บริจาคสเต็มเซลล์


เพิ่มเพื่อน    

 

      เห็นข้อความที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเนื่องในสัปดาห์ “วันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2563” เพื่อขอบคุณอาสาสมัครและผู้บริจาคสเต็มเซลล์กว่า 37 ล้านคนทั่วโลกที่ได้มอบชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วย ระหว่างวันที่ 7-19 กันยายน 2563 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่...แล้วให้สงสัยว่ามันเพื่ออะไรกัน และแตกต่างจากบริจาคเลือดหรือไม่อย่างไร เลยต้องลองหาข้อมูลอ่าน แล้วก็พบว่า

      ..สาธุ!! กับทุกๆ ท่านที่ร่วมบริจาคสเต็มเซลล์นะจ๊ะ

      เพราะ Stem Cell คือ เซลล์ตัวอ่อนของโลหิตซึ่งอาศัยในไขกระดูก และจะเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง เม็ดโลหิตขาว และเกล็ดโลหิต หล่อเลี้ยงอยู่ในร่างกาย เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตสามารถบริจาคให้บุคคลอื่นได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาค

      ที่สำคัญ สเต็มเซลล์มีความสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคทางระบบโลหิต เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย, โรคโลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ, โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันหรือเรื้อรัง รวมไปถึงโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและโรคมะเร็งมัลติเพิลมัยอิโลมา ซึ่งการรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการสร้างเม็ดเลือด สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

      ดังนั้นสเต็มเซลล์จึงเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงสำคัญของชีวิต ที่หากขาดหรือมีไม่พอก็อาจทำให้ชีวิตไม่สามารถไปต่อได้

      หากใครไม่ติดภารกิจอะไรก็ไปร่วมบริจาคกันนะคะ โดยสามารถเปิดเว็บไซต์ของทางการสภากาชาดอ่านรายละเอียดว่า ใครสามารถบริจาคได้ และควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไร         

      สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีอาสาสมัครลงทะเบียนบริจาคสเต็มเซลล์ จำนวน 264,022 ราย ผู้บริจาคสเต็มเซลล์ให้ผู้ป่วย จำนวน 398 ราย (คนไทยและชาวต่างชาติ) และยังมีผู้ป่วยรอรับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์มากถึง 2,171 ราย อาทิ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลิวคีเมีย) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น ดังนั้น การจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้น จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย.

       

                                                     

                                                            "ป้าเอง"


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'