ร่วมบุญเทศกาลออกพรรษา เที่ยวงานชักพระ จ.สุราษฎร์ธานี


เพิ่มเพื่อน    

เมืองไทย นอกจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามแล้ว ยังมีงานประเพณีในช่วงต่างๆ ของปีที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล และวันสำคัญทางศาสนา อย่างเช่น งานบุญในเทศกาลออกพรรษา ซึ่งนับว่าเป็นงานสำคัญ และมีความเป็นมาที่น่าสนใจ แต่ละพื้นที่จะมีรายละเอียดการจัดงานที่แตกต่างกันไป ตามความเชื่อของผู้คนในชุมชน

นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีการจัดงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ คือ "ประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวประจำปี 2563" เพื่อเป็นการร่วมทำบุญเนื่องในเทศกาลออกพรรษา ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เก่าแก่ ที่สืบทอดกันมายาวนาน สำหรับปีนี้กำหนดจัดในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา ระหว่างวันที่ 29 กันยายน 7 ตุลาคม 2563 รวม 9 วัน 9 คืน บริเวณถนนหน้าเมือง - ถนนบ้านดอน - ถนนศรีตาปี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี            

ตามปกติของทุกปี งานจะจัดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนก่อนถึงวันออกพรรษา โดยวัดและชาวบ้านในชุมชนทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะช่วยกันเตรียมการตกแต่งเรือพนมพระทางบกและเรือพนมพระทางน้ำ สำหรับวัดที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลอง ใช้เป็นเรือพนมพระทางน้ำ นำมาประดับตกแต่งลวดลายอย่างประณีต งดงามตามจินตนาการ บวกกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นรูปสัตว์ในวรรณคดี เช่น พญานาค หงส์ พญาครุฑ หนุมาน โดยมีความหมายว่าสัตว์เหล่านี้เป็นราชพาหนะของพระพุทธเจ้า จากนั้นนำบุษบกขึ้นประดับ เรียกว่า "พนมพระ" ก่อนนำพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกเพื่อทำการสรงน้ำพร้อมนำเข้าร่วมขบวนแห่ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน)

นอกจากนี้ ยังมีการประดับตกแต่งพุ่มผ้าป่าซึ่งถือว่ามีที่เดียวในประเทศไทย เรียกว่า พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน จัดขึ้นทั่วทุกมุมเมืองในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆ สถาบันการศึกษา อาคารบ้านเรือน มีการจัดจำลองฉากเป็นภาพพุทธประวัติ หรือพุทธชาดก ประดับตกแต่ง ด้วยวัสดุต่างๆ ประกอบแสง สี เสียง และที่ขาดไม่ได้คือต้องมีต้นไม้สำหรับแขวนเครื่องอัฐบริขาร (พุ่มผ้าป่า)

 ในรุ่งเช้าของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของปีนี้ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2563 พระสงฆ์จากวัดต่างๆ จะทยอยกันออกมาทำการชักพุ่มผ้าป่าตามหมายเลขพุ่มที่ได้รับ แต่เนื่องจากสถานการณ์จากวิกฤตการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้การจัดงานในปีนี้ต้องเปลี่ยนไปตามมาตรการการป้องกันด้านสาธารณสุข โดยขบวนเรือพนมพระทางบกที่จะทำการแห่ในเช้าวันที่ 3 ตุลาคม 2563 จะเหลือเพียง 25 ลำ เฉพาะเรือพระบกที่ได้รางวัลจากการประกวดในปีที่ผ่านมา ส่วนเรือพนมพระทางบกที่เหลือให้ไปตั้งขบวนแถวรออยู่บริเวณถนนบ้านดอนและแยกนริศ เพื่อรอการทำบุญหยอดเหรียญต่อไป

ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ  เอกชน และพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว อาทิ จังหวัดสุราษฎร์ธานี , องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี, สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมขึ้นเหมือนทุกปี โดยประสานงานการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัท รุ่งจำลองทัวร์ (ยะลา), ชมรมผู้สูงอายุจังหวัดยะลา, บริษัท ท่องไทยทั่วทิศ (หาดใหญ่), บริษัท ปราโมทย์ ทัวร์ (กระบี่) บริษัท ดี.เจ.แอนด์เนิร์ส (ยะลา) และชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลรัษฎา (ภูเก็ต) นำนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานประเพณีชักพระฯ เพื่อสัมผัสและเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิต รวมทั้งเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ทั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวสนใจซื้อแพ็กเกจนำเที่ยวเพื่อเข้าร่วมงานดังกล่าวแล้วกว่า 500 คน

นอกจากนี้ เมื่อมาร่วมงานประเพณีชักพระแล้ว ในจังหวัดสุราษฎร์ธานียังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง อาทิ "อุทยานแห่งชาติเขาสก"  อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจุดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีกิจกรรมการเดินป่า เล่นน้ำตกเป็นกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวที่นี่ โดยมีไกด์เป็นผู้นำทาง

เส้นทางเดินป่ามีหลายเส้นทางให้เลือก ทั้งแบบไม่กี่ชั่วโมง ถึงครึ่งวัน หนึ่งวัน รวมทั้งแบบค้างคืนในป่าก็มี รุ่งเช้าจะได้ไปชมทะเลหมอกที่จุดชมวิว 111

นอกจากเดินป่ายังมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น ล่องห่วงยาง พายคายัค นั่งช้าง ล่องแพไม้ไผ่ รวมทั้งมีรีสอร์ต ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ คือบ้านต้นไม้ ส่วนใหญ่รีสอร์ตของที่นี่จะอยู่กลมกลืนกับธรรมชาติ มีความร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติอย่างแท้จริง

ยังมี "เขาตอเต่า" อยู่ในเขตรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติเขาสก (ขส.1 เขาตอเต่า) ตั้งอยู่ตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับเส้นทางเก่าแก่ที่ใช้มุ่งหน้าสู่เขื่อนรัชชประภาเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันเขาตอเต่าเป็นจุดหนึ่งในหลายจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติเขาสก

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจในพื้นที่นี้ อาทิ "ชุมชนบ้านห้วยทรัพย์" ตำบลลีเล็ด อ.พุนพิน เป็นพื้นที่ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านมีความภูมิใจในถิ่นฐาน มีชีวิตที่เรียบง่ายแบบชาวสวนและชาวประมงพื้นบ้าน ยามน้ำขึ้นชาวบ้านก็ออกไปหาหอยหาปลา ตัดจาก ยามน้ำลดก็ไปถีบกระดานหาหอย ตกเบ็ด หาปู ใช้ชีวิตอยู่กับทรัพย์บนดินสินในน้ำ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชุมชน และรับอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวขจี  พร้อมท่องเที่ยว ป่าชายเลนที่เขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมประติมากรรมปูยักษ์ใหญ่ ชิมอาหารสดๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา สดใหม่ขนาดใหญ่ เช่น เมนูแกงปลาดุกทะเล หมึกผัดหวาน ปูนึ่ง กุ้งแม่น้ำ จากนั้นซื้อของฝากขึ้นชื่อคือ กะปิ ที่ทำมาจากกุ้งหัวมัน รสชาติจะออกเค็มจากเกลือ หวานมันจากกุ้งแท้ กลิ่นหอมแบบกะปิแต่ไม่คาว

ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชม "ชุมชนคลองน้อย" ต.คลองน้อย อ.เมืองฯ ชาวบ้านส่วนใหญ่คือบรรพชนชาวใต้ดั้งเดิม กับชาวภาคกลางที่อพยพมา มีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ รวมทั้งอาชีพที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต เช่น การทำประมง ทำสวนผลไม้ มีกระท้อนคลองน้อยที่โด่งดังเรื่องรสชาติ การต่อเรือที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น 

นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ผูกพันกับคลองร้อยสาย สัมผัสชีวิตแบบบ้านๆ ชาวสวนผสมผสาน ตั้งแต่ยามเช้ายันยามค่ำ พักโฮมสเตย์ นั่งมองหิ่งห้อยหน้าบ้านใต้ต้นลำพูยามค่ำคืน พร้อมซื้อสินค้าจากกะลามะพร้าว ก้านมะพร้าว ที่นำมาประดิดประดอยเป็นของตกแต่งและเครื่องประดับนานาชนิด อาทิ โคมไฟ กระบวยตักน้ำ ช้อน ส้อม แก้วกาแฟ ต่างหู ฯลฯ และสินค้าอื่นๆ ที่สวยงาม

อย่างไรก็ตาม ทุกพื้นที่ที่เปิดรับนักท่องเที่ยว ยังเคร่งครัดต่อมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ทั้งในเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การล้างมือทำความสะอาด และการวัดอุณหภูมิ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยว

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุราษฎร์าธานี โทร. 0-7728-8817-9 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี

สรณะ รายงาน

แกลลอรี่


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'