'ถวิล' ไม่เห็นชอบ 6 ร่างแก้ไขรธน. ลั่นแก้ปัญหาอดอยาก เหลื่อมล้ำ แก้เจ็บป่วย แม้แต่ยับยั้งโควิดก็ไม่ได้


เพิ่มเพื่อน    

24 ก.ย.63 - เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ โดยวันนี้จะเป็นการพิจารณาวันสุดท้าย 

นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายช่วงหนึ่งว่า ยืนยันว่าตนตัดสินใจลงมติโดยยึดผลประโยชน์ของชาติ ไม่ได้ถูกครอบงำ และไม่หวั่นไหวทั้งเสียงเชียร์และแช่ง ตนยังไม่สามารถเห็นด้วยกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 6 ฉบับ โดยเฉพาะ มาตรา 256 ส่วนร่างแก้ไขเป็นรายมตราหลักการพอรับได้ แต่รายละเอียดยังทำใจรับไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญแม้เป็นกฏหมายสูงสุด แต่ไม่ใช่ชีวิตของประชาชน รัฐธรรมนูญแก้ไขปัญหาอดอยาก เหลื่อมล้ำ แก้เจ็บป่วย หรือแม้แต่ยับยั้งโควิดก็ไม่ได้ ฉะนั้น อย่าคาดหวังว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ได้เรา

“รัฐธรรมนูญปี 40 ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุด แต่แล้วก็ไปไม่ได้ อะไรที่ไม่ได้ห้ามไว้ก็ถูกผู้ใช้รัฐธรรมนูญบิดเบือน ดังนั้น รัฐธรรมนูญดีต้องมาพร้อมกับผู้ใช้ดี บางทีอาจไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องแก้นิสัยผู้ใช้รัฐธรรมนูญต่างหาก ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ผมขอยืนยันว่าหากมีเหตุผลเพียงพอในการแก้ไขจะเอาเสียงส.ว.ทั้งหมด 250 เสียงก็ได้ แต่ต้องเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ของประเทศ หรือที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าได้ทั้งหมดถ้าสดชื่น ผมอ่านรัฐธรรมนูญปี 60 หลายรอบ มีแต่เขียนว่าให้แก้ไขเพิ่มเติม ไม่มีคำว่ารื้อหรือร่างใหม่ ดังนั้นการจะแก้ไขเพิ่มเติมให้มีสสร. เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เกรงว่าจะไม่ใช่เจตนารมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และอาจขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ปี 55 ดังนั้น ถ้าจะรื้อต้องกลับไปถามประชาชนอีกครั้ง” นายถวิล กล่าว

นายถวิล กล่าวอีกว่า ถ้าทำประชามติ เราจะต้องทำถึง 3 ครั้ง ครั้งแรก ถามประชาชนว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ครั้งที่สอง เมื่อแก้แล้วก็ต้องทำอีกครั้ง สุดท้ายเมื่อได้ประชามติแล้วจัดทำร่างเสร็จต้องนำกลับไปทำประชามติว่าจะรับหรือไม่ ใช้เงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ส่วนจะเกิดประโยชน์กับใคร ไม่ทราบ ประชาชนไม่ได้เดือดร้อนลำคาญ ดังนั้น ย้ำอีกครั้งตนไม่เห็นชอบกับการขอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256  เช่นเดียวการขอแก้ไขมาตรา 272 ว่าด้วยส.ว.โหวตเลือกนายกฯ เพราะเป็นมาตราที่ผ่านการทำประชานิยมเช่นกัน.

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'