คำสั่งด่วนที่สุด! ให้ทุกหน่วยงาน ใช้งบ63แทน64


เพิ่มเพื่อน    

 สะท้อนการบริหารจัดการห่วย "สำนักงบประมาณ"  ร่อนหนังสือด่วนถึงส่วนราชการ งบปี 64 ใช้ไม่ทัน 1 ต.ค. สั่งขูดใช้จาก 63 ไปก่อน ขณะที่ สถ.ดิ้นตาเหลือก แจงโยกเงินจ่ายเบี้ยสูงอายุ-คนพิการ จบ 22 ก.ย.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 สำนักงบประมาณได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงหน่วยงานราชการทั้งหมดทั่วประเทศ เรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ไม่ทันวันที่ 1 ต.ค.2563 ดังนั้นให้หน่วยงานต่างๆ เบิกจ่ายงบประมาณโดยใช้กรอบของงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไปพลางก่อน โดยการเบิกจ่ายจะได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของงบประมาณที่ตั้งไว้
    สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุล 6.23 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ขาดดุล 4.69 แสนล้านบาท
    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ยืนยันว่างบประมาณ 2564 ใช้ไม่ทันกำหนด 1 ต.ค.2563 จะไม่กระทบกับการเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการและพนักงาน รวมถึงโครงการลงทุนเก่าที่ก่อหนี้ผูกพันมาจากงบประมาณปีก่อนหน้า แต่การลงทุนโครงการใหม่ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ จนกว่างบประมาณจะมีผลบังคับใช้
    นอกจากนี้ การกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 2564 จำนวน 6.23 แสนล้านบาท ก็ยังทำไม่ได้เช่นกัน จนกว่า พ.ร.บ.งบประมาณจะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่กระทบกับเงินคงคลังของประเทศที่ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 5 แสนล้านบาท เนื่องจากได้มีการกู้เงินมาเติมไว้รองรับการเบิกจ่ายในช่วงบประมาณ 2564 ล่าช้าออกไป
    "เงินคงคลังของประเทศไม่มีปัญหาถังแตก เนื่องจากมีรายได้และมีเงินกู้ชดเชยขาดดุลปี 2563 จำนวน 4.69 แสนล้านบาท และมีการขอกู้เงินเพิ่มอีก 2 แสนล้านบาท กรณีที่รายจ่ายมากกว่ารายได้ ก็ได้มีการกู้เงินส่วนนี้มาเตรียมรองรับการเบิกจ่าย ไม่มีปัญหาสะดุด หรือไม่มีปัญหาถังแตกรัฐบาล หรือปัญหารัฐบาลไม่มีเงินอย่างที่สังคมวิตกกังวลกันอยู่" รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุ
    สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ขณะนี้ยังอยู่การพิจารณาวาระที่ 2 ชั้นของกรรมาธิการ ซึ่งยังไม่เสร็จ หลังจากนี้ต้องเสนอให้สภาพิจารณาในวาระ 3 ที่ยังคาดไม่ได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไร
    อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทยด้วยว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 8 ก.ย.63 กรมบัญชีกลางได้ประกาศเลื่อนการโอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการประจำเดือน ก.ย.63 ตามกำหนดเดิมภายในวันที่ 10 ก.ย.ออกไปก่อน เนื่องจากกรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิรับเงินและโอนเข้าบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ภายในกำหนด เนื่องจากติดขัดขั้นตอนเรื่องการจัดสรรงบประมาณไป-กลับ ระหว่างกรมบัญชีกลาง (บช.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จนเกิดกระแสข่าวว่างบประมาณไม่เพียงพอ หรือรัฐบาลถังแตก
    ขณะที่ สถ.เตรียมโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากรายการอื่นมาจ่ายเป็นเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุและคนพิการแล้ว โดยจะเร่งรัดจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 ก.ย.63 นี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา สถ.แจ้งเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด สรุปรายละเอียดประกอบการโอนเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป งวดที่ 4 (เดือนกันยายน 2563)
    โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายสำหรับสนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 6,949,343 ราย 7,766 อปท. วงเงินรวม 4,866,832,800 บาท และโครงการสนับสนุนการเสริมสร้างสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ค่าใช้จ่ายสำหรับสนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพความพิการ 1,850,944 ราย 7,770 อปท. วงเงินรวม 1,480,755,200 บาท โดยคาดว่าเตรียมโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณส่วนอื่นมาเป็นงบอุดหนุนทั้ง 2 โครงการ วงเงินรวม 6,347,588,000 บาท.