ม็อบหน้าสภาขู่ต.ค.ชุมนุมยืดเยื้อ!


เพิ่มเพื่อน    

 

ม็อบปลดแอกบุกสภาชู 3 ข้อเรียกร้อง เดือดยื้อแก้ รธน.! ไล่พ่นสเปรย์หมุดคณะราษฎร 2-ติดสติกเกอร์หน้าประตูและผนังกำแพง ขู่ตุลาฯ ชุมนุมยืดเยื้อเช็กบิลเผด็จการ ขณะที่สภาระดมกำลัง ตร.ตรึงกำลังเข้ม ประสาน "ทร." เตรียมเรือ 6 ลำไว้อพยพผู้ทรงเกียรติเผื่อโดนปิดล้อม
    เมื่อวันที่ 24 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยและคณะประชาชนปลดแอกที่รัฐสภาว่า ไม่ได้สั่งการหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ รวมถึงที่ผ่านมาไม่ต้องกำชับอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่ขอวิงวอนให้ทุกคนอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และทำให้คนไทยไม่มีความสุขเลย ทำให้ดีแล้วกัน
    ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภาว่า ได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงเรียบร้อยแล้ว ต่อเนื่องมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตามปกติมีคนมาที่รัฐสภาทุกสัปดาห์ จำนวนจะมากน้อยก็แล้วแต่ และทั่วไปไม่ได้มีปัญหา แต่ฝ่ายดูแลความเรียบร้อยไม่ได้ประมาท และจากข้อมูลที่เรามีไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง ไม่ถึงกับมาปิดอะไรมากมาย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบรัฐสภาอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่มีการนำรั้วเหล็กมาติดตั้งบริเวณด้านหน้ารัฐสภาทั้ง 2 ฝั่ง ระยะทางประมาณ 400 เมตร พร้อมนำกำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เเละกองบังคับการอารักขาเเละควบคุมฝูงชน สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ตรึงกำลังกระจายกำลังอยู่ทั่วบริเวณทั้งภายในเเละภายนอกอาคารรัฐสภา นอกจากนี้ยังมีการนำรถทลายสิ่งกีดขวาง 2 คันมาจอดไว้ เพื่อเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม
    เบื้องต้นสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ประสานขอกำลังตำรวจปราบจลาจลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รวม 5 กองร้อย โดยกระจายกำลังพลออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อดูแลความปลอดภัยประตูทางเข้า-ออกรัฐสภา 2 ด้าน คือ ประตูด้านหน้าถนนสามเสน ทางเข้าอาคารวุฒิสภา และประตูด้านข้าง ที่ถนนทหาร บริเวณท่าเรือเกียกกายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกำลังตำรวจส่วนหนึ่งได้สแตนด์บายอยู่ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี
    ส่วนการเตรียมความพร้อมทางน้ำ ได้มีการประสานตำรวจน้ำ ส่งเรือเร็ว จำนวน 3 ลำ จอดลอยลำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และกลางแม่น้ำเจ้าพระยา คอยตรวจการณ์ดูแลความเรียบร้อย พร้อมทั้งได้ประสานกองทัพเรือ ซึ่งได้จัดเรือด่วนทางธุรการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ จำนวน 6 ลำ เตรียมพร้อมหากมีการปิดล้อมประตูทางเข้า-ออกทั้ง 2 ด้านของรัฐสภา เพื่อนำสมาชิกรัฐสภาและคนที่ติดอยู่ในรัฐสภาออกไปส่งยังท่าเรืออื่นๆ บริเวณใกล้เคียง
    ขณะที่ ส.ส. ส.ว. รวมทั้งคณะทำงาน ตำรวจติดตาม ต่างหวาดหวั่นต่อสถานการณ์ที่อาจลุกลามบานปลาย ได้สลับผลัดเปลี่ยนมาดูทางออกด้านอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณทางเดินออกจากอาคารรัฐสภาฝั่ง ส.ส.ชั้นใต้ดิน เพื่อทะลุมายังท่าเรือเกียกกาย ถนนทหาร ที่อยู่บริเวณด้านข้างอาคารรัฐสภา นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเข้าสภาทางเรือ มาลงท่าเรือเกียกกาย
     ในส่วนของด้านหน้ารัฐสภา บริเวณถนนสามเสน กลุ่มประชาชนปลดแอกทยอยเดินทางมาและเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปอย่างยากลำบาก และได้มีการปิดประตูทางเข้า-ออกทางด้านหน้าอาคารรัฐสภา จากนั้นเวลา 15.45 น. กลุ่มคณะประชาชนปลดแอกได้มีการนำรถ 6 ล้อ ที่บรรทุกเครื่องเสียง มาจอดขวางบริเวณประตูทางเข้ารัฐสภา เพื่อใช้เป็นเวทีปราศรัย โดยก่อนเริ่มการชุมนุมมี ส.ส.จากในสภาฯ ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ อาทิ นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นต้น
    โดยบนรถเวทีปราศรัยได้เชิญชวนมวลชนเข้าร่วมชุมนุม โดยมีแกนนำสลับขึ้นปราศรัยขับไล่ ส.ว. และตะโกนว่า "ไม่ต้องจ้างกูมาเอง" กระทั่งเวลา 16.15 น. รถปราศรัยของแกนนำได้เคลื่อนย้ายจากเดิมที่จอดบริเวณหน้ารั้วทางเข้ารัฐสภาได้ย้ายมาจอดกลางถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลียร์การจราจรที่ติดอย่างหนัก จึงปิดถนนสามเสนด้วยการนำแผงเหล็กมากั้น ในส่วนของผู้ชุมนุมได้แจกสติกเกอร์หมุดคณะราษฎร 2 ให้กับผู้ที่มาร่วมชุมนุม จากนั้นได้พ่นสีสเปรย์สีทองลงบนพื้นถนนเพื่อทำสัญลักษณ์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ตลอดช่วงเวลาการปราศรัยช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นการขับไล่ ส.ว. และโจมตีรัฐธรรมนูญว่าไม่เป็นประชาธิปไตย
    ต่อมาเวลา 17.30 น. กลุ่มประชาชนปลดแอกประกาศเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ส.ว.จะต้องให้ความร่วมมือกับ ส.ส.ใช้กระบวนการทางรัฐสภายกมือสนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา 256 เปิดทางการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) รวมทั้งสนับสนุนให้แก้ไขมาตรา 269 เพื่อแก้ไขที่มาและปรับลดอำนาจต่างๆ ของตนเอง 2.ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งหมด และต้องไม่มีการสอดไส้ให้รักษาไว้ซึ่งอำนาจเผด็จการ และ 3.จำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกหมวดทุกมาตรา เพื่อให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หากไม่มีการดำเนินการตามข้อเสนอ ภายในเดือน ต.ค.ประชาชนจะกลับมา
    จากนั้นเวลา 18.00 น. แกนนำบนเวทีได้เชิญชวนให้ผู้ชุมนุมร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติ พร้อมกับชู 3 นิ้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกและเป็นหนึ่งใน 7 มาตรการ ที่ร่วมกันแสดงออกในการต่อต้านรัฐบาล
    เวลา 18.15 น. นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ส.ว.ชุดนี้คือขี้ข้าเผด็จการมาตั้งแต่ต้น พล.อ.ประยุทธ์ฉีกรัฐธรรมนูญมากับมือ แล้วพวก ส.ว.ไปโหวตให้เป็นนายกฯ ได้อย่างไร ประชาธิปไตยแบบไหน ให้น้องชายมาเป็น ส.ว. ถ้ายังมีขี้ข้าเผด็จการอยู่ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญแน่ ต่อไปไม่ต้องมี ส.ว. เอาเฉพาะ ส.ส.อย่างเดียวก็พอ ถ้าไม่ได้รับการเลือกตั้งไม่ต้องเข้าสภาฯ
    "ทราบว่ามีการลักไก่คว่ำร่างหลายฉบับ จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา มันเป็นการซื้อเวลากินเงินภาษีประชาชน ภายในเดือน ต.ค. ถ้าข้อเรียกร้องยังไม่ได้รับการแก้ไข เตรียมขายข้าวมาชุมนุมยืดเยื้อไล่เผด็จการได้เลย ไล่ทั้งองคาพยพ เจ้านายของเผด็จการระวังตัวไว้ ถ้าวันใดมีการพิพากษาให้จำคุกนักศึกษา พวกเราจะไปกันจนล้นศาล หากเรือนจำใดคุมขังนักศึกษา พวกเราจะบุกพังเรือนจำ" ทนายอานนท์ระบุ
    ต่อมาเวลา 18.40 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมคณะประชาชนปลดแอกประมาณ 10 คน นำโดยนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นำมวลชนเดินตรงไปที่ประตูรัฐสภา พร้อมด้วยบล็อกหมุดราษฎร 2 และสีสเปรย์ เมื่อไปถึงบริเวณด้านหน้าประตูใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดประตูทันที เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่รัฐสภาได้ ส่งผลให้ผู้ชุมนุมตะโกนโห่ร้องด้วยความไม่พอใจ จากนั้นนายไมค์ ระยอง ได้ไล่ติดสติกเกอร์บริเวณประตูแทน ขณะที่ผู้ชุมนุมคนอื่นฉีดสีสเปรย์บนผนังกำแพงด้วย ทั้งนี้ เมื่อนายไมค์ ระยอง ติดสติกเกอร์เสร็จแล้วได้ยืนชู 3 นิ้วแสดงสัญลักษณ์
    จากนั้น น.ส.ปนัสยาได้เดินไปที่หน้าประตูรัฐสภา ฝั่งถนนสามเสน เพื่อพ่นสเปรย์?เป็นรูปสัญลักษณ์หมุดคณะราษฎร? 2 ที่พื้นถนนและบนกำแพง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูรัฐสภาสกัดไว้ และตั้งกำแพงเจ้าหน้าที่ที่หน้าประตูและหลังประตู ซึ่งหลังจากนั้นนายภาณุพงศ์ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมติดสติกเกอร์รูปหมุดคณะราษฎรบนประตูทางเข้าและพื้นถนนเป็นจำนวนมาก.

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'