เดินสายปั่น19ก.ย. เพนกวินร่วมวงลพบุรี/โพลชี้มีต่างชาติหนุนม็อบ


เพิ่มเพื่อน    

  สวนดุสิตโพลเผย ปชช.ไม่เชื่อกระแสข่าวรัฐประหาร แค่ต้องการปล่อยข่าวสร้างกระแส ส่วนรัฐบาลแห่งชาติไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ซูเปอร์โพลระบุ 85% เชื่อนักการเมือง-ต่างชาติหนุนม็อบ  เกือบทั้งประเทศเครียดม็อบซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจ รมว.สธ.แนะม็อบ 19 ก.ย. ใส่หน้ากากป้องกันโควิด "ชาญวิทย์" ออก จม.เปิดผนึกจี้อธิการบดี มธ.เปิดพื้นที่อำนวยความปลอดภัยให้ นศ. ด้านแกนนำยันการชุมนุมต้องเป็นพื้นที่ มธ.ท่าพระจันทร์

    เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผย ผลสำรวจเรื่องความเคลื่อนไหวทางการเมือง ณ วันนี้ จากความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 1,517 คน ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน สรุปว่า ในเรื่องกระแสข่าวการทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ไม่เชื่อ 58.08% เพราะต้องการปล่อยข่าว สร้างกระแส ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำถึงขนาดนั้น, เชื่อ 41.92% เพราะทางทหารมีการเคลื่อนไหว ปัญหาบ้านเมืองสะสมจนมากเกินไป ต้องการ ปฏิรูปการเมือง เป็นทางออกที่ไม่ควรมองข้าม ฯลฯ
    ส่วนการทำรัฐประหาร อาจจะเกิดขึ้นได้ 46.67%, ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ 40.61%, ไม่แน่ใจ 12.72% ด้านการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ   ไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ 41.79%, มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ 33.29%, ไม่แน่ใจ 24.92% สำหรับผลดี-ผลเสียของการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ช่วยลดความขัดแย้ง 73.96% ผลเสียไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง  66.55%, มีความเป็นกลาง  40.35% ผลเสียเกิดความไม่เชื่อมั่น/ไม่ยอมรับ 57.56%, มีความมั่นคง 37.85% ผลเสียไม่เป็นประชาธิปไตย 57.28%
    ด้านนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง หยุดแกนนำม็อบ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,575 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 9-12 ก.ย. พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 85.1% เชื่อว่าม็อบต่างๆ มีขบวนการนักการเมืองและต่างชาติหนุนอยู่เบื้องหลัง ในขณะที่ 14.9%  เชื่อว่าไม่มี
    ที่น่าเป็นห่วงคือ ภาพลักษณ์ของเพนกวินแกนนำม็อบที่เคยนั่งทานชีสเค้กกับเจ้าหน้าที่รัฐของต่างชาติ สร้างความเสื่อมเสียต่อตัวเองและประเทศชาติ 85.2% ในขณะที่ 14.8% ระบุไม่เสื่อมเสีย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 63.1% ระบุภาพลักษณ์ของเพนกวิน  ไมค์ ระยอง แกนนำม็อบ ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ทำงานให้ใครบางคนฝ่ายการเมืองเบื้องหลัง หรือทำงานให้ต่างชาติผู้หนุนเบื้องหลัง ในขณะที่ 36.9% ระบุทำเพื่อผลประโยชน์ชาติ
    ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 75.1% เชื่อว่ามีขบวนการต่างชาติจริงที่จ้องทำลายเสาหลักของประเทศไทยให้อ่อนแอ สั่นคลอน ไร้ระเบียบ จลาจล ควบคุมไม่ได้ เพื่ออ้างเข้ามาจัดระเบียบใหม่ หวังกอบโกยผลประโยชน์จากไทย โดยมีนักการเมืองไทยและแกนนำม็อบร่วมมือกับต่างชาติ ในขณะที่ 24.9% ไม่เชื่อว่ามี
ที่น่าสงสารคนไทยเกือบทั้งประเทศเป็นส่วนใหญ่ หรือ 92.2%  ระบุความเครียดว่าม็อบต่างๆ จะซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจ ในขณะที่เพียง 7.8% ไม่เครียด
    นักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา วัย 16 ปี นายกฤตัชญ์ กรรณิกา ผู้เคยเรียนวิชารัฐศาสตร์ ระดับมหาวิทยาลัยในเกรด 10 ณ โรงเรียนรัฐบาลของสหรัฐ มองว่าวัฒนธรรมการเมืองของคนไทยแตกต่างจากประเทศอื่นๆ หลายประเทศ ถ้าต่างชาติเข้าไม่ถึงและไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเมืองและหัวใจของคนไทยก็จะล้มเหลวในยุทธศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศได้ ยิ่งไปกว่านั้น จากผลโพลนี้ชี้ชัดว่า ถ้าแกนนำม็อบและกลุ่มนักการเมืองไทยมีภาพลักษณ์ ตกเป็นหุ่นเชิดของต่างชาติ ผลที่ตามมาคือแกนนำม็อบกลุ่มนั้นก็จะเสียหาย และต่างชาติประเทศนั้นๆ ก็เสียหายเช่นกัน
แนะม็อบ19กย.ใส่หน้ากาก
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข   ให้สัมภาษณ์กรณีจะมีการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในวันที่ 19 ก.ย. กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นพิเศษหรือไม่ว่า ให้ใส่หน้ากากอนามัย อย่าไอจามใส่กันได้ แต่พอให้ส่งเสียงพูดคุยกันได้ แต่อยู่ในหน้ากาก ละอองฝอยจะได้ไม่ออกมาและไม่มีการติดเชื้อได้ ถ้าทุกคนใส่หน้ากาก อนามัยก็ไม่มีการระบาดของโรค
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวจะรุนแรงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้อยู่ในกติกา ในกฎหมาย ชุมนุมด้วยความสงบ และเรียกร้องต่างๆ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาล  ครม. และ ส.ส.รับฟังทุกความเห็น ทุกข้อเรียกร้องอย่างแน่นอน และจะนำมาพิจารณา หารือกัน หากทุกคนทำเพื่อประโยชน์บ้านเมืองคงไม่ปัญหา และมั่นใจว่าทุกคนจะทำเพื่อประโยชน์บ้านเมือง ตนเองก็จะทำเพื่อประโยชน์บ้านเมือง
    เมื่อถามว่าการชุมนุมครั้งนี้จะถึงขั้นล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป มีกฎหมาย และรัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรผิด บริหารราชการแผ่นดินทุกวัน สถานการณ์แพร่ ระบาดโควิด-19 เราก็ทำอย่างเต็มที่ ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจก็เป็นผลมาจากโควิด-19 แต่เราก็ยังดูแลประชาชนเต็มความสามารถ
        นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเข้าสังเกตการณ์การชุมนุมของนิสิตนักศึกษาวันที่ 19 ก.ย.ว่า ในวันที่ 16 ก.ย. จะมีการนัดหมายคณะทำงานของฝ่ายค้านมาหารือว่าใครจะเข้าไปดูจุดไหนได้บ้างจะทำหน้าที่ตามปกติ คือเข้าไปดูและสังเกตการณ์ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งคณะทำงานของเราพร้อมที่จะดูแลและประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ เราเป็นห่วงสถานการณ์ที่ขณะนี้มีข่าวออกมาไม่ค่อยดี จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดูแลด้วยความละเอียดรอบคอบ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดี
       "การชุมนุมเป็นเรื่องการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นอยากให้เจ้าหน้าที่ดูแลม็อบเหมือนลูกหลาน เหมือนคนไทยด้วยกัน อย่ามองว่าเป็นศัตรู ให้มองว่าเป็นความคิดต่างที่รัฐบาลจะต้องลงมาอธิบายมาพูดจาให้เข้าใจกัน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่นำไปสู่ความสงบ นอกจากนี้เรื่องสถานที่จัดงาน ทาง ม.ธรรมศาสตร์ควรจะเปิดช่องเปิดโอกาส เนื่องจากเขามุ่งหวังว่า ม.ธรรมศาสตร์ว่าเป็นพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออก ดังนั้นจึงอยากให้เปิดโอกาส ไม่เช่นนั้นอาจจะสร้างความไม่พอใจ เหมือนเติมไฟเข้าไปเปล่าๆ ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร" นายสมคิดกล่าว
    นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณี ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไม่อนุญาตให้มีการใช้พื้นที่จัดการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า เหตุผลไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ มธ.ท่าพระจันทร์ในการชุมนุม 19 ก.ย.นั้นฟังไม่ขึ้น ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง ขอเรียกร้องให้อธิการบดีสำนึกสำเหนียกถึงจิตวิญญาณการก่อตั้ง ม.ธรรมศาสตร์และการเมืองให้เป็นมหาวิทยาลัยของไพร่ฟ้าประชาชน ด้วย #คือวิญญาณเสรีชื่อปรีดีพนมยงค์ #ธรรมศาสตร์และการชุมนุม
จี้มธ.เปิดพื้นที่ให้นศ.
    ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า เรียนท่านอธิการบดี (จดหมายเปิดผนึก) ผมเชื่อว่า คนแบบรุ้ง แบบอั๋ว แบบเพนกวิน และแบบ นศ.ธรรมศาสตร์ส่วนมาก ทั้งปัจจุบันและอดีต      รวมทั้งเยาวชนคนหนุ่มสาวรุ่น gen Z ส่วนใหญ่ ยึดมั่นในหลักการ  ที่ท่านผู้ประศาสน์การปรีดี พนมยงค์ มธก. ผู้ทำการปฏิวัติเมื่อปี 2475 ที่มุ่งหมายสร้างระบอบใหม่คือ ราชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ Constitutional Monarchy      ไม่ใช่ล้มเจ้า และยังยึดมั่นในนโยบายของท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตอธิการฯ อดีต นรม. ที่ยืนยันว่าธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว รวมทั้ง อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตอธิการฯ ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์สันติประชาธรรม ตลอดจนทั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม อธิการบดีคนแรกของ มธ. ผู้ที่ร่วมทำการปฏิวัติปี 2475 ที่เคยกล่าวไว้ว่าการต่อสู้ระหว่างระบอบใหม่กับระบอบเก่าจะดำเนินไปอีกยาว
    "ผมเชื่อในอุดมการณ์ดังกล่าว และเมื่อพิจารณาจาก ปวศ.ของมนุษยชาติแล้วก็พบว่า เสรีภาพจะบังเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยการต่อสู้ ขอให้รุ้ง ขอให้อั๋ว ขอให้เพนกวิน และคนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง รุ่นเก่าที่รักในเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ขอให้ได้ร่วมมือกัน และประสบความสำเร็จปลอดภัยในเส้นทางแสวงหาประชาธิปไตย         ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยที่ธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่และอำนวยความปลอดภัยให้ด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง" ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ระบุ
     ด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อจากทางมหาวิทยาลัยเพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ขนาดออกแถลงการณ์ห้ามยังไม่มีการติดต่อมา ซึ่งหากมีการติดต่อมา ตนก็พร้อมที่จะมีการพูดคุยในเรื่องของรายละเอียดการใช้พื้นที่และการรักษาความปลอดภัย มาตรการอะไรต่างๆ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการชุมนุมจะต้องเป็นพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
    นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีความเห็นต่างการชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งมีทั้งผู้ที่สนับสนุนให้จัดการชุมนุมในพื้นที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กับอีกฝั่งคัดค้านการใช้พื้นที่ว่า ต้องเข้าใจว่าข้อกังวลหนึ่งของบรรดาอาจารย์ และไม่อยากให้มีการใช้พื้นที่ ม.ธรรมศาสตร์จัดชุมนุม เพราะกังวลว่าอาจจะมีการอภิปรายถึงข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ซึ่งนำมาสู่ปัญหาเหมือนเมื่อครั้งการชุมนุมใหญ่ที่รังสิตที่ผ่านมา เมื่อเกิดความเห็นต่างเช่นนี้ ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ใช้พื้นที่ก็เตรียมตั้งป้อมเฝ้าประตู ในขณะที่อีกฝ่ายก็ยืนยันที่จะใช้พื้นที่นี้ในการชุมนุมให้ได้ จะมีการเตรียมตัดโซ่คล้องประตู ตนไม่อยากเห็นภาพเช่นนั้น เพราะจะเกิดการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ปัญหาได้ อยากให้มีการพูดคุยกันของทั้งสองฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปที่ยอมรับกันได้
    "นี่ไม่ใช่เกมอำนาจ ยังเชื่อว่านักศึกษาไม่ต้องการอำนาจอะไร ไม่ใช่ความต้องการเผด็จศึก นักศึกษาชุมนุมไม่มีอาวุธ ในเมื่อวันนี้ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน เราก็ต้องเชื่อว่านักศึกษาทำแบบบริสุทธิ์ ขณะที่นักศึกษาเองซึ่งมีวลีว่า ให้มันจบในรุ่นเรา ก็อยากจะให้เข้าใจว่ามันไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ อยากจะให้ทุกฝ่ายใจร่มๆ" นายโคทม กล่าว
    วันเดียวกัน นักศึกษาและนักเรียนที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มพลเมืองลพบุรีประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมต่อต้านเผด็จการ และขับไล่รัฐบาล ณ วงเวียนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ยุบสภา, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน โดยนอกจากมีนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมแล้ว ยังมีแกนนำของกลุ่มต่อต้านเผด็จการเดินทางมาร่วมสมทบและขึ้นเวทีปราศรัย ทั้งนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.อั๋ว จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, นายเพชร ธนากร, น้องหมี สินิพัชระ, น.ส.ซัน อาทิตยา และนายนุ๊ก ชูเกียรติ
ขณะเดียวกัน มีกลุ่มประชาชนชาวลพบุรีอีกกลุ่มประมาณ 10 คน เดินทางมาคัดค้านการจัดกิจกรรมบริเวณดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีระงับเหตุเพื่อป้องกันการปะทะกันของทั้ง 2 กลุ่ม
    โดยนายพริษฐ์ปราศรัยว่า รู้สึกยินดีมากที่ได้มาพบพี่น้องชาวลพบุรี เพราะลพบุรีเป็นเมืองทหาร จะมาย้ำว่าทหารควรอยู่ข้างประชาชน การจัดชุมนุมอย่างสันติวิธี ไม่มีอาวุธ และมาเชิญชวนพี่น้องชาวลพบุรีให้ไปรวมตัวกันในวันที่ 19 กันยายน ที่จะมีงานใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. สำหรับวันดังกล่าว ยังคงยืนยันจัดกิจกรรมเหมือนเดิม โดยไม่มีความรุนแรงแน่นอน เพราะฝ่ายเราไม่มีอาวุธ ถ้าจะมีก็มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียวเท่านั้น และเรามีแผนเรื่องความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ขอให้ไว้วางใจ.

 


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'