'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!


เพิ่มเพื่อน    

 

        "ชีสเค้ก" เป็นพิษซะแล้วมั้ยล่ะ...เพนกวิน!

                ผสสำรวจเปียกๆ "ซูเปอร์โพล"

            "ร้อยละ ๘๕.๑ เชื่อม็อบต่างๆ มีขบวนการนักการเมืองและต่างชาติหนุนอยู่เบื้องหลัง ร้อยละ ๑๔.๙  เชื่อว่าไม่มี

                ที่น่าห่วงคือ ภาพลักษณ์เพนกวิน ที่เคยนั่งทาน ชีสเค้ก กับเจ้าหน้าที่รัฐของต่างชาติ

                ๘๕.๒ ระบุสร้างความเสื่อมเสียต่อตัวเองและประเทศชาติ ร้อยละ ๑๔.๘ ว่าไม่เสื่อมเสีย

                นอกจากนี้ ร้อยละ ๖๓.๑ ระบุ ภาพลักษณ์เพนกวิน ไมค์ ระยอง ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

                ทำงานให้ใครบางคนฝ่ายการเมืองเบื้องหลัง หรือทำงานให้ต่างชาติผู้หนุนเบื้องหลัง ร้อยละ ๓๖.๙  ระบุทำเพื่อผลประโยชน์ชาติ

                ที่น่าพิจารณาคือ ร้อยละ ๗๕.๑ เชื่อว่ามีขบวนการต่างชาติจริง จ้องทำลายเสาหลักประเทศไทยให้อ่อนแอ สั่นคลอน ไร้ระเบียบ จลาจล ควบคุมไม่ได้

                 เพื่ออ้าง เข้ามาจัดระเบียบใหม่.......

                หวังกอบโกยผลประโยชน์จากไทย โดยมีนักการเมืองไทยและแกนนำม็อบร่วมมือกับต่างชาติ ในขณะที่ร้อยละ ๒๔.๙ ไม่เชื่อว่ามี”

                บอกแล้วมั้ยล่ะ......

            ขนมครกของเราพร่องมันเนย ดีต่อใจและสุขภาพ ก็ทำเป็นหมูลืมรำ ดัดจริตไปกินชีสเค้กต่างชาติ-ต่างภาษา

            เมื่อเป็นหมูลืมรำขม้ำนม-เนย หลงใหลถึงขั้นติดแฮชแท็ก #ชีสเค้กอร่อยมาก แบบนี้

            ชาวบ้านเขาเลยบอก "เสียชาติหมู-ชาติหมา" หมดราคาหน้าเขียงสามสัสไปเลย!

            พูดถึงโพล นึกถึงการเสวนาเรื่อง "รักษ์ปฐพี คืนชีวิตที่หลากหลายให้ผืนดิน" ที่กรมพัฒนาที่ดิน  กระทรวงเกษตรฯ จัดเมื่อ ๑๐ ก.ย.๖๓

            "รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์" ประธาน กมธ.แก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภา ร่วมวงด้วย

            ประเด็นน้ำ..มี แต่ปล่อยให้แล้งซ้ำซาก.......

            ดร.สังศิต ใช้ข้อมูล "ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน" และผล "นิด้าโพล" ประกอบความเห็นเป็นทางแก้ไว้ ตรงหน้าแงดีมาก

            "มูลค่าความเสียหายจากภัยแล้งช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.๖๓ ของ 'ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน' พบว่า มีมูลค่าความเสียหาย ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท

                คำถามคือ เราจะเก็บ (น้ำ) อย่างไร?

                หลักคิดใหม่ของเรา ไม่ต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ใช้เงินน้อย สร้างได้เร็ว เบ็ดเสร็จ ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน, สิ่งแวดล้อม, สภาพธรรมชาติดั้งเดิม

                ไทยมีลุ่มน้ำทั้งประเทศ ๒๒ ลุ่มน้ำ จะเก็บได้ด้วย 'ฝายแกนซอยซีเมนต์' หรือเรียกว่า 'ฝายดิน' ก็ได้

            เพื่อให้แผ่นดินชุ่มน้ำทุกภาค เราต้องสร้างฝายแกนซอยซีเมนต์ ทุกลุ่มน้ำครอบคลุมใน ๒๒ ลุ่มน้ำ  (จาก ๒๕ ลุ่มน้ำหลัก) ความยาวลำน้ำหลัก ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กม.เศษ

                การแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังถกเถียงกันขณะนี้......

                ต้องใช้งบประมาณถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมองว่าไม่ช่วยชาวบ้านเลย

                'นิด้าโพล' สำรวจความเห็นชาวบ้าน

                เชื่อว่าแก้รัฐธรรมนูญแล้วไม่ช่วยเศรษฐกิจดีขึ้น การเมืองเหมือนเดิม

                แก้รัฐธรรมนูญจะสูญเสียเงินโดยชาวบ้านไม่ได้อะไร นอกจากสนองความต้องการนักการเมืองบางกลุ่มเท่านั้น

                แต่ถ้านำงบประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้แก้รัฐธรรมนูญ สามารถสร้างแหล่งน้ำในลำน้ำหลักได้ ๗๕,๐๐๐ แห่ง

                ได้ ๒๒ ลุ่มน้ำทั่วประเทศ ประชาชนไม่ต่ำกว่า ๖ ล้านครัวเรือนได้ประโยชน์ตลอดชีวิต”

                ครับ....เนี่ย

            เรื่องน้ำ คือ "เรื่องอนาคตชาติ" เป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นมาก และมากๆๆๆๆๆๆ!

            ในความที่ไทยเป็นชาติเกษตร น้ำคือ "ชีวิต" ทุกคนรู้อยู่ ประสบอยู่กับตัวเอง ทั้งโคตรเหง้า วงศ์วานว่านเครือแต่ละคน ซึ้งว่าขาดน้ำเท่ากับขาดใจ

            แต่รัฐสภา ในซีก ส.ส.ที่พูดติดปากว่า "ผม...ตัวแทนประชาชน ประชาชนเลือกผมมา"

            มีหน้าไหน, พรรคไหน เป็นตัวตั้ง-ตัวตี เสนอให้เรื่องน้ำเป็น "เรื่องเร่งด่วน" ของชาติ ที่ต้องผลักดันให้ "มีแผน-มีงบ" เป็นโครงการเร่งด่วน เห็นผลทันทีภายใน ๒-๓ ปี

            โดยบริหารน้ำและจัดทำแหล่งน้ำ ให้ชาวบ้าน, เกษตรกร มีกิน-มีใช้-มีเพื่อการเกษตร โดยไม่ขาดแคลนบ้าง?

            ไม่มีเลย!

            วันๆ มีแต่ สุมหัวแก้รัฐธรรมนูญ ร้องหาประชาธิปไตยส้นมือ-ส้นตีนอะไรของมันก็ไม่รู้

            แก้เพื่อใคร แก้แล้วใครได้?

            ชาวบ้านได้ ชาวบ้านมีน้ำทำไร่-ทำนาถาวร หรือพวกอาชีพเลือกตั้งได้เข้าไปกินเมืองถนัดๆ?

            ก็ดูประเด็นที่เขาตั้งญัตติจะใช้เวทีสภาเบิกบายศรีแก้กันซี ไม่มีเรื่องเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ชาวบ้านเลยซักมาตรา แม้เรื่องการศึกษา-วิจัย ที่หลอกเด็กออกมาเย้วๆ ก็ไม่มี

            มีแต่เรื่องเลือกตั้งให้พวกกูโกงง่ายๆ เข้าสู่อำนาจง่ายๆ หนีโทษคุกง่ายๆ ได้สิทธิและอำนาจมากๆ  คดีโกงไม่มีอายุความโละทิ้งไปง่ายๆ

            แก้มาตรา ๒๕๖ เปิดประตูชั้นแรกให้ตั้ง ส.ส.ร.ก่อน

            ตั้งได้แล้ว ไม่มีหรอก ที่มันจะไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒

            เหมือนแทรกเข้าไปได้ทั้งตัวแล้ว ที่จะไม่ตะบันแหลกทุกหมวด-ทุกมาตรา "เขียนใหม่" ทั้งฉบับ นั่น..มีหรือหมาไม่กินขี้?

            นิรโทษกรรม "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" และพวกหนีคดีที่ไปอยู่นอกประเทศ เชื่อน้ำหน้าพวกนี้ได้หรือว่า จะไม่ใช้ลีลาหมกเม็ดไว้ในรัฐธรรมนูญที่เขียนกันใหม่?

            เอาเข้าจริง ถ้าตั้ง ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่างที่ขมีขมันกันตอนนี้ ที่ว่าต้องใช้เงิน ๑๕,๐๐๐  ล้านบาท นั้น

            ได้แค่เสากับหลังคา....

            ยังฝาบ้าน การตบแต่งภายนอก-ภายใน กว่าจะเสร็จ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่พอด้วยซ้ำ!

            แค่ทำประชามติ อย่างน้อย ๒ ครั้ง ครั้งละ ๔,๐๐๐ ล้าน ก็ปาเข้าไปร่วมหมื่นล้านแล้ว ที่ฝ่ายค้านเสนอแก้เข้าไปใหม่อีก ๔ ญัตติ และเห็นเพื่อไทยจะยื่นอีก

            เมื่อญัตติที่ยื่นแก้ เข้าเงื่อนไขต้องทำ ก็ต้องแยกทำประชามติอีก

            แล้วจะฉิบหายงบประมาณเพื่อลากสากกะเบือให้พวกนี้อีกเท่าไหร่?          

            ตั้ง ส.ส.ร. ๒๐๐ คนหรือกว่า ๒๐๐ กว่าจะร่างเสร็จ ตีซะ ๒ ปี เฉพาะเงินเดือน วางไว้เลย ๒,๐๐๐  ล้านบาทขั้นต้น

            อย่างนี้ ชาวบ้านต้องช่วยกันคิด ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้รัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ เพื่อ ส.ส.  ๕๐๐ คน

            ปี-สองปี เลือกตั้งแล้วไม่สมเจตนา มันก็จะหาเรื่องแก้-ฉีกอีก ก็ต้องใช้งบอีก หมื่น-สองหมื่นล้าน สนองตัณหา ส.ส.

            ในทางกลับกัน......

            มองในมุม ดร.สังศิตบอก เอา ๑๕,๐๐๐ ล้าน ไปสร้างแหล่งน้ำ ได้แหล่งน้ำในลำน้ำหลัก ๗๕,๐๐๐  แห่ง ได้ ๒๒ ลุ่มน้ำทั่วประเทศ

            ประชาชนไม่ต่ำกว่า ๖ ล้านครัวเรือน ได้ประโยชน์ตลอดชีวิต

            เนี่ย แบบนี้ ชาวบ้านจะเอาแบบไหน ก็ตรองกันดู เป็นเรื่องไม่ซับซ้อนอะไร ในเมื่อพวกนักการเมือง เอะอะอ้างเพื่อประชาชน

            เรื่องน้ำนี่แหละที่ประชาชนต้องการ โดยเฉพาะอีสาน เร่งด่วนทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว

            และอย่านึกนะว่า ฉีกเก่า-เขียนใหม่เสร็จปุ๊บ จะได้ใช้เลือกตั้งปั๊บ

            ยังหรอก ยังต้องใช้เวลาและเงินอีกก้อนใหญ่ เพื่อเขียนกฎหมายลูก ๑๐ ฉบับ และต้อง ๔ ฉบับเพื่อเลือกตั้งเสร็จก่อน จึงจะเลือกตั้งกันได้

            สรุปแล้ว แก้รัฐธรรมนูญ โดยตั้ง ส.ส.ร. "ผลาญงบ-ผลาญชาติ" โดยประเทศชาติ-ประชาชนไม่ได้อะไรเลย

            แต่ต้องจ่ายทุกบาท-ทุกสลึงให้พวก ส.ส.!

            จะแก้ ก็ ส.ส.-ส.ว.นั่นแหละ แก้กันเองเป็นรายมาตราที่เห็นจำเป็นต้องแก้ในระบบรัฐสภา ต้องให้เปลือง หมื่น-สองหมื่นล้าน ตั้ง ส.ส.ร.เขียนทั้งฉบับทำไม?

            เขียนแล้ว ทำประชามติวันไหน ประชาชนคว่ำวันนั้น ก็จะเสียเปล่า ทั้งเป็นเหตุให้ทะเลาะระดับชาติกันอีก

            ดูนี่ซี... ส.ส-ส.ว.วันนี้ รวม ๗๕๐ คน

            ส.ส.และ ส.ว.แต่ละคน มีบริวารกินเงินเดือนอีกคนละ ๘ คน แยกเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวคนละ ๑  คน ๒๔,๐๐๐ บาท/เดือน

            ผู้ชำนาญการอีกคนละ ๒ คน เงินเดือน ๑๕,๐๐๐/คน แล้วยังมี "ผู้ช่วยดำเนินการ" อีกคนละ ๕ คน  เงินเดือน ๑๕,๐๐๐/คน

            รวมเงินเดือนในส่วน ส.ส. ส.ว. แต่ละคน ตกเดือนละ ๒๔๒,๕๖๐ บาท/คน

            ๗๕๐ คน หนึ่งเดือนเท่ากับ ๑๘๑,๙๒๐,๐๐๐ บาท

            เท่ากับ ๑ ปี ต้องเอาภาษีประชาชนไปจ่ายเงินเดือนให้เฉพาะ ส.ส.-ส.ว. ๒,๑๘๓,๐๔๐,๐๐๐ บาท

            ยังไม่นับสิทธิประโยชน์ที่เขาจะได้กัน เช่น ประชุม กมธ., อนุ กมธ.สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท แต่ละคนเป็นได้คนละ ๒ คณะ

            เบิกค่ารถไฟ, รถยนต์, เครื่องบินได้ มีสวัสดิการรักษาพยาบาล, มีกองทุนสงเคราะห์อดีต ส.ส.-ส.ว., มีเครื่องคอมพ์แบบพกพาให้ และ ฯลฯ

            เนี่ย..กินภาษีชาวบ้านปีละร่วม ๓ พันล้าน ทำงานกันหน่อยเป็นไง จะแก้ตรงไหน ส.ส.-ส.ว.ก็แก้ในรัฐสภานี่แหละ ต้องไปตั้ง ส.ส.ร.ผลาญเงินทำไม?

            เห็นแหกปากชาวบ้านกำลังยากจน ไม่ให้ซื้อเรือดำน้ำ แล้วนี่จะตั้ง ส.ส.ร.เขียนรัฐธรรมนูญโดยไม่จำเป็น ใช้เงินไม่หนี ๒ หมื่นล้าน

            ในกระบาลมีหัวคิดกันบ้างมั้ย คิดกันบ้างสิ...คิด!

            ไอ้พวกนักการเมือง.......

            วันๆ ไม่ยุเด็กล่มบ้าน-ล่มสถาบัน ก็คิดแต่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง เอะอะ อ้างเพื่อประชาชน

            ก็พวกกูนี่แหละประชาชน อย่ามาสะแอ๋งอ้าง

            มึงเขียน พวกกูจะล้ม แล้วคอยดู!