แปลกแต่จริง! ชาวเลสืบสานประเพณีนอนชายคาบ้านริมถนน ตามรอยบรรพบุรุษในเทศกาลสารทเดือนสิบ


เพิ่มเพื่อน    

14 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบของทุกๆปี ที่ชุมชนถนนใหม่เขตเทศบาลเมืองพังงา จะพบเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งมาอาศัยกินอยู่หลับนอนอยู่ตามชายคาหน้าบ้านของชาวบ้านในชุมชน ซึ่งเป็นที่รับรู้ของชาวจังหวัดพังงาและใกล้เคียงว่าเข้าสู่เทศกาลสารทเดือนสิบแล้ว แต่ก็เป็นที่แปลกตาของคนต่างจังหวัดที่ผ่านไปมาและไม่เคยรู้ว่าก่อนว่านี่คือ กลุ่มพี่น้องชาวไทยใหม่ หรือชาวเลอุรักลาโว้ย จากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต-กระบี่-สตูล ที่สืบสานประเพณีตามรอยบรรพบุรุษของพวกเขา ที่ในอดีตนับร้อยปีได้นำของทะเลต่างๆพายเรือเลียบอ่าวพังงาขึ้นมาแลกกับข้าวสารเสื้อผ้าของชาวบ้านบนแผ่นดินใหญ่ และได้ขออาศัยหลับนอนตามหน้าบ้านของคนในชุมชนแห่งนี้ ซึ่งเป็นชุมชนท่าเรือสำคัญในอดีตของพังงา

จากนั้นคาดว่าผลิตผลทางทะเลมีน้อยเลยกลับกลายเป็นเป็นการขอบุญจากชาวบ้านแทน จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานโบราณของชาวไทยใหม่หรือชาวเลกับความมีน้ำใจของพี่น้องชาวชุมชนถนนใหม่ จ.พังงา ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้สั่งการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา เทศบาลเมืองพังงา นำเจ้าหน้าที่และ อสม.มาตรวจวัดไข้คัดกรองโควิด-19 มอบหน้ากากผ้า พร้อมกับข้าวสารให้ทุกครอบครัวที่มากันรวมกว่า 300 ชีวิต

นายไตรรัตน์ กลับคง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพังงา กล่าวว่า เป็นเรื่องของความผูกพันมานานกว่า 100 ปี ระหว่างพี่น้องชาวไทยใหม่หรือชาวเลกับพี่น้องชาวชุมชนถนนใหม่ ในช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบของทุกปีตั้งแต่วันรับตายาย พี่น้องชาวไทยใหม่ก็จะนำครอบครัวเดินทางมาอาศัยอยู่ตามหน้าบ้านของชาวชุมชนแห่งนี้

จากนั้นในช่วงกลางวันก็จะพากันออกไปรับบุญจากชาวไทยพุทธ ด้วยการขอข้าวสาร เสื้อผ้า หรือเงินสดตามพื้นที่ต่างๆ ตอนเย็นก็จะกลับมาทำอาหารกินกันหน้าบ้านและหลับนอนอยู่หน้าบ้าน โดยเจ้าของบ้านไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด ทางเทศบาลเมืองพังงาเคยขอจัดที่กินอยู่หลับนอนให้เป็นสัดส่วน แต่พวกเขาก็ไม่ยินยอมและบอกว่าพวกเขาต้องมาขอข้าวสารกินนอนหน้าบ้านทับรอยของบรรพบุรุษของพวกเขา หากไม่ทำตามประเพณี พวกเขาก็จะไม่สบายหรือประสบโชคร้ายมีอันเป็นไปบ้าง โดยพี่น้องชาวไทยใหม่ทุกคนจะไปร่วมรับบุญที่วัดต่างๆในวันสารทเดือนสิบ จากนั้นก็จะกลับมาเก็บของพร้อมเดินทางกลับบ้านทันที