3 เมืองต้นแบบTOD


เพิ่มเพื่อน    

 

           การเติบโตของเศรษฐกิจแม้ว่าจะหยุดชะงักไปส่วนหนึ่งก็มาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ก็ใช่ว่าการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตก็ใช่ว่าจะต้องหยุดชะงักตามไปด้วย ดังนั้นที่ผ่านมาภาครัฐได้พยายามที่จะส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นในด้านโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องเตรียมพร้อมกับการลงทุนดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านโลจิสต์ติกส์ ที่รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าพัฒนาทั้งน้ำ บก อากาศและราง

                อย่างเช่นการพัฒนาและขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายกระจายความเจริญลงสู่จังหวัดภูมิภาคนั้น นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งสินค้าอำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง แต่การลงทุนระบบรางให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยแท้ จะต้องมีการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development หรือ TOD) เพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ลดความแออัดจากการเดินทาง เข้ามาทำงานในเมืองหลวง

                เพราะถ้าไม่มีการพัฒนา TOD จะก่อให้เกิดปัญหาการขยายตัวของเมืองอย่างกระจัดกระจาย เนื่องจากขาดการวางแผนพัฒนาเมืองที่ดี การใช้ประโยชน์พื้นที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่หากมีการพัฒนาพื้นที่ตามหลักการ TOD จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ มีประสิทธิภาพ และมีความหลากหลาย มีระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนเดิมและชุมชนใหม่ มีโครงข่ายพื้นที่สีเขียว ทางเท้า และทางจักรยานเชื่อมโยงพื้นที่สาธารณะ เป็นต้น

                ดังนั้น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีแนวคิดศึกษาพัฒนาพื้นที่รอบสถานี ขนส่งมวลชนหรือ TOD ทั่วประเทศไทย 173 แห่ง เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก มีรายได้จากการพัฒนาพื้นที่ โดยจะเริ่มดำเนินกับเมืองต้นแบบ 3 จังหวัด คือ อยุธยา ชลบุรี และขอนแก่น ใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณผูกพัน 2 ปี ตั้งแต่ปี 2561

                อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานั้น สนข.ได้ลงพื้นที่จัดการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการและการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสัมมนาผู้ลงทุน เพื่อสรุปผลการศึกษาในพื้นที่ 3 เมืองต้นแบบ โดยแนวคิดการพัฒนาพื้นที่แต่ละจังหวัดจะแบ่งจำนวนโซนการพัฒนาแตกต่างกัน อย่าง สถานีรถไฟขอนแก่น, มาที่สถานีรถไฟอยุธยา

                และ สถานีรถไฟพัทยา ซึ่งสถานีรถไฟฟ้าพัทยานั้น จะเน้นเป็นพิเศษ เพื่อเปิดศักยภาพของพื้นที่มีสถานีรถไฟทางคู่และสถานีรถไฟความเร็วสูงเป็นศูนย์กลางการพัฒนา เนื่องจาก จังหวัดชลบุรีถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็น “เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค” เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บริเวณเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีเป้าหมายพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ที่สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

                รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยที่กระจายความเจริญสู่เมืองหลักในภูมิภาค และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นสถานีที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน TOD ศูนย์ภูมิภาค จะมีบทบาทและความสำคัญในการพัฒนาสถานีรถไฟความเร็วสูง (HSR) โดยเป็นสถานีกลางเมืองหลักระดับภูมิภาค

                ทั้งนี้ ทาง สนข.เห็นว่า แนวคิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟพัทยา มุ่งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ “ศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่ของพัทยา” ที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินผสมผสาน และสร้างสรรค์กิจกรรมภายในเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานความเป็นเมืองระดับโลกกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และเอื้อต่อการขยายตัวของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน”

            อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็คงต้องมาจับตาดูกันว่า ภายหลังจากที่ สนข.ได้จัดการสัมมนาสรุปผลการศึกษาในพื้นที่ 3 เมืองต้นแบบรายจังหวัดเรียบร้อยแล้ว โครงการจะมีการจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการและการมีส่วนร่วมของประชาชนและการสัมมนาผู้ลงทุน (Market Sounding) สัมมนาสรุปผลโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่ 25 กันยายน 2563 นี้ จะมีผลออกมาอย่างไร.

 

บุญช่วย  ค้ายาดี


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ