ประเดิมถกแก้รัฐธรรมนูญ'ไพบูลย์'โวยญัตติถูกคว่ำ!


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.ย.2563 -  ในการประชุมร่วมรัฐสภาที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา  256 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นผู้เสนอ 2.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา  256 ที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) 3.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิก มาตรา 270 และมาตรา 271 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นผู้เสนอ 4.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 และยกเลิก มาตรา 272 ที่นายสมพงษ์ อมรวิฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นผู้เสนอ 5.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา 279 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นผู้เสนอ และ 6.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 91 มาตรา 92 และมาตรา 94 และยกเลิกมาตรา 93 มาตรา 101 (4) และมาตรา 105 วรรคสาม ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นผู้เสนอ

โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาลุกขึ้นทักท้วงว่า ญัตติที่ตนเสนอนั้นไม่ได้รับการบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งญัตติของตนเป็นเรื่องขอให้ประธานรัฐสภาส่ง 4 ญัตติของฝ่ายค้านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากพบปัญหาการลงลายมือชื่อซ้ำกัน

นายชวน ชี้แจงว่า ญัตติดังกล่าวได้ตกไป เพราะฝ่ายเลขาธิการสภาฯได้พิจารณากรณีนี้เป็นพิเศษ โดยเรียกประชุมฝ่ายกฎหมายทั้งหมดของสภา และทำความเห็นเสนอ คือ กฎหมายเสนอ 4 ฉบับ เป็นคนละเรื่องและคนละหลักการ ดังนั้น การลงชื่อซ้ำจึงไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้ ทั้งนี้ จากการสืบค้น พบว่ามีการเสนอกฎหมายและมีผู้ลงลายมือชื่อซ้ำ แต่ไม่เคยมีปัญหาต่อการตีความ ทั้งนี้ ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 10 บังคับไว้ด้วยว่า  การประชุมรัฐสภาให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 156 กล่าวคือการประชุมรัฐสภาจะมีสิทธิประชุมร่วมกันเพียง 16 เรื่องเท่านั้น ดังนั้น ญัตติที่นายไพบูลย์เสนอจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 156

ทั้งนี้นายไพบูลย์ โต้แย้งด้วยว่า การวินิจฉัยเรื่องลงลายมือชื่อซ้ำกับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ฝ่ายกฎหมายของสภา​จะวินิจฉัยได้

จากนั้นนายชวน ย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้มั่นใจว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติ และฝ่ายเลขาธิการสภาไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง จากนั้น นายชวน  ได้ตัดบท เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาต่อไป
 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'