ศาลสั่ง 'วิระชัย' แก้คำฟ้อง 'จักรทิพย์' ปมสั่งสำรองราชการ นัดฟังคำสั่ง 29 ต.ค.


เพิ่มเพื่อน    

8 ก.ย.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อท.127/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นจำเลย ขอให้ศาลลงโทษฐานความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์

กรณี จำเลยในฐานะ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์บันทึกบทสนทนา กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล และโจทก์ถูกสั่งไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นวันที่ 24 ก.ค. 2563 มีข้อสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนักงานตำรวจแห่งชาติชุดดังกล่าวว่า โจทก์กระทำผิดวินัยร้ายแรง เป็นเหตุให้จำเลยออกคำสั่งสำรองราชการโจทก์ และทำให้โจทก์หมดสิทธิเข้ารับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้มีผู้รับมอบอำนาจโจทก์เดินทางมาศาล ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และให้แจ้งชัดว่าจำเลยกระทำความผิดโดยมีพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดอย่างไร ทั้งมิได้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม จึงให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งกับให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

ให้โจทก์บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่า การกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นความผิดตามฟ้องแต่ละข้อเป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใด หรือข้อใด หรือไม่อย่างไร และจำเลยเกี่ยวข้องกับขั้นตอนกระบวนการดังกล่าว แต่ละขั้นตอนโดยมีหน้าที่ใดตามกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใดหรือข้อใดอย่างไร รวมทั้งพฤติการณ์เช่นว่านั้น และให้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่ามีพยานหลักฐานใดที่สนับสนุนหรือแสดงให้เห็นถึงการกระทำและพฤติการณ์เช่นนั้นของจำเลย ให้เพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้

อนึ่ง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมาย โดยปฏิบัติฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษจำเลย อันแสดงให้เห็นว่าโจทก์ต้องทราบถึงความมีอยู่ หรือไม่มีอยู่ของการกระทำอันเป็นความผิดตามฟ้องโจทก์ ตลอดจนบทบัญญัติแห่งประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ เช่นว่านั้น จึงให้โจทก์จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องอันสนับสนุนข้อเท็จจริงตามที่อ้างในคำบรรยายฟ้องโจทก์รวมทั้งพยานหลักฐานอื่น (หากมี) ต่อศาลให้ครบถ้วนพร้อมคำฟ้องที่แก้ไขเพิ่มเติม

หากโจทก์ไม่แก้ฟ้องหรือแก้ฟ้องเข้ามาภายในกำหนดแล้ว ศาลจะถือว่าข้อเท็จจริงตามที่บรรยายมาในฟ้องหรือฟ้องที่แก้ไขแล้ว พยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้ชี้ช่องไว้ เป็นข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของจำเลยที่โจทก์ประสงค์จะนำเสนอในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้เห็นว่าคดีของตนมีมูล

ให้โจทก์แก้ฟ้อง โดยให้จัดทำคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ยื่นต่อศาลแทนคำฟ้องฉบับเดิมภายใน 30 วันนับแต่วันนี้ กรณีมีพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวให้โจทก์ส่งให้ครบถ้วน หากโจทก์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลในข้อหนึ่งข้อใดดังที่กล่าวมาข้างต้น ให้ถือว่าไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งศาลอาจมีคำสั่งไม่รับฟ้อง

มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีที่รับผิดชอบสำนวนคดีนี้ตรวจฟ้องโจทก์ทั้งสองที่แก้ไขแล้วทำรายงานเสนอต่อศาลก่อนวันนัดเวลา 7 วัน เพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีอาศัยอำนาจตามข้อ 16 วรรคหนึ่งแห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ประกอบข้อ 3 แห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 จึงให้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏในฟ้องโจทก์พร้อมบทบัญญัติของกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ ที่ยกขึ้นอ้างเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย หรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใด หรือข้อใดอย่างไร โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลภายในวันที่ 8 ต.ค. 2563

ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 10.00 น.

ด้าน นายทวีชัย พันธุ์สง่า ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.วิระชัย อดีตรอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังฟังคำสั่งศาลว่า วันนี้ศาลมีคำสั่งให้ทนายความแก้ฟ้องเพิ่มเติม โดยให้บรรยายรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ และศาลยังให้โจทก์เขียนบรรยายฟ้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของจำเลย ให้ชัดเจน นอกจากนี้ ศาลจะส่งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของทั้งสองคน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการฟ้องร้องระหว่างกัน

ทั้งนี้ ทีมทนายความคาดว่า จะส่งคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ได้ภายในวันที่ 8 ต.ค.นี้  ส่วนรายละเอียดของคดีความที่มีการฟ้องร้อง ทีมทนายความปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยอ้างว่า พล.ต.อ.วิระชัย จะเป็นผู้แถลงข่าวทั้งหมดในอนาคต


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์