โควิดป่วนบริษัทตั้งใหม่ปี63ลดวูบ12%


เพิ่มเพื่อน    


24 ก.ย.2563 นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจในเดือนส.ค.2563 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน 5,538 ราย เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 2% และเทียบเดือนส.ค.2562 ลดลง 7% เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ทิศทางเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลเร่งกระตุ้นการใช้จ่าย เร่งการลงทุน และมีมาตรการเยียวยาออกมาต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น

สำหรับธุรกิจที่มีการตั้งใหม่ในเดือนส.ค.2563 สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ในช่วงโควิด-19 นับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 เป็นต้นมา และคาดว่าจะมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 14,316 ล้านบาท เทียบกับก.ค.2563 ลดลง 14% เทียบกับส.ค.2562 ลดลง 17%

อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจที่น่าจังตา คือ ธุรกิจทำความสะอาด ที่มีการจัดตั้งทำธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งบริษัททัวร์ ภัตตาคารและร้านอาหาร น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ

ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 1,337 ราย เทียบกับก.ค.2563 เพิ่มขึ้น 6% และเทียบกับส.ค.2562 ลดลง 24% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,408 ล้านบาท เทียบกับก.ค.2563 ลดลง 29% และเทียบกับส.ค.2562 ลดลง 81% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคารและร้านอาหาร

ขณะที่ยอดรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 8 เดือนปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 44,542 ราย ลดลง 12% ทุนจดทะเบียนรวม 135,601 ล้านบาท ลดลง 14% และธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 8,825 ราย ลดลง 12% ทุนจดทะเบียน 39,423 ล้านบาท ลดลง 34% โดยคาดว่าปี 2563 ทั้งปี จะมีการจดตั้งธุรกิจใหม่ประมาณ 65,000-70,000 ราย

ทั้งนี้ ล่าสุดมีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค.2563) มีจำนวน 770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท แยกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,176 ราย คิดเป็น 24.30% บริษัทจำกัด จำนวน 581,827 ราย คิดเป็น 75.53% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,275 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?