ชื่นชมนักเรียนเมืองสังขละบุรี เก็บเงินเกือบ 3 หมื่นคาตู้เอทีเอ็ม ยืนรอ 2 ชม.คืนเจ้าของ


เพิ่มเพื่อน    

9 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "อ้วนน้อย เลียล้ม" ได้โพสต์ภาพเด็กนักเรียน 2 คน เก็บเงินสดจำนวน 27,000 บาท แล้วนำคืนเจ้าของ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลา 19.30 น.ของวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณด้านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสังขละบุรี ภายหลังได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาชื่นชมการทำความดีของเด็กหนุ่มทั้งสองที่ไม่นำเงินไปเป็นของตนเอง พร้อมพยายามติดต่อหาเจ้าของ และยืนรอนานกว่า 2 ชม.

จนในที่สุดเจ้าของเงินเดินทางมารับเงินด้วยความดีใจ ก่อนจะมอบเงินจำนวน 500 บาท เพื่อเป็นการตอบแทน แม้เด็กหนุ่มทั้งสองคนพยายามปฏิเสธที่จะรับเงินแต่เมื่อสุดท้ายก็ต้องยอมรับน้ำใจเจ้าของเงินมอบให้ 500 บาทก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน จากโพสต์ดังกล่าวมีคนนำไปแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด พ.ต.อ.นันทเศรษฐ์ สุขนพกิจ ผกก.สังขละบุรี เตรียมมอบประกาศนียบัตร เพื่อยกย่องให้เป็นคนดี ศรีสังขละบุรี

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อรอเด็กทั้งสองคน ซึ่งปกติจะเดินทางมารับประทานโจ๊ก ที่ร้านแห่งหนึ่งอยู่บริเวณข้างธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสังขละบุรี นายธวัชชัย เมืองมูล อายุ 16 ปี และนายณัญวัตร สังขเฉลา อายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน เพราะชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเหมือนกัน

หนุ่มน้อยเล่าเหตุการณ์ย้อนหลังให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ขณะที่ทั้งสองคนกลับจากซ้อมฟุตบอล แล้วจึงเดินทางมาที่ธนาคาร เพื่อจะกดเงินจากตู้กดเงินสด เพื่อเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์กลับบ้าน โดยยืนต่อแถวหญิงคนหนึ่ง ที่กำลังทำการฝากเงินที่ตู้ดังกล่าว เมื่อหญิงคนดังกล่าวทำธุรกรรมเสร็จ ก็ได้ขึ้นรถจักรยานยนต์ขับออกไป ตนจึงเข้ามาทำการกดเงิน แต่ขณะที่กำลังจะสอดบัตร ปรากฏว่ามีเงินเด้งออกมาจากช่องฝากเงินพร้อมบัตรเอทีเอ็ม ตนจึงรู้ได้ว่าเป็นของผู้หญิงที่มาขับรถจักรยานยนต์ออกไปแน่ จึงพยายามยามตะโกนเรียก แต่ก็ไม่ทันแล้ว

ต่อมาทั้งสองหนุ่ม จึงได้ติดต่อบอกยามของธนาคาร และได้ให้นายณัฐวัตร โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เพื่อประกาศหาหญิงเจ้าของเงิน จนเวลาผ่านไปกว่า 1.30 ชม เจ้าของเงิน จึงขับรถจักรยานยนต์มาพบ ด้วยความดีใจ ตนจึงได้มอบเงิน 27,000 คืนให้เจ้าของไป พร้อมทั้งฝากบอกทุกคนว่า เงินทองที่เป็นของคนอื่น แม้เราจะเก็บได้ ก็อย่ายึดเอาเป็นของเรา เนื่องจากเจ้าของเงินกว่าจะหาเงินมาได้แต่ละบาท ต้องทำงานแลกมาด้วยความยากลำบาก

ด้านนางฉวีวรรณ พรหมมา อายุ 48 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายอาหารสด ในตลาดสดเทศบาลตำบลวังกะ เจ้าของเงิน 27,000 บาท เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้หลังจากเก็บร้านเสร็จ ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ได้นำเงินไปฝากที่ตู้เอทีเอ็ม แต่ด้วยความเร่งรีบ ประกอบกับมีอาการมึนงง จากการทานยาแก้ไอ ทำให้ลืมกดยืนยัน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการฝากเงินผ่านตู้ จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 1 ชม. หลังจากเสร็จงานในบ้าน ตนจึงได้มาเช็คข้อความจากในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปกติทุกครั้งในการทำธุรกรรมการเงินกับทางธนาคาร จะมีข้อความส่งมาถึง แต่ปรากฏว่าครั้งนี้ไม่มีข้อความส่งถึง

เมื่อเปิดกระเป๋าเพื่อจะหาบัตรเอทีเอ็ม ปรากฏว่า ไม่พบ ตนจึงรู้ได้ทันทีว่าเกิดข้อผิดพลาดในการฝากเงินครั้งนี้ และคงจะลืมบัตรไว้ที่ตู้ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์มาที่ธนาคาร ก็พบนายธวัชชัยและนายณัฐวัตรยืนรออยู่พร้อมทั้งยื่นบัตรเอทีเอ็ม พร้อมเงินสดจำนวน 27,000 บาทของตนเองให้ ตนเองดีใจจนพูดอะไรไม่ออก และไม่คิดว่าจะได้เงินคืนมาไวขนาดนี้ จึงได้มอบเงินจำนวน 500 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณที่เด็กทั้งสองเป็นคนดี

ต่อมา พ.ต.อ.นันทเศรษฐ์ สุขนพกิจ ผกก.สภ.สังขละบุรี ทราบเรื่อง จึงเตรียมมอบประกาศนียบัตร ให้เด็กทั้ง 2 ที่ทำความดีในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่อง และเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนในการทำความดีต่อไป


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ