"แลมพ์"โอดกองหลังพลาดไล่หืดจับ 3 ลูก


เพิ่มเพื่อน    


แฟรงค์ แลมพาร์ด คิดว่า เชลซี ทำแต้มหล่นหายไป 2 คะแนน แม้ทีม"สิงห์บลูส์"จะเป็นฝ่ายต้องไล่ยิงคืน 3 ลูก บุกเสมอ เวสต์บอรม หวุดหวิด ในช่วงเจ็บ ในเกมที่ เดอะ ฮอว์ธอร์นส ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์
    เชลซี ลงสนามแม้จะเป็นเกมนอกบ้าน แต่ก็ถูกวางให้เป็นทีมเต็งที่จะคว้าชัยไปได้สบายๆ ในการเยือน เวสต์ บรอม เมื่อคืนวันเสาร์ เพราะ"เดอะ แบ็กกีส์" ยังไม่เคยเก็บแต้มได้เลยจากทัพสิงห์บลูส์ ได้เลยนับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาในลีกท็อปไฟลท์ แต่กลายเป็นว่าทีมเจ้าบ้าน ช็อคทีมเยือนด้วยการระเบิดฟอร์มรัวนำทีมเจ้าบุญทุ่มของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไปถึง 3 ลูกในครึ่งเวลาแรก จาก คัลลัม โรบินสัน ซัดไป 2 ลูก น.4, ต่อด้วย ไคย์ล บาร์ทลีย์ น. 27
    เชลซี กลับมาสู่เกมใด้ในครึ่งหลัง จาก เมสัน เมาท์ น.55 คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย น.70 และ แทมมี่ อบราฮัม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
    ก่อนเกมนี้ เชลซี เพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัว เอดูอาร์ เมนดี้ มาเพิ่มการแข่งขันในตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับ เคปา อาร์ริซาบาลาก้า  แต่คนที่ได้ลงทำหน้าที่เฝ้าเสา เป็น วิลลี่ คาบาเยโร่ ทำหน้าที่แทนประตูทีมชาติสเปน หลังความผิดพลาดเมื่อนัดที่แล้ว แต่การเปลี่ยนตัวนายทวารก็ไม่ได้ช่วยอะไร แถมยังโดนไปก่อนถึง 3 ลูก ชณะที่ ติอาโก้ ซิลวา ประเดิมนัดแรกในพรีเมียร์ลีก และกลายเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนแรกที่พลาดจนนำไปสู่การเสียประตู นับตั้งแต่ อิสซา ดิอ็อป ของ เวสต์แฮม เมื่อปี 2018
    แฟรงค์ แลมพาร์ด หลังเกม ยืนยันว่าเชลซี  ทำแต้มหล่นหายไป 2 แม้ว่าจะเสมอได้แบบหวุดหวิดเกือบแพ้นัดแรกของฤดูกาลก็ตาม แต่บอสหนุ่มของทีมสิงห์บลูส์ ก็ยอมรับว่า ผลการแข่งขันที่ออกมาแสดงให้เห็นทีมของเขายังต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อพัฒนาการเล่นขึ้นไปกว่านี้หลังจากมีการเสริมทัพมาอย่างหนักเมื่อช่วงซัมเมอร์
    "การมาเยือนที่นี่แล้วเล่นพลาด ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะฉกฉวยโอกาสและเปลี่ยนมันให้เป็นประตูได้ทันที แล้วยังมีลูกเซตพีซอีกหลายครั้ง แต่เราก็แสดงให้เห็นคาแรคเตอร์ของเรา เราไม่ถอดใจง่ายๆ แต่เราไม่จำเป็นมาเร่งขนาดนี้ถ้าเราทำสิ่งต่างๆถูกต้อง เราจะเล่นได้ดีขึ้นกว่านี้แน่ และวันนี้ก็เป็นแค่ส่วนหนึงของพัฒนาการของเรา แต่วันนี้เราหายไป 2 แต้ม"
    "มันเป็นความผิดพลาดในเกมรับ 3 ครั้ง สำหรับ 3 ประตูที่เกิดขึ้น พวกเขาได้ประตูจากโอกาสยิงตรงกรอบ 3 ครั้ง ซึ่งทำให้เราเจองานที่ยากขึ้นมาก"
    "หากไม่มีสิ่งเหล่านั้น ถือว่าเราคอนโทรลเกมได้อยู่ เรามีโอกาสอยู่บ้าง ปัญหาคือเราขาดความตื่นตัวความกระตือรือร้นในเกมของเราเอง เราสามารถเคลื่อนที่บอลได้เร็วกว่านั้น การเคลื่อนที่ของบอลในครึ่งแรกเราทำได้ช้า พอเราเริ่มเล่นให้เร็ขึ้น เราก็อันตรายมากสำหรับพวกเขา"
    ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าชัยได้หวุดหวิดจากประตูชัยหลังทดเจ็บไปถึง 10 นาที บุกเฉือน ไบรท์ตัน 3-2 นีล โมปาย ยิงจุดโทษให้ เจ้าบ้าน ขึ้นนำก่อน ในนาทีที่ 43 แต่ 2 นาทีถัดมา ทีมปีศาจแดง ตีเสมอได้ จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ลูอัส ดังค์ และพลิกขึ้นนำในช่วงต้นครึ่งหลังจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด น.55
    ทดเจ็บไป 4 นาที ไบรท์ตัน ตีเสมอได้จาก ซอลลี่ มาร์ช เกมนึกว่าจะต้องแบ่งแต้มกันไป แต่ปรากฎว่า ช่วงทดเจ็บลากยาวกระทั้่ง ยูไนเต็ด ได้จุดโทษ ในนาทีที่ 90+1 และเป็น บรูโน่ เฟร์นานเดส สังหารประตูชัยให้ทีมปีศาจแดงชนะไปหวุดหวิด 3-2
    สรุปผลบอล พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 ก.ย.มี 4 คู่ ไบรท์ตัน แพ้ แมนฯ ยูฯ 2-3, คริสตัล พาเลซ 1-2, เวสต์บอรม เสมอ เชลซี 3-3 และ เบิร์นลี่ย์ แพ้ เซาแธมป์ตัน 0-1

 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ