"ณัฏฐพล"จี้"กมว.-คุรุสภา" ถอนใบอนุญาติครูล่วงละเมิดทางเพศ มีหลักฐานประจักษ์ชัด แต่กลับใช้เวลาเป็นปี


เพิ่มเพื่อน    

 

24ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ได้หารือถึงการจัดทำแผนงบประมาณการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รวมถึงการขับเคลื่อนแผนงานของเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่ ที่ได้ผ่านการสรรหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่จะต้องวางแผนและกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของคุรุสภา ว่า จะมีตัวชี้วัดใดบ้าง ซึ่งตนมอบแนวทางเบื้องต้น ว่า การขับเคลื่อนงานของคุรุสภาจะต้องนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น และการหารายได้เพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ เพื่อมาตอบสนองความต้องการของงบประมาณคุรุสภาที่ยังขาดความสมดุลอยู่ ขณะเดียวกันตนต้องการให้คุรุสภาประสานงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เรื่องการผลิตและพัฒนาครูด้วย  

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้ย้ำเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งต้องการให้การทำงานระหว่างคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) และคุรุสภา เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตฯ ดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมามีระยะเวลานานในการจัดการ จนกลายเป็นว่าเรื่องที่นักเรียนโดนคุกคามทางเพศจากครูกลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะเมื่อมีครูกระทำผิดจรรยาบรรณเกิดขึ้นและมีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ซึ่งมีข้อมูลหลักฐานการทำความผิดของครูอย่างชัดเจนแต่เมื่อกระบวนการมาถึงคุรุสภากลับใช้เวลาเป็นปีในการตัดสินใจกว่าจะเพิกถอนใบอนุญาตฯ ได้  

“ผมให้ความสำคัญกับข้อมูลการพิจารณาโทษที่ถูกต้องและเป็นธรรม แต่ความถูกต้องและเป็นธรรมรวมถึงความรอบคอบไม่มีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณานานเป็นปีๆแบบนั้น อีกทั้งยังพบว่ามีเรื่องค้างคาจากครูที่กระทำผิดยังวนเวียนอยู่ในวงการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยอย่างมากต่อตัวนักเรียน ซึ่งผมหวังว่าการใช้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหานี้ของคุรุสภาและ กมว.จะทำได้รวดเร็วกว่านี้” รมว.ศธ. กล่าว  


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ