เจ้าของวลี 'สงคราม 2 ระบอบ' มาแล้ว!ปลุกพลังบริสุทธิ์ร่วมม็อบ 19 กันยา ล้างบางมรดกบาปของเผด็จการทรราชให้สิ้น


เพิ่มเพื่อน    

14 ก.ย.63 -  นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้หาดังนี้

เชิญมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ให้กับประเทศไทยของเรา ในการชุมนุมใหญ่ 19 กันยานี้ ที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

การนัดชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอกซึ่งประกอบด้วย นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่าในวันที่ 19 กันยานี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถือเป็นการรวมตัวกันครั้งสำคัญของมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย ที่ตื่นรู้ ที่ตาสว่าง ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่ง สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ และ ประชาธิปไตย ของนักสู้ผู้ซึ่งไม่ยอมตกเป็นทาส ไพร่ ของเหล่าเผด็จการศักดินาล้าหลัง หลังจากการชุมนุมได้จุดติดทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดทั่วประเทศมาระยะหนึ่ง บนหลักการ 
ข้อเรียกร้อง 3. ข้อ 1.  หยุดคุกคามประชาชน   2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ  3.  ให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน     จุดยืน  2 จุดยืน 1.  ไม่เอารัฐประหาร  2. ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ และ 1 ความฝัน คือให้ประเทศไทยมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

พวกเราฝ่ายประชาธิปไตยต่างทราบกันดีว่านี่คือการต่อสู้ในสงคราม 2 ระบอบ คือระบอบประชาธิปไตย กับ ระบอบเผด็จการ 

ฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีอาวุธใดๆ มีแต่พลังมวลชน มีแต่หลักการ เหตุผล สติ ปัญญา และความชอบธรรมตามสิทธิ เสรีภาพ ขั้นพื้นฐาน ถือเป็นฝ่ายธรรม

ส่วนฝ่ายเผด็จการมีเพรียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งทุน อำนาจรัฐ ปืน ที่เหล่านายทุน ขุนศึก ศักดินา อำมาตย์ ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม สมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้งและ พรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ เกาะเกี่ยวถักทอเป็นระบอบเผด็จการ แต่สิ่งที่ระบอบเผด็จการไม่มีคือ ความชอบธรรมที่จะปกครอง กระนั้นฝ่ายเผด็จการก็พยายามพัฒนาตัวเองประยุกต์ให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ จนเป็นเผด็จการซ่อนรูป ที่แยบยลมากขึ้น ถือเป็นฝ่ายอธรรม

เกือบศตวรรษที่ผ่านมาระบอบเผด็จการได้ร่วมกัน สมคบคิดกันทำรัฐประหารปล้นประเทศ ปล้นอำนาจของประชาชนสำเร็จไป 13 ครั้ง สร้างความทุกข์ยาก แร้นแค้นให้เกิดแก่ราษฏรมายาวนาน ที่สำคัญพวกเผด็จการทรราชได้จับกุม คุมขัง ทำร้าย ทำลายประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย สูญหายหลายร้อย หลายพันชีวิต โดยที่พวกเขาไม่เคยต้องรับผิดชอบ และพวกเขาจะได้รับการนิรโทษกรรมทุกครั้งที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจสำเร็จ

แต่ด้วยโลกยุคใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่ตื่นรู้ ตาสว่าง การทำปฎิบัติการจิตวิทยา เพื่อล้างสมองคนให้งมงายจะไม่ได้ผลมากนัก มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สมัครใจเป็นทาสไพร่

จากการติดตาม วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แนวรบในสภา ฝ่ายเผด็จการสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

 จึงเหลือแนวรบนอกสภาคือพลังบริสุทธิ์ ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่าเท่านั้น ที่จะทะลุ ทะลวง อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจปืน และ องคาพยพของเผด็จการทรราชได้ และเชื่อมั่นว่า ศึกครั้งนี้ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะอย่างแน่นอน

 จึงอยากให้มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยทุกหมู่เหล่า ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนได้ผสานพลังเป็นหนึ่ง ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ด้วยความเสียสละ มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วย สิทธิ  เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ความเจริญไพบูลย์ให้กับประเทศของเรา เพื่อลูกหลานของเราทุกคน และร่วมกันล้างมรดกบาปของเผด็จการทรราชให้สิ้น ทวงคืนทรัพย์สินให้กลับมาเป็นของคนไทยทุกคน ร่วมกันส่งมอบอนาคตที่ดีให้ลูกหลานของเราสืบไป 

ดีกว่าให้กาลเวลา และความแก่เฒ่ากลืนกินชีวิตไป อย่างไร้ความหมาย.