'ทางโลก-ทางธรรม' ทางไหน?


   

      เรื่อง "เงิน" กับ "พระ" ไปถึงไหน?

      บอกตรงๆ..........

      เรื่องทำนองนี้ ไม่อยากรู้-ไม่อยากเห็น-ไม่อยากได้ยินเลย เพราะผ่านหูทีไร ใจหมอง

      ครั้นจะพูดอะไรไป ก็เหมือน "ท่องปาติโมกข์" ให้พระฟัง มันไม่เหมาะ!

      ครั้นจะไม่พูดอะไรเลย............

      ก็เหมือนพุทธบริษัท "ไม่นำพา" ต่อความคงอยู่-ล่มสลายของพุทธศาสนา อันเป็นหน้าที่

      เห็นมอดไช-ปลวกแทะวัดวา ก็เฉยเมย ถือว่า "ธุระไม่ใช่"!

      เมื่อวาน (๒๓ เม.ย.๖๑)..........

      พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักพุทธ

      นำหลักฐานการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี และงบเผยแผ่ศาสนา

      ไปร้องทุกข์กล่าวโทษพระ "เพิ่มเติม" อีก ๗ วัด!

      นอกเหนือจากที่กล่าวโทษ "พระเถระ" ไปแล้ว ๕ รูป ๓ ใน ๕ เป็นพระราชาคณะ "ชั้นพรหม" ระดับ "กรรมการมหาเถรสมาคม"

      "พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา"..........

      ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) รับเรื่องไว้ เพื่อส่ง ป.ป.ช.

      เราจะปล่อยให้ พ.ต.ท.พงศ์พร "สรงน้ำพระ-ชำระพระศาสน์" คนเดียวอย่างนี้ เห็นจะไม่ได้

      การขัดลอกคราบ "ขี้ตะไคร่" วัด เป็นงานบุญก็จริง

      แต่ก็ต้องช่วยกัน........

      ปล่อยให้ทำคนเดียว ถึงได้...กับงานใหญ่ อาจหมดแรงเสียก่อน

      ฉะนั้น ถึงเราไม่ทำอะไรเลย

      แต่เมื่อต้นเสียง "โห่" อย่างน้อย เราก็ควรช่วยกันประสานเสียง "ฮิ้ววววว" รับ

      พวก "เทพอสูร" ที่จ้องขยับ ด้วยนึกว่า พงศ์พรคนเดียว "กัดไม่เข้า" จะได้คลายฮึก!

      "เงิน" สำหรับพระ คือ "อสรพิษ"!

      พระเข้าไปข้องแวะเมื่อใด เป็นต้องถูกอสรพิษฉกกัดเมื่อนั้น

      พระบรมศาสดาเจ้าทรงพร่ำบอกนักหนา ซึ่งไม่มีพระคุณเจ้ารูปไหน-วัดไหน ที่ไม่ทราบ

      แต่ก็แปลก......

      ไทยเป็น "ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา" ในปัจจุบัน แต่คนไทยเวลาจะเข้าวัด มักถาม

      "วัดไหนมีของดี?"

      "วัดไหนหวยแม่น?"

      "วัดไหนหลวงพ่อขลัง?"

      ตรงข้ามกับวัดไทยในต่างถิ่น-ต่างแดน คนในประเทศนั้นๆ เมื่อใจน้อมเข้าหาพระพุทธศาสนา

      เวลาเข้าวัด เขาจะเข้าด้วยมุ่งเจตนาเดียว คือ

      "meditation"!

      อธิกรณ์ ๕ พระเถระ เป็นคดีอยู่ในการพิจารณาขั้นต้นของ ป.ป.ช.แล้ว ตามที่ทราบกัน

      สำหรับ ปปป.ไม่ใช่ไปรษณีย์ แต่คดีนี้ ไม่ต่างไปรษณีย์เท่าไหร่!

      ในการประชุม "คณะกรรมการมหาเถรสมาคม" เมื่อศุกร์ ๒๐ เม.ย.ที่ผ่านมา

      มส.ด้วย "พ.ร.บ.คณะสงฆ์" ไม่มีมติใดๆ ออกมา กับพระเถระที่ถูกกล่าวโทษทั้ง ๕

      ผมอนุโลมเองว่า..........

      ตราบใดที่ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลคดี ไปทางใด-ทางหนึ่ง ตราบนั้น พระเถระทั้ง ๕ ถือว่า "บริสุทธิ์" ทางคดีความ

      ส่วนจะบริสุทธิ์ทาง "พระธรรมวินัย" ด้วยหรือไม่ นั่นเป็น "คนละโลกกัน"

      คือ "โลกของพระ" จะอาบัติหรือไม่ ไม่ว่าอาบัติหนัก-อาบัติเบา

      "เจตนา" ในการทำ เป็นตัวชี้ขาด!

      แต่โลกชาวบ้าน ในทางกฎหมาย จะเจตนา-ไม่เจตนา มีโทษทั้งนั้น

      ตัวเจตนา มีผลเพียง ทำให้โทษนั้น "หนัก-เบา"!

      กับคดี ๕ พระเถระ ความคืบหน้า ทั้งทางพระธรรมวินัย, ทาง พ.ร.บ.สงฆ์ และทางกฎหมายบ้านเมือง

      ขณะนี้ เรื่อง "เวิ้งว้าง" อยู่แค่นี้..........

      ทั้งที่ การที่ ๓ มส.อันหมายถึง ๓ รัฐมนตรีในรัฐบาลสงฆ์ เป็นผู้ถูกกล่าวโทษเอง

      อ่อนไหวต่อความ "เป็นพระ-เป็นวัด" ด้านมั่นคงถึงขนาดนี้ แต่ดูเหมือนการชำระสะสาง จะอยู่เหนือกาลเวลา

      ทั้ง "ทางสงฆ์-ทางฆราวาส"

      ในด้านหวังความกระจ่างชัด มีคำเดียวที่อยากบอกตอนนี้ คือ ทำใจ...แล้วปล่อยไปตามกรรม!

      ถามว่า ปลงซะแล้วงั้นหรือ?

      ก็ไม่ได้ปลง.......

      แต่ฟังที่ "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" ประธาน ป.ป.ช.บอกถึงความคืบหน้าคดีเมื่อวาน

      ปลง-ไม่ปลง ก็ต้องอนุโลมว่า ตถตา...คือ มันเป็นเช่นนั้น!

      ฟังให้ดี

      แล้วน้อมประเด็นที่ พล.ต.อ.วัชรพลบอกมาโยนิโส จิตจะได้สงบระงับ

      ประธาน ป.ป.ช.บอกว่า...........

      -สำนวนที่ ปปป.ส่งมานั้น ยังไม่ครบถ้วน ป.ป.ช.เห็นว่า "ยังไม่ชัดเจน"

      -ต้องรวบรวม "พยานหลักฐาน" เพิ่มเติม

      -ระเบียบ ป.ป.ช.มีกรอบเวลาแสวงหาข้อมูลได้ ๖ เดือน

      -๖ เดือนไม่เสร็จ เจ้าของคดี ขอขยายเวลาได้อีก ๓ เดือน 

      -๙ เดือนแล้ว ก็ยังไม่เสร็จอีก.........

       -เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอขยายเวลาได้อีก ๓ เดือน!

      ความหมายตรงๆ คือ..........

      แค่ขั้นรวบรวมสำนวนคดี ยังไม่ต้องพูดถึง จะชี้มูล "พระเถระทั้ง ๕" ว่ามีความผิดหรือไม่มีความผิด

      ใช้เวลา ๑ ปี..........

      จากเมษายน ๒๕๖๑ นี้ ทำใจสบายๆ ไปอีก ๑๒ เดือน

      จนถึงภายใน เมษายน ๒๕๖๒ นั่นค่อยมาดูว่า

      "พล.ต.อ.วัชรพล" จะออกมาแถลง ว่า

      -สำนวนครบถ้วนแล้ว ป.ป.ช.กำหนดวันชี้มูลคดีแล้ว

      หรือ จะแถลงว่า......

      "๑ ปี แต่การรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่เสร็จ!?"

      สมมุติยังไม่เสร็จ

      ขั้นตอนปฏิบัติต่อไปของ ป.ป.ช.ก็จะเหมือนย้อนกลับไปตั้งต้น นับ ๑ ใหม่

      คือ จะนำเรื่อง ๕ พระเถระนี้ เข้าที่ประชุม "คณะกรรมการ ป.ป.ช."

      เพื่อให้ "คณะกรรมการลงไปดำเนินการ"!

      ถามว่า.........

      คำว่า "ลงไปดำเนินการ" นั้น รูปธรรม คืออะไร?

      มีกรอบเวลากี่เดือน-กี่ปี หมายถึงขั้นพิจารณาเพื่อชี้มูล หรือแค่ตรวจสำนวนคดี ว่าสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์?

      สรุป คือ........

      เมื่อทางโลก คือ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลคดี

      ทางธรรม คือ "มหาเถรสมาคม" ก็คงจะอนุโลมตามทางโลก คือยึดกฎหมายแทนพระธรรมวินัย

      ถือว่าพระเถระทั้ง ๕ ซึ่งมี "๓ พรหม ๓ มส." อยู่ในนั้น บริสุทธิ์ในศีลไปด้วย

      เมื่อบริสุทธิ์........

      ก็ไม่มีอธิกรณ์ที่ต้องชำระ ไม่เข้าข่ายต้องพ้นจากความเป็นคณะกรรมการมหาเถรฯ

      และนั่น ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง "นิคหกรรม" ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ด้วยเช่นกัน!

      งานหลวง-งานราษฎร์ และสังฆกรรมตามพระธรรมวินัย เมื่อยึด "กฎทางโลก" เป็นแกน

      พระเถระทั้ง ๕ ก็เป็น "องค์สงฆ์" และองค์แห่ง "เนื้อนาบุญประเสริฐ" ดังประสงค์แห่งตนจะเป็น ไปได้เรื่อยๆ

      ส่วนทางหมู่สงฆ์เอง........

      จะยึดกฎหมายหรือยึดกฎพระวินัยเป็นทางปฏิบัติ

      นั่นมิใช่วิสัยคฤหัสถ์ "ต่ำด้วยศีล" อย่างผม จะไปชี้!

      ครับ...ที่นำมาคุยวันนี้

      เจตนาเพียงอยากให้ทราบขั้นตอนในทางเดินคดีกัน โดยดูจากลีลา ป.ป.ช.

      และลีลา ป.ป.ช.ในยุค "พล.ต.อ.วัชรพล"

      ก็เป็นลีลาเดียวกับคดี "นาฬิกาหรู" ๒๒ เรือนของ "พลเอกประวิตร"

      ๔ ธันวา ๖๐

      ในการถ่ายรูปหมู่ "คณะรัฐมนตรีชุดใหม่" ที่หน้าทำเนียบฯ

      พลเอกประวิตร ยกมือขึ้นบังแสงสูรย์ตอนเช้า เพชรจากแหวนจ้า ทุกคนหันไปดู

      จึงเห็น.........

      ไม่เพียงเพชร ยังนาฬิกา "ริชาร์ด มิลล์" ราคานับสิบๆ ล้านที่ข้อมือ จากนั้น เรือนอื่นๆ ทยอยเป็นข่าวรวม ๒๕ เรือน

      ฮือกันทั้งในและนอกประเทศว่า...ได้แต่ใดมา?!

      ๒๗ ธันวา ๖๐

      พลเอกประวิตรทำหนังสือชี้แจง ป.ป.ช.ถึงการมีนาฬิกาหรู ๒๕ เรือน อันไม่มีแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สิน

      "วรวิทย์ สุขบุญ" เลขาฯ ป.ป.ช. แถลง "ยังต้องตรวจสอบข้อมูล"...........

      "นาฬิกา ๒๕ เรือนอาจซ้ำกัน ความจริงอาจมีแค่ ๑๕ เรือน ต้องรอตรวจสอบ"

      จากธันวา..มกรา..กุมภา ๖๑ เรื่องก็ยังคาอยู่ที่โต๊ะเลขาฯ ยังไปไม่ถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วยเหตุผลว่า

      "ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม.....

      ต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจง"

      ๓ เดือนผ่านไป มี.ค.๖๑ เลขาฯ ป.ป.ช.ก็ออกมาพายเรือในอ่างด้วยเหตุผลเดิม

      -ยืมจากเพื่อนคนเดียว เสียชีวิตไปแล้ว

      -จากการตรวจสอบ นาฬิกา ๒๕ เรือน ซ้ำกัน ๓ เรือน

      -แหวนเพชรของบิดา มารดาเก็บรักษาไว้แล้วมอบให้

      ลงท้ายด้วยคำว่า...........

      "ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีก"!  

      เทียบเคียงโดยนัยเดียวกัน ประมาณ มีนา-เมษา ๖๒ โน่น

      ถ้ายังไม่ตาย........

      ค่อยมาฟังผล ว่า ๓ รัฐมนตรีรัฐบาลสงฆ์ และ ๑ รัฐมนตรีรัฐบาล คสช.

      ป.ป.ช.ของ "พล.ต.อ.วัชรพล"

     จะสั่งสอบเพิ่ม หรือตัวเอง "ถูกสอย" ไปแล้ว ถ้าเพื่อไทยถล่มทลายอย่างที่เขาฝันเปียก.


ทอนเอ้ย.... ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.และเขาแปะข้างฝาให้คนดูเมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๒) นั่นน่ะ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของทอน

เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส