ทำเนียบผวาเก็บของสำคัญ


เพิ่มเพื่อน    

  “ประยุทธ์” ตอกย้ำให้เจ้าหน้าที่ดูแลม็อบด้วยความนุ่มนวล เพราะเป็นลูกหลาน แต่ลั่นกฎหมายคือกฎหมาย พร้อมยกวลีฝรั่ง You get what you pay เตือนสติ มอบ “บิ๊กป้อม” ดูแลม็อบ ประวิตรชี้ไม่ต้องตั้งวอร์รูม มั่นใจเอาอยู่ “ทำเนียบฯ” ผวาสั่งเก็บเอกสารสำคัญ ห้ามจอดรถค้างคืนตั้งแต่ 18 ก.ย. ส่วนนิติ มธ.สั่งปิดการเรียนการสอน 6 พรรคฝ่ายค้านออกแถลงการณ์หนุนชุมนุม “ศอปส.” ลุยตึกไทยซัมมิทไล่ “ธนาธร” พ้นประเทศ

    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย.ว่า ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำกับดูแลในภาพรวม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ทำงานตามหน้าที่ของตัวเองไป เน้นย้ำเพียงว่าขอให้ปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล เพราะเป็นเด็กเป็นลูกหลานทั้งนั้น ฉะนั้นในส่วนตรงนี้ขอร้องว่าอะไรที่ไม่ควร ไม่ถูก สถานที่ราชการต่างๆ เหล่านี้ที่มีกติกา กฎหมายอยู่แล้ว ก็ไม่ควรปฏิบัติให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างกัน โดยได้ย้ำเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างระมัดระวังที่สุด เพราะอาจมีหลายคนหลายฝ่ายที่พยายามให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่ความบานปลาย ซึ่งรัฐบาลจำเป็นจะต้องไม่ให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย และช่วงที่ผ่านมาทุกคนทราบดี คนทั้งประเทศทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น และกฎหมายคืออะไร รัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามัวแต่อ้างเรื่องรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว มันเป็นกฎหมายกรอบใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติมันเป็นกฎหมายลูก ซึ่งทุกคนต้องระมัดระวังด้วย
    "ผมไม่ได้ขู่ใคร แต่ประเทศชาติมันอยู่ด้วยกฎหมาย อยู่ด้วยหลักการและเหตุผลของกฎหมายแต่ละฉบับ ฉะนั้นถ้าทุกคนตั้งใจจะฝ่าฝืนกฎหมาย ผมคิดว่าคนอื่นคนทั้งประเทศเขาจะยินยอมหรือไม่ เพราะจะเกิดผลกระทบกับคนอื่นเขาด้วย ในช่วงนี้ผมไม่ได้ไปขัดแย้งกับท่าน ซึ่งท่านจะชุมนุมที่อ้างตามรัฐธรรมนูญก็อ้างไป แต่ในส่วนที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย เดือดร้อน ขอให้มีจิตสำนึกตัวเองด้วย เพราะท่านคือคนไทย หากประเทศไทยเกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่ใช่นายกฯ หรือรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว”
    นายกฯ ย้ำว่าจะชุมนุมจะอะไรก็แล้วแต่ เป็นสิทธิของท่าน ก็ว่ากันไป แต่สิทธิของคนอื่นจะว่าอย่างไร ในเรื่องของสถานที่ราชการจะว่าอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นกติกาของประเทศ เป็นกฎหมายของประเทศที่ทุกคนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากการกระทำ อย่างที่เขาพูดว่า "You get what you pay" ภาษาฝรั่งเขาพูดอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ในเมื่อทุกคนบอกรักชาติ รักประเทศ ต้องการแก้ไขประเทศ ก็ต้องเริ่มจากการแก้ไขตัวเองเสียก่อนว่าต้องแก้ไขอย่างไร จะต้องเข้าใจกันอย่างไร ถ้าเริ่มต้นในสิ่งที่ขัดแย้งกันตลอด มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ฉะนั้นวันนี้เราต้องมองไปข้างหน้า โดยสืบสานตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนปุ๊บเลยทีเดียวแล้วเป็นแบบนั้นเลย ลองไปดูว่าทำได้หรือไม่
“เราผ่านบทเรียนมามากพอสมควรแล้ว ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดมาหลายครั้งแล้ว และบางครั้งคนเดิมๆ เขาอยู่ และวันนี้ก็ยังทำเช่นนั้นอยู่ ซึ่งทุกคนทราบดี ผมคงไม่ไปเอ่ยถึงใครให้มีปัญหากันอีก แต่ทุกคนต้องมีจิตสำนึก ตราบใดที่ทุกคนยืนในประเทศไทยก็ต้องคิดร่วมกันทำให้ประเทศชาติ ประชาชนปลอดภัย การพัฒนาประเทศเดินไปข้างหน้า" นายกฯ กล่าว
    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการชุมนุมเคลื่อนมาใกล้เขตพระราชฐาน นายกฯ จะให้ข้อคิดอย่างไรบ้าง นายกฯ ตอบว่า "กฎหมายคือกฎหมาย"
ยันไม่มีตั้งวอร์รูม
    ขณะที่เพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้โพสต์ข้อความว่า “นายกฯ ลุงตู่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของนักเรียน-นักศึกษา เพราะทุกคนคือลูกหลานคนไทยด้วยกัน” พร้อมได้แนบคลิปวิดีโอความยาว 3 นาทีเศษ ซึ่งมีภาพภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ร่วมกิจกรรมกับเด็กและเยาวชนในหลายวาระอย่างเป็นกันเอง รวมทั้งยังแทรกคำให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ภายหลังการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับชุมนุมทางการเมือง และช่วงท้ายคลิปยังได้ขึ้นข้อความอีกว่า “นายกฯ ลุงตู่ รักและห่วงใยลูกหลานไทยทุกคน แล้วเราจะเดินหน้านำประเทศสู่ความเจริญด้วยกัน”
     ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการเตรียมการรับมืออย่างไร เจ้าหน้าที่เขาดูแลอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งวอร์รูม ไม่ต้องห่วง ต้องดูแลไม่ให้มีการปะทะกัน มีระเบียบอยู่แล้วว่าการชุมนุมจะไม่ให้เข้าใกล้สถานที่สำคัญ
เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าจะปะทะกันระหว่างม็อบกับเจ้าหน้าที่รัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “คุณรู้ได้อย่างไรว่าจะมีการปะทะ” เมื่อถามต่อว่าทุกม็อบที่ผ่านมาก็มีการปะทะกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ม็อบนี้อาจไม่เป็นก็ได้ ส่วนจำนวนผู้ชุมนุมนั้นจะไปรู้ได้อย่างไร หน่วยความมั่นคงไม่ได้แจ้งมา แต่ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดูแลอยู่แล้ว ถึงอย่างไรต้องดูไม่ให้มีการปะทะกัน
“จะยืดเยื้อหรือไม่ก็อยู่ที่พวกคุณ ส่วนมั่นใจหรือไม่ม็อบจะไม่บุกทำเนียบฯ ก็แล้วแต่คุณ จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ผมต้องดูแลของผม ไม่ต้องเป็นห่วง ผมต้องดูแลความสงบให้เกิดขึ้นให้ได้" พล.อ.ประวิตรแจงถึงความมั่นใจในการดูแลม็อบ และเมื่อถามย้ำว่าจะเจรจากับม็อบให้ชุมนุมสิ้นสุดแค่วันอาทิตย์ไม่ให้ค้างคืนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ผมจะไปรู้เขาได้อย่างไร คุณลองไปถามเขาดูสิ"
ด้านความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบฯ นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง เรียกประชุมหัวหน้าทุกหน่วยงานภายในทำเนียบฯ เพื่อซักซ้อมเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัย โดย พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบฯ กล่าวหลังประชุมว่า เบื้องต้นจะเคลื่อนย้ายสิ่งของสำคัญ เครื่องใช้ที่จำเป็น โดยเฉพาะเอกสารทางราชการสำคัญไปเก็บรักษาที่อื่นเป็นการชั่วคราวก่อน ทยอยเริ่มเก็บตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. รวมถึงเคลื่อนย้ายรถที่จอดค้างคืนภายในทำเนียบฯ ออกนอกทำเนียบฯ เพื่อรองรับสถานการณ์ ส่วนกำลังรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นใช้ 3 กองร้อย และจะเริ่มเข้ามาประจำพื้นที่ตั้งแต่ 17 ก.ย.
ต่อมาเจ้าหน้าที่กองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ทำเนียบฯ ได้นำเอกสารประชาสัมพันธ์พื้นที่ห้ามจอดรถยนต์มาติดกระจกหน้ารถที่จอดในทำเนียบรัฐบาล โดยมีเนื้อหาว่า สลน.มีภารกิจสำคัญ และจำเป็นต้องใช้พื้นที่ภายในบริเวณทำเนียบฯ ตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.ย.ทางกองสถานที่ฯ จึงใคร่ขอความร่วมมือห้ามจอดรถยนต์ชั่วคราวในวันที่ 18 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงวันที่ 20 ก.ย.
ขณะเดียวกัน ในโลกโลกโซเชียลมีการเผยแพร่หนังสือบันทึกข้อความของคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีข้อความสำคัญให้ปิดประตูและงดการเรียนการสอนในวันที่ 19-20 ก.ย.
ฝ่ายค้านออกแถลงการณ์
    ส่วนความเคลื่อนไหวของนักการเมือง แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ออกแถลงพรรคร่วมฝ่ายค้านเรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ โดยมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อ่านแถลงการณ์ 2 ข้อคือ 1.สนับสนุนการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนภายใต้กรอบกฎหมาย และ 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่อปลดล็อกประเทศจากทางตันในปัจจุบัน
    นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า คณะทำงานจะเข้าไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของนิสิต นักศึกษา ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เช่นเดียวกับที่เคยดำเนินการในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 16 ส.ค.2563 และการชุมนุมต่างๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ผ่านมา
    ขณะเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ โดยที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายาจำนวนหนึ่ง นำโดยนายณวิบูล ชมภู่ ประธานภาคีฯ และ น.ส.อาทิตยา พรพรม เดินทางมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต้านรัฐประหาร “Bloody Purity เลือดล้างมลหิน รัฐประหารไม่ใช่ทางออกของแผ่นดินไทย” โดยมีการสาดสีลงบนเสื้อลายพราง รถถัง และปืนจำลอง พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ 5 ข้อคือ 1.รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน 2.ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ภายใต้เงื่อนไขไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือนายกฯ นอกบัญชีพรรคการเมือง 3.ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร 4.ต้องร่างกติกาเลือกตั้งใหม่ไม่ให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเลือกนายกฯ 5.แก้ไขหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560
ส่วนที่หน้าตึกไทยซัมมิท กลุ่มศูนย์กลางประสานงานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.) นำโดยนายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู และนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว ได้เคลื่อนขบวนชุมนุมจากสมาคมปักษ์ใต้มายังตึกไทยซัมมิท ซึ่งมีที่ตั้งของที่ทำการคณะก้าวหน้า ปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ขับไล่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าออกไปจากประเทศไทย โดยมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจัดชุมนุม 19 ก.ย. จากนั้น ศอปส.ได้เดินทางไปยังหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อทวงถามความชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่ทำการแทรกแซงกิจการต่างๆ ภายในประเทศไทยด้วย
    ที่ สภ.เมืองลำปาง นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ในการร่วมกันจัดให้ชุมนุมที่จัดขึ้น ณ ข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา เทศบาลนครลำปาง เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ตามหมายเรียกของ สภ.เมืองลำปาง โดยนายอานนท์กล่าวหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ว่าทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล โดยที่ตนเองปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งหลังจากนี้คงต้องตระเวนไปเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศที่ไปปราศรัย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยพื้นที่ต่อจากนี้ก็จะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ จ.พะเยา
    ขณะที่ จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ธน พรรณานนท์ ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองรวมกว่า 20 นาย นำหมายค้นของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 300/2563 เข้าทำการตรวจค้น บ้านเลขที่ 148/25 ม.14 ซ.อดุลยาราม 1/3 ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ทำการของสมาชิกกลุ่มดาวดิน เพื่อตรวจยึดเอกสารหลักฐาน โดยระหว่างตรวจค้นได้มีการกระทบกระทั่งกับสมาชิกกลุ่มดาวดินและแกนนำกลุ่มนักศึกษาเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจยึดป้ายของกลุ่มนักศึกษารวม 17 ป้าย และเดินทางกลับ
    ขณะที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน กล่าวว่า แกนนำกลุ่มต่างๆ ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปให้กำลังใจและติดตามการเข้ารายงานตัวของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ จากกรณีการสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ชุมนุมจะรวมตัวกันที่อนุสรณ์สถานและเดินไปที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อติดตามการรายงานตัวตามหมายเรียก เพราะขณะนี้ทราบว่าแอมมี่จะถูกดำเนินคดีในเรื่องของความเสียหายในเรื่องของชุดตำรวจ 10 ชุด และค่าทำความสะอาด แต่ที่ผ่านมามีผู้บริจาคในเรื่องของชุดตำรวจไปแล้ว 35,000 บาท แต่มาวันนี้แอมมี่ถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้ จึงจะทวงถาม ผกก.สำราญราษฎร์ด้วยว่าเงินหายไปไหน.
    

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก