เรื่องระเริงของคนหลงยุคไอที


เพิ่มเพื่อน    

     แหม.......

     เมื่อวาน (๒๔ เม.ย.๖๑) นึกว่าจะถูก "ฌาปนกิจสด" ซะแล้ว!

     จู่ๆ ปลั๊กไฟระเบิดตูม

      แค่ระเบิดพอไหว แต่ระเบิดแล้วไฟลุกพรึ่บ ลามไหม้ชนิดหิวกระหายเหมือนไฟอดอยากนี่ซี

      ทำเอาผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ปลั๊ก แทบหงายท้องตกเก้าอี้

      เคราะห์ยังดี........

      มีพรรคพวกมาเยี่ยม เขาสติดี คว้า "กระดาษฟาดไฟ" ที่เริ่มลามไปยังบรรดา "สรรพรก" ที่กองสุมบริเวณนั้น

      ก็ไม่ได้โม้นะ.........

      หนังสือพิมพ์ "ไทยโพสต์" นี่ ใช่ย่อยซะที่ไหน นอกจาก "อ่านดี" แล้ว

      ยัง "ขลัง" อีกตะหาก

      ใช้ "ฟาดไฟ"

      ไฟกลัว ปล่อยควันขาวพรางตัวหนีแน่บไปเลย ทิ้งไว้แต่รอยผนังไหม้เกรียม!

      ก็ระวังกันหน่อยนะ ช่วงนี้ อากาศ "ร้อนโคตรๆ" ทุกอย่างมันแห้งกรอบ...ไปทั้งตัว

      สายฟง-สายไฟในบ้าน ใช้มานานอย่างผม ตรวจตราดูบ้างก็ดี ปลั๊กไฟก็อย่าเสียบคาเต้าให้เป็นแม่ลูกดกค้างปี

      ระเบิดตูมขึ้นมา........

      มีคนอยู่ ยังพอแก้ไข ถ้าชอร์ตหรือระเบิดตอนไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครเห็นนี่ซี

      จะเหลือแต่ "อัฐิเคหา"!

      ความจริง สำนักงานไทยโพสต์นี่ ก็เช่า "คุณระวิ โหลทอง" เขา ถ้าไฟรับประทานหมดไปตอนนี้ คิดอีกที...ก็ดีเหมือนกัน

      จะได้ฉวยโอกาส "หมดตูดแล้วเลิก" ไปซะเลย

      หนังสือพิมพ์นั่นน่ะ...........

      ไปทางไหน มีแต่คนบอก "หมดยุค-หมดสมัย" เขาไม่ซื้อกันแล้ว

      เขาไปอ่านทาง "อินเทอร์เน็ต" กันหมดแล้ว

      ใช่ ผมไม่เถียง

      แต่อยากบอกว่า "หนังสือพิมพ์" ถึงคนละสปีชีส์กับ "ทหารแก่" แต่ก็ "ไม่มีวันตาย" เหมือนกัน!

      ยุค-สมัย เป็นเรื่องกาลเวลาที่มนุษย์กำหนดกันเอง ส่วน "หนังสือพิมพ์" อยู่เหนือกาลเวลาที่เรียก "ยุค-สมัย"

      เพราะมันเป็น "ลมหายใจ" ของมนุษย์

      ถ้าคนทั้งโลก "เลิกหายใจ"...........

      นั่นแหละ ใช่แล้ว คือ "การตาย" ของหนังสือพิมพ์!

      มนุษย์น่ะ จะอ่าน-ไม่อ่าน, ซื้อ-ไม่ซื้อ หนังสือพิมพ์ ช่างปะไร

      แต่ถามว่า

      ถึงไม่ซื้อ-ไม่อ่าน มนุษย์ก็ยังต้องการเสาะแสวงหาเรื่องราวข่าวสารอยู่ใช่มั้ย?   

      นั่นคือ คนทำหนังสือพิมพ์ต้องทำความเข้าใจกับตัวเอง เพื่อไม่ช็อกตายเมื่อขายไม่ออก ระหว่าง

      ทำหนังสือพิมพ์เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจก่อน

      หรือ......

      ทำเพื่อตอบโจทย์สังคมชาติก่อน ในความเป็นข่าวสาร?

      ทุกอย่าง มีขึ้น-มีลง ในความหมายวัฏฏะ หนังสือพิมพ์ก็เหมือนกัน ถ้าตีโจทย์แตก จะเข้าใจ

      ในเมื่อมนุษย์ยังไม่ตาย ลมหายใจ จะหายไปได้อย่างไร?

      เพียงแต่ บางครั้ง หรือหลายๆ ครั้ง.........

      คนก็ลืม "อาการหายใจ" ของตัวเอง ในขณะที่ก็ยังหายใจอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

      หนังสือพิมพ์ ในความเป็น "ลมหายใจ" ก็เช่นนั้น

      "ถูกลืม" บางช่วง-บางเวลา.......

      แต่ใช่ว่า มนุษย์ไม่อาลัยไยดี กับลมหายใจ!

      "สติ" นั้น มีทุกคน แต่ทุกคนมัก "ขาดสติ" เพราะขาดสติ จึงขาดการรับรู้ภาวะเป็นจริง

      พระท่านจึงสอนไง ให้เอาสติอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก ฝึกบ่อยๆ จะเป็นนิสัยให้เป็นคน "ไม่ขาดสติ"

      บ้านเมืองไหน พลเมือง "มีสติ" มากกว่า "ขาดสติ"

      บ้านเมืองนั้น จะเจริญทั้งคน ทั้งวัตถุ "ตรงทิศ-ตรงทาง" ได้ดี

      และที่พลอยดี........

      "ฟื้นจากฟุบ" ตามไปด้วย คือ สื่อประเภท "หนังสือพิมพ์" อันเป็นลมหายใจมนุษย์นั่นแหละ!

      ฉะนั้น สื่อหนังสือทั้งหลาย หาเหตุ "ปลอบใจ" ตัวเองไปเรื่อยๆ เถอะ

      คำว่า "ยุค-สมัย" มันก็มีของมันไปตลอด กี่ยุค-กี่สมัยแล้วล่ะ สื่อหนังสือเคยตายซักยุคมั้ย?

      เว้นแต่รายที่ "สมัครใจ" ตายเอง!

      ยุคนี้ ไอที-อินเทอร์เน็ต ว่า "ยอด" แห่งนวัตกรรมมนุษย์ชนิด "สุดยอด" แล้ว

      ก่อนยุค "สุดยอด" นี้ มียุค "สุดยอด" มาแล้วเหมือนกันในอดีต มันก็เหมือนคลื่น ไล่และล้างกันไปแต่ละลูกคลื่น

      นั่นคือ ไอที ก็แค่ "ยุค-สมัย" หนึ่ง ไม่ใช่ลมหายใจมนุษย์

      อยู่กันซักคนละร้อยปีเถอะ......

      ก็จะเห็น "อีกยุค-อีกสมัย" ที่มาเหนือขึ้นไปจากไอที แล้วก็จะพากันพูดว่า

      "ไอที เช้ย..เชย"

      เหมือนอย่างที่พูดกันตอนนี้ว่า "หนังสือพิมพ์เช้ย..เชย หนังสือพิมพ์ตายแล้ว"!

      ตัวหนังสือพิมพ์ อันเป็นรูป ตายได้

      แต่จิตวิญญาณ "จริงต่อความจริง-สัตย์ต่อความสัตย์" ในความหมายสื่อ อันเป็นรูป

      จะอยู่ "เหนือยุค-เหนือสมัย" และเหนือกาลเวลา

      ไม่มีวันตาย!

      นี่คือสัจธรรม ไม่ใช่เรื่องกระดิกลิ้นเรื่อยเจื้อย!

      ก็ระวังนะ ไอทีนั้น ดี

      แต่ต้องให้มันเป็นเครื่องมือเรา ทุกวันนี้ ดูคล้ายมนุษย์จะเป็นเครื่องมือไอทีไปแล้ว

      ไอที คล้ายเทพเจ้าองค์ใหม่แห่งยุคสมัย ทั้งคน-ทั้งวัตถุ วันนี้ ล้วนขับเคลื่อนด้วยไอที

      ชื่นชมกันว่า ยุคไอที สุดยอดติ่งจักรวาลแล้ว!

      แต่ขอถามคำ........

      สมมุติ วันนี้ จะด้วยอะไร-ใครก็ช่างเถอะ ทำให้ "ไฟฟ้าดับ" ทั้งเมือง

      หรือแค่ ทำให้ "เมนเฟรม" ซักแห่ง-สองแห่งใหญ่ในโลกพัง

      มนุษย์สุดยอดแห่งยุคไอทีวันนี้

      จำอะไรและทำอะไร "ด้วยตัวเอง" ได้บ้าง?

      แค่จะหุงข้าว เปิดประตูบ้าน โทรศัพท์หาใคร ก็ทำไม่ได้ แล้วตอบซิ

      ยุคนี้ ยุค "เจริญสุดยอดมนุษย์"

      หรือยุค "มนุษย์ถูกดูดสมอง" เหลือแค่โครง แต่หลงผยอง ในขณะที่ ถูกต้อนเข้า "เล้าพลโลก" รอเชือด แต่ก็ยังไม่รู้ตัว?

      เนี่ย...ผมมานั่งนึกๆ ดู ก็ชักเหี่ยว

      แค่ไฟดับ จากชอร์ตแล้วระเบิด ทั้งแถบมืดตึ๊ดตื๋อ แอร์ดับ คอมพิวเตอร์ดับ โทรศัพท์พื้นฐานดับ ตู้เย็นดับ โทรทัศน์ดับ

      สติ-ปัญญามนุษย์พลอยดับ ที่เหลือเฉพาะหน้า แค่ "สัญชาตญาณ"

      คือ ปฏิกิริยาสนองตอบเหตุการณ์อันขาดสติ!

      เคว้งคว้างไปหมด.......

      ที่หลงตัวเองว่า กูรู้..กูฉลาด..กูเก่ง ภาวะนั้น เพิ่งรู้ตัวเองตอนนั้นว่า โง่ฉิบ

      แค่ "ถังดับเพลิง" อยู่ที่ไหน ใช้อย่างไร ก็ยังไม่เป็น?

      สวิตช์ไฟใหญ่อยู่ตรงไหน จะดับไฟที่ไหม้ตรงหน้าอย่างไร? และไฟชอร์ตดับแค่นี้..........

      มนุษย์ก็หมดปัญญา ไม่รู้ทำอย่างไร ส่งผลให้หนังสือประจำวันพลอยออกไม่ได้ตายแหงไปด้วย!

      นี่คืออุทาหรณ์ ในยุคชีพจรคน-ชีพจรประเทศ "ฝากไว้กับไอที" ไม่ใช่ให้ปฏิเสธ

      แต่อยากให้ตระหนักในเชิงไม่ประมาท และมีก๊อกสำรอง

      วิกฤติ "ต้มยำกุ้ง" ปี ๒๕๔๐ ไทยเราพังถึงขั้นพูดได้ว่า "จำนำประเทศ"

      แต่หลังจากนั้น วิกฤติเศรษฐกิจทำนองเดียวกัน เกิดกับหลายประเทศในโลก กระทั่งสหรัฐฯ-อังกฤษ-ยุโรป

      คางเหลืองไปตามๆ กัน

      แต่ประเทศไทย เพราะมีบทเรียนจากต้มยำกุ้ง ทุกสถาบันการเงิน ต้อง "สำรอง ๑๐๐%" กับที่ปล่อยกู้

      ดังนั้น คนอื่นล้ม แต่ไทยยืน "ต้านลมเย็น" ได้สบาย!

      "ระบบข้อมูล" ของประเทศ หรือของเราเองก็เหอะ หัดมี "ความจำสำรอง" กันไว้บ้าง

      สมัยไม่มีมือถือ สมองแต่ละคน จำเบอร์โทรศัพท์ได้เป็นร้อย

      แต่ยุค "จิ้ม..รู้หมด" วันนี้ เบอร์เดียว จะหมุนไปบ้านก็ยังจำไม่ได้!

      ฉะนั้น ว่างก็หัดจดเบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นใส่กระดาษสำรองติดกระเป๋าไว้บ้าง อาจช่วยได้ในภาวะคาดไม่ถึง

      ครับ...วันนี้ลากให้เต็มหน้า ไม่มีสาระอะไร พรุ่งนี้ว่ากันใหม่เน้อ.


ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นะ ใส่หรือไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย....มันเรื่องของผู้ใหญ่เฮงซวยปั่นหัวเด็กต่างหาก มีคนบอกว่าอย่าไปห้ามเลย เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'