'ช่อ' โวยลั่นมธ.ปิดประตูใส่หน้าประชาชน 'ไผ่-แอมมี่' ฮึ่ม!ยกระดับการชุมนุม หากรัฐบาลไม่ฟังเสียง


เพิ่มเพื่อน    

18 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 20.00 น.ที่บริเวณประตูด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริเวณท้องสนามหลวง ท่ามกลางฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า จัดรายการ ก้าวหน้าทอร์ก นำชมบรรยากาศบริเวณดังกล่าวก่อนที่จะมีการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันรุ่งขึ้น

น.ส.พรรณิการ์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปิดประตูห้ามบุคคลภายนอกเข้าก่อนเวลาปกติ แต่ขณะเดียวกัน ปรากฏว่ามีชายหัวเกรียน 5-6 คน ขับรถจักรยานยนตร์เข้าไปภายในรั้วมหาวิทยาลัยได้ จนเป็นคำถามว่าใช่ตำรวจนอกเครื่องแบบหรือไม่ เหตุใดมหาวิทยาลัยที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในบริเวณพื้นที่ แต่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ ดังนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้สื่อมวลชนเข้าไปตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ซ่องสุมกำล้งภายในหรือไม่ 

ทั้งนี้ เงื่อนไขของมหาวิทยาลัยที่บอกว่าไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมจัดกิจกรรม ไม่อาจที่จะใหญ่กว่าหมวด 3 สิทธิเสรีภาพประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองในการแสดงออก ดังนั้น ต้องติดตามกันต่อไปว่า ตอนนี้มีการปิดประตูไม่ให้ประชาชนเข้า แต่ถ้าพรุ่งนี้คนเรือนหมื่นเรือนแสนที่มาชุมนุม และจะขอเข้าไปหลบแดด หลบฝน หรือเข้าห้องน้ำ มหาวิทยาลัยจะปิดประตูใส่หน้าหรือไม่ ธรรมศาสตร์จะเป็นพื้นที่เสรีภาพทุกตารางนิ้วหรือไม่ อยากให้ติดตามดูกัน

หลังเดินสำรวจบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และท้องสนามหลวงแล้ว น.ส.พรรณิการ์ เดินทางต่อด้วยรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อไปยังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (สี่แยกคอกวัว) เพื่อไปดูบรรยากาศและพูดคุยกับประชาชนกลุ่มหนึ่งที่กำลังร่วมกันเขียนป้ายผ้าข้อความต่างๆ อาทิ ไม่รับรองรัฐประหาร, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร, พื้นที่ประชาธิปไตยปลอดเผด็จการ เป็นต้น โดยในจุดดังกล่าว ได้พูดคุยกับ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์ หรือ "แอมมี่ The Bottom Blues"ที่ระบุว่า สาเหตุการเขียนป้ายผ้าครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากเมื่อวันก่อนที่บ้านของดาวดิน จ.ขอนแก่น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มายึดป้ายผ้าที่เคยใช้จัดกิจกรรม โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา ไม่บอกสาเหตุ แต่ขอยึดไปจำนวน 17 ป้าย ซึ่งเลือกที่จะนำไปเฉพาะป้ายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไม่นำป้ายป้ายเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องการต่อสู้ของชาวบ้านไปด้วย ทำให้ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อยึดป้ายผ้าได้ เราก็สามารถเขียนใหม่เพื่อที่จะใช้ในการชุมนุมได้

นายจตุภัทร์ กล่าวด้วยว่า ตนมีความคาดหวังว่าถึงตอนนี้ ตำรวจควรที่จะมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับประชาชน เมื่อเห็นประชาชนออกมากันมากขนาดนี้ ควรที่จะมาร่วมกัน สำหรับรัฐบาลชุดนี้ เราอยากเห็นรัฐบาลรับฟังประชาชน เพื่อที่สถานการณ์ทุกอย่างจะได้ดีขึ้น เพราะถ้าไม่ฟัง ก็เชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอม และไม่หยุดที่จะต่อสู้ แล้วคงจะมีการยกระดับไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่ ดังนั้น ต้องฟังเสียงประชาชน ต้องยอมเพื่อร่วมพัฒนนาประเทศไปด้วยกัน เพราะทุกคนก็เป็นเจ้าของประเทศเหมือนกัน

ขณะที่ นายไชยอมร กล่าวว่า สำหรับความสำเร็จในการชุมนุม ตนมองว่าเกิดขึ้นมาแล้วในหลายครั้งของการชุมนุมที่ผ่านมา ก่อนที่จะวัดมีการวัดจำนวนคนในวันพรุ่งนี้ว่าจะมีเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายขึ้นอยู่ที่รัฐบาลว่าจะเพิกเฉยต่อไปหรือไม่ หรือจะต้องให้ประชาชนขยับเพดานการต่อสู้ออกไปอีกเรื่อยๆ


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?