เปิดคะแนนความโปร่งใส 499หน่วยงานรัฐสอบตก


เพิ่มเพื่อน    

ป.ป.ช.เปิดคะแนนคุณธรรม-ความโปร่งใสภาพรวมหน่วยงานรัฐ ได้เกรดซี 67.90  คะแนน อึ้ง! มีถึง 499 หน่วยได้เกรดเอฟ เตรียมชงข้อมูลเสนอ "บิ๊กตู่" พิจารณาปรับปรุงในแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน-ไอติม" ขอภาครัฐให้ ปชช.ตรวจสอบมากขึ้น

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 28 ก.ย. สำนักงาน ป.ป.ช.ได้จัดงาน ITA DAY 2020 - Talks and Result Announcement พร้อมทั้งจัดเวทีสนทนาและประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
    พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.บรรยายในหัวข้อ "การประกาศผลการประเมิน ITA  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563: ข้อค้นพบเกี่ยวกับคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ในสายตาของคนไทยทั่วประเทศ" ตอนหนึ่งระบุว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 คะแนน ITA เฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 67.90 คะแนน หรือระดับ C โดยหน่วยงานที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์  (ธอส.) ได้ 99.60 คะแนน ส่วน อบต.สะอาด ใน จ.ร้อยเอ็ด ได้ 28.16 คะแนน โดยมีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์หรือได้คะแนนเกิน 80 คะแนนขึ้นไปเพียงร้อยละ 13.19 เท่านั้น
    "ปีนี้มีหน่วยงานจำนวนมากเข้าร่วมประเมิน ITA รวมถึงมีบุคคลเข้าเป็นผู้ประเมินกว่า 1.3 ล้านคน  เป็นสัญญาณที่ดีของการเข้ามามีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริตของไทย ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2565  จะให้ทุกหน่วยงานได้คะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ถือเป็นเป้าหมายที่ยากและท้าทายอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้พบว่ามีหน่วยงานรัฐได้คะแนนประเมินค่อนข้างต่ำ และยังมีถึง 499 หน่วยงานได้คะแนนระดับต่ำ หรือ F โดยเฉลี่ยคือ หน่วยงานส่วนกลางค่าประเมินจะอยู่ในระดับกลางถึงสูง แต่หน่วยงานระดับภูมิภาคหรือท้องถิ่นจะได้ค่าประเมินระดับกลางลงไปต่ำ" พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว
    ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า หน่วยงานของรัฐมีจุดอ่อนเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การพัฒนาเรื่อง e-Service มีหน่วยงานที่พัฒนาได้เพียง 1,522 แห่งเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถให้บริการแบบ e-Service ได้ ขณะเดียวกันข้อค้นพบด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในสายตาคนไทย พบว่าพฤติกรรมการรับสินบนมีแนวโน้มลดลง หน่วยงานภาครัฐเคร่งครัดต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกต้อง ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณและสร้างการรับรู้ด้านการใช้จ่ายงบประมาณยังไม่มากพอ
    "พฤติกรรมการนำทรัพย์สินของข้าราชการไปเป็นของส่วนตัวตอนนี้มีแนวโน้มลดลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มั่นใจในการจัดการเรื่องร้องเรียนทุจริตภายในหน่วยงาน เรื่องนี้เป็นปัญหา แม้ ป.ป.ช.จะมีมาตรการกันพยาน หรือมาตรการจ่ายเงินให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริต ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำวินิจฉัยให้  ป.ป.ช.จ่ายเงินให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริตได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ไม่กล้าจ่ายเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ  ดังนั้นหวังว่ามาตรการต่างๆ จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความเชื่อถือมากขึ้น" ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
    พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ป.ป.ช.จะเสนอผลการประเมินให้แก่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบ ซึ่งคิดว่าผู้นำประเทศคงสนใจและอาจตกใจเหมือนกันที่คะแนนยังอยู่ในระดับต่ำ  โดยตนจะนำผลการประเมิน ITA เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับการประเมินและการเปิดเผยข้อมูลอีกด้วย
    ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บรรยายในหัวข้อ  "ไขปริศนา คอร์รัปชัน" ว่า ระหว่างปี 2558-2561 เรามีมาตรการและคำสั่งเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชันกว่า 159 มาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน แต่ที่ผ่านมาการคอร์รัปชันยังไม่หมดไป การเปิดเผยข้อมูลจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพราะการแก้ปัญหาการคอร์รัปชันเป็นเรื่องของทุกคน อย่าหวังให้รัฐบาลทำฝ่ายเดียว ด้วยการเปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยเทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และจะนำไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนทุกคน  
    ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า บรรยายหัวข้อ "องครักษ์พิทักษ์ประชาธิปไตย : การติดอาวุธเยาวชนในการติดตามและตรวจสอบการเลือกตั้ง" ว่า การเป็นประชาธิปไตยกับการปรับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความสัมพันธ์กัน ประเทศใดที่มีประชาธิปไตยสูงจะทำให้ภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมประชาธิปไตยและการลดการทุจริตต้องทำควบคู่กัน
    "อยากบอกภาครัฐอย่ามองว่าการตรวจสอบภาคประชาชนเป็นศัตรู เพราะการตรวจสอบภาคประชาชนจะเป็นการเสริมการตรวจสอบภาครัฐ จึงควรสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการตรวจสอบของประชาชนทุกมิติ นอกจากนั้นภาครัฐจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย และมีช่องทางชัดเจนในการแจ้งเหตุเพื่อป้องกันการทุจริต" นายพริษฐ์กล่าว.

 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"