้าว ไปสิ้นสุดสถานีคูคต จ.ปทุมธานี ส่วนอีกเส้นคือ สีเขียวใต้ สถานีโรงเรียนนายเรือ ไปสิ้นสุดสถานีการเคหะ บางปู จ.สมุทรปราการ โดยเรื่องนี้ บีทีเอสต้องการต่อสัญญาโดยไม่ต้องเปิดประมูลใหม่ แต่ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งที่ 3/2562 ตามมาตรา 44 เรื่องการดำเนินการต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ลงวันที่ 11 เม.ย.62 ทั้งที่เวลานั้นได้หมดอำนาจจากหัวหน้า คสช.แล้ว ไม่ยอมลงนามในฐานะนายกรัฐมนตรี
    "ในเอกสารสัญญาข้อ 3 ระบุชัด การต่อส่วนขยายให้กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการ ให้ดำเนินการเจรจากับบีทีเอสและแก้ไขสัญญาผู้ได้รับสัมปทานให้แล้วเสร็จใน 30วัน ซึ่งหมายความว่าให้แก้ไขสัญญาเดิมที่จะหมดอายุในอีก 10 ปี คือปี 2572 ขณะเดียวกันก็ยังมีสัญญาเก่าอยู่ ซึ่งการจะได้สัญญาใหม่ต้องไปยกเลิกสัญญาเก่าก่อน แต่ที่พิสดารที่ทำให้นายปรีดีรับไม่ได้คือ คงเป็นข้อ 6 ที่ระบุว่าหากดำเนินการแล้วเสร็จ ได้ผลเจรจาเป็นที่ยุติ ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ หมายความว่ากรรมการที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน หากไปเจรจาเรียบร้อยต่อขยายสายสีเขียวเหนือเขียวใต้ และเมื่อใช้มาตรา 44 ไปด้วยแล้ว เจรจาแล้ว ให้ยกเว้นไม่ต้องเข้าเงื่อนไข พ.ร.บ.ร่วมทุน  เมื่อมีการใช้คำสั่งมาตรา 44 ยกเว้นกฎหมาย ไม่ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน โดยไม่ต้องเปิดประมูล แบบนี้เข้าข่ายไปเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทหรือไม่"
    ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผู้นี้กล่าวต่อว่า ในการประชุมสภา กทม.เรื่องการเสนอต่อขยายสายเขียวเหนือเขียวใต้ออกไป แต่สภา กทม.อนุมัติดำเนินการไม่ได้ เพราะการต่อสัญญาสายเขียวเหนือยาวไปถึง จ.ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะใน กทม. ก่อนที่นายอุตตม สาวนายน ลาออกจาก รมว.การคลัง 1 วัน คือวันที่ 15 ก.ค.ได้ทำหนังสือขอถอนเรื่องออกจาก ครม. ขอให้ทบทวนเพราะนายอุตตมก็กลัวทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังทราบอีกว่านายสันติได้สอดไส้อะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะในวันที่ 16 ก.ค.หลังจากนายอุตตมลาออก นายสันติที่ต้องทำหน้าที่รักษาการ รมว.การคลังได้นำเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ในเวลาต่อมา นายสันติวางยานายปรีดี ส่งเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสียบเข้า ครม. ทั้งที่นายอุตตมได้ทำหนังสือขอทบทวนและขอให้ถอนออกจาก ครม.ไปแล้ว เพราะผิดกฎหมายมีเรื่อง พ.ร.บ.ร่วมทุนที่เกี่ยวกับกระทรวงการคลัง แต่นายสันติที่เป็นรัฐมนตรีรักษาการรีบเสียบเข้าที่ประชุม ครม.ทันที ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรจะนำมาแฉในวันที่ 9 ก.ย.   
    "นายปรีดีเข้าประชุม ครม.นัดแรก 13 ส.ค.หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว และนัดแรกที่ประชุมมีเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวโผล่เข้าไป ทำให้นายปรีดีตกใจเพราะเรื่องนี้ส่อจะเป็นการทำผิดกฎหมาย เลยถอนเรื่องออกจาก ครม.ทันที รวมทั้งนายปรีดีไม่เคยลงนามเรื่องดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกันมีความพยายามจากบิ๊กรัฐบาลบีบให้นายปรีดีนำเรื่องนี้เข้าไปในที่ประชุม ครม. ทำให้นายปรีดีตัดสินใจลาออก  โดยนายสันติต้องตอบให้ได้ การบริหารราชการแผ่นดินรัฐมนตรีต้องดำเนินตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ  ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เปิดเผย รอบคอบต่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนหรือไม่ นายอุตตมก่อนลาออกได้ทำหนังสือขอให้ถอนเรื่องออกจาก ครม. แต่นายสันติยังมีความพยายามลักไก่นำเข้า ครม. โดยจะนำข้อมูลต่างๆ ไปแฉในสภา"
    นายยุทธพงศ์กล่าวด้วยว่า นายสันติยังต้องตอบและชี้แจงเรื่องวุฒิการศึกษา เพราะจากคำสั่ง ม.รามคำแหงเมื่อวันที่ 4 ส.ค.42 ลงโทษให้ออกจากทะเบียนนักศึกษา เนื่องจากนายสันติให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทน ปลอมบัตรประจำตัวนักศึกษาและใบอนุญาตขับรถยนต์ตลอดชีพ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นว่า เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง ม.รามคำแหง เรื่องข้อปฏิบัติในการสอบไล่ที่ผิดวินัยนักศึกษาอย่างร้ายแรง จึงให้ลบชื่อนายสันติออกจากทะเบียนนักศึกษาตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นไป เรื่องนี้นายสันติต้องชี้แจงว่าจริงหรือไม่  เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ระบุชัดว่า รัฐมนตรีต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี แต่การที่นายสันติถ้าถูกไล่ออก ดังนั้นจะเอาวุฒิอะไรมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของนายสันติด้วย.