สงคราม 2 ระบอบมาแล้ว! 'บิ๊กเพื่อไทย' ปลุกฝ่ายประชาธิปไตยยกระดับการต่อสู้ทุกรูปแบบทั้งในสภาและนอกสภา


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

25 ก.ย.63  - นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องยกระดับ การต่อสู้กับเผด็จการให้หนักหน่วงขึ้นในทุกรูปแบบทั้งในสภา และนอกสภา

แนวรบในสภา แม้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะพยายามเสนอหลักการ เหตุผล ดีเพียงใด ตรงกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ คสช ปี 60. มากเพียงใด ฝ่ายรัฐบาลเผด็จการทรราช และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมุนบริวารของเผด็จการทรราช ที่เป็นเสาค้ำยันให้รัฐบาล คือพวกสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้ง ก็ใช้วิธีการฉุดรั้ง ยื้อเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไป เช่นที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ซึ่งไม่เหนือความคาดหมาย

แนวรบในสภาฝ่ายประชาธิปไตยจึงไม่มีโอกาสชนะ และไม่มีวันที่จะชนะฝ่ายเผด็จการได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการคสช ปี 60 คือหัวใจหลักที่จะรักษาระบอบเผด็จการศักดินาโบราณไว้ และฝ่ายเผด็จการใช้เป็นเครื่องมือในการปกครอง กดขี่ รักษาสถานะของชนชั้นปกครองตลอดไป แต่ก็ต้องขอชื่นชมสมาชิกรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านทุกท่านที่ได้ทำหน้าที่สมศักดิ์ศรี มีเกียรติ และทุกท่านคงจะต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาหนึ่งท่านอาจจะต้องลาออก เพื่อไม่ยอมเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้เผด็จการทรราช

เหลือเพียงแนวรบนอกสภา คือนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยทุกหมู่เหล่าเท่านั้น ที่จะร่วมกัน ด้วยความเสียสละ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ลุกขึ้นมาทั้งประเทศ ให้มากกว่าที่ผ่านมา ใช้มาตราการอารยะขัดขืนทุกรูปแบบ ทุกวิธีการ จนกว่าจะโค่นล้มระบอบเผด็จการทั้งระบอบ ทั้งโครงสร้าง ของระบอบเผด็จการให้ได้ เพราะนี่ มันคือสงคราม

สงคราม 2 ระบอบ ประชาธิปไตย กับ เผด็จการ

เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ที่จะมีการต่อสู้ในประเทศไทย ให้มันจบในรุ่นเรา บนชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย เพราะโลกยุคใหม่ ส่วนใหญ่เขาเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการศักดินาล้าหลังไปสู่ประชาธิปไตยแล้ว เหลือเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังมีการปกครองแบบเผด็จการศักดินาโบราณ เช่นประเทศไทยของเรา

ในการต่อสู้ฝ่ายประชาธิปไตยจำเป็นที่จะต้องอดทน เข้มแข็ง ยึดมั่นในหลักการ ที่จะสู้ด้วยสติ ปัญญา ด้วยความสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ เพื่อให้ความชอบธรรมอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เพราะฝ่ายเผด็จการทรราชนั้นไม่มีความชอบธรรม มาตั้งแต่ต้นแล้ว พวกเขามีเพียง อำนาจรัฐที่ปล้นมา มีเพียงอำนาจเงินที่โกงมา และมีเพียงอำนาจปืนที่ซื้อมาจากเงินภาษีของประชาชนเท่านั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งข้าราชการส่วนใหญ่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหารที่รักประชาธิปไตยจะมาอยู่ข้างฝ่ายเราประชาธิปไตย ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งที่ไม่มีความชอบธรรมของเหล่าเผด็จการทรราช แล้วหันปากกระบอกปืนกลับไปยังผู้สั่งที่ไม่มีความชอบธรรม วันนั้นแหละ คือวันปฏิวัติของประชาชน เป็นวันโค่นล้มระบอบเผด็จการ และจะเป็นวันที่ประเทศไทยของเราจะมีการเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการ ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

อดทน อีกนิดเดียวครับ พี่ น้อง ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน
 


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'