ทนายแจงยิบ ข้อเรียกร้องของ'ซาร่า'ทำเอาช็อคทั้งประเทศ


เพิ่มเพื่อน    

 

          กรณี ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ขึ้นศาล ยื่นคำร้องขออำนาจปกครองบุตรร่วมกับ ซาร่า คาซิงกินี เพื่อเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิ์ในตัวของน้องแม็กซ์เวลล์ โดยทางซาร่าที่ก่อนหน้านี้ได้มาออกรายการโหนกระแส พูดชัดว่าให้สิทธิ์ไมค์ปกครองลูกไม่ได้ ซึ่งล่าสุดทางไมค์ พร้อมด้วย ทนายเจมส์-นิติธร แก้วโต ได้เดินทางมาพูดคุยกับหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ในรายการโหนกระแส และได้มีการพูดคุยถึงหลายๆ ประเด็น

          แต่ที่ทำเอาทุกคนอึ้งและทำให้หนุ่มไมค์ถึงกับเสียน้ำตา คือการเปิดเผยถึง 6 ข้อเรียกร้องที่ทางซาร่า ได้ยื่นให้กับไมค์  หากอยากได้สิทธิ์ในการปกครองลูกร่วมกัน ซึ่งทนายเจมส์ ได้เป็นคนเปิดเผยถึงข้อเรียนร้อง 6 ข้อดังกล่าวว่า

          "หลักกฎหมาย บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นถึงมีหน้าที่อุปการะส่งเสียเลี้ยงดูบุตร ถ้ามิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีหน้าที่ส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูบุตร ถึงแม้เขาไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เขาก็จ่ายมา 6 ปี ทีนี้มีการยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามาว่าไมค์ไม่สมควรเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุผลส่วนตัวระหว่างไมค์กับซาร่า ยกมาเป็นเหตุผลคัดค้าน แต่ผมกำลังสงสัยเองว่าในเมื่อคัดค้านไม่ให้เขาเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย เขาก็ไม่มีหน้าที่เลี้ยงดูอุปการะบุตร แต่ท้ายคำขอ ขอให้ไมค์ทำ 6 อย่าง

          อย่างแรกเลยขอให้ไมค์ชำระค่าเล่าเรียนอุปการะ ค่าโรงเรียนที่น้องได้จ่ายไปที่โรงเรียนนานาชาติภูเก็ต และขอให้จ่ายต่อไปในอนาคต จนกว่าบุตรจะจบปริญญาเอก คือที่เขาจ่ายไปแล้ว ให้ไมค์จ่ายคืนเขา อนาคตต้องจ่ายค่าเทอมต่อไป ข้อสองขอให้จ่ายค่าคนขับรถ ค่าพี่เลี้ยง จนกว่าบุตรจะช่วยเหลือตัวเองได้ สามจากเดิมไมค์จ่ายเงินเดือนให้ซาร่าเดือนละ 3 หมื่น เขาเลยขอว่า 3 หมื่นอาจไม่พอ ขอเพิ่มเป็น 5 หมื่น จนกว่าลูกจะมีรายได้เพียงพอหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ใช่บรรลุนิติภาวะด้วยนะครับ ถ้าบรรลุนิติภาวะไป แต่ไม่มีรายได้น้องก็ต้องส่งอยู่ จนกว่าบุตรจะมีรายได้เพียงพอที่จะหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ใช่บรรลุนิติภาวะนะครับ

          ข้อที่สี่ให้ไมค์ซื้อคอนโดหรือบ้านให้ลูกในกรุงเทพฯ ลูกจะได้มีที่อยู่ใกล้โรงเรียน ข้อห้าคือห้ามนำบุตรไปหารายได้เพื่อประโยชน์ของไมค์ ตั้งแต่อ่านย้อนไปข้อสาม เขาบรรยายว่าไม่สมควรเป็นบิดา เขาอ้างว่าน้องเอาลูกไปถ่ายลงในไอจี ทำให้เกิดรายได้ หวังรายได้จากยอดไลค์ยอดวิว ซึ่งผมไปดูเอกสารท้าย ผมคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจอะไรผิด เพราะตัวรายได้จากยอดไลค์ยอดวิวต้องเกิดจากช่องยูทูป แต่เอกสารแนบท้ายเป็นช่องข่าว ซึ่งเขาอาจเข้าใจผิด ตรงนี้คุยกันได้ไม่เป็นไร

          ข้อสุดท้ายเขาบอกว่าหากผู้ร้องนำบุตรไปหารายได้ เป็นปฏิปักษ์กับผู้ค้านอย่างร้ายแรง ผู้ค้านมีสิทธิ์กีดกั้นไม่ให้บุตรไปกับผู้ร้อง จนกว่าผู้ร้องจะสำนึกในการกระทำ เขาอ้างถ้ามีพฤติกรรมพาลูกไปหารายได้ เขามีสิทธิ์กีดกันจนกว่าจะสำนึก ประมาณนี้

          เขาคัดค้านสองส่วน ไม่ให้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และคัดค้านไม่ให้มีอำนาจปกครอง ส่วนข้อเสนอ น้องอาจรับ ทำหรือไม่ทำ หรือลดหย่อนลงมา ก็อยู่ที่ข้อตกลงนะครับ เขาอาจตั้งการ์ดไว้สูงก่อนก็ได้เผื่อต่อ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา"

 

 

 

 


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'