ปรับตัวสู่ยุคนิวนอร์มอล


เพิ่มเพื่อน    

  โควิด-19 กระทบต่อทุกภาคส่วน ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถประกอบอาชีพ ทำให้ขาดรายได้ในการดำรงชีพ การเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว จึงเป็นไปอย่างลำบาก ทำให้ประชาชนบางส่วนจึงต้องกลับภูมิลำเนา แรงงานในระบบถูกเลิกจ้าง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ภาครัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งดูดาย  นอกจากจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือไปบางส่วนแล้ว แต่ก็ได้เพียงแค่การพยุงบางส่วนเท่านั้น  เพราะยังไม่สามารถที่จะเปิดประเทศให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล

                ดังนั้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับชุมชนตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงชุมชนต่างๆ โดยครั้งนี้ กสอ.ได้นำหลักสูตรของโครงการ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ : การทำผ้ามัดย้อม เป็นหลักสูตรระยะสั้นให้กับชุมชนในพื้นที่บางแค ที่ช่วยฝึกทักษะอาชีพ สร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการว่างงาน เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน ตามแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

                ซึ่งสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง ได้ระบุว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันหาแนวทางการรับมืออย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มการจ้างงานในชุมชน กสอ.เองได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ได้ให้ กสอ.ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ชุมชน และภาคเกษตรอุตสาหกรรม

                สำหรับกิจกรรมการทำผ้ามัดย้อมนั้น กสอ.ได้นำผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมการย้อมผ้า ที่เข้ามาอบรมเสริมทักษะพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน สร้างลวดลาย ในรูปแบบเป็นที่นิยมของตลาด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปูโต๊ะ ซึ่งปัจจุบันตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีประชาชนพื้นที่แขวงบางไผ่ เขตบางแค และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 300 คน เข้าร่วมฝึกอบรม  ที่อาคารฝึกอบรมวัดพรหมสุวรรณสามัคคี เขตบางแค ซึ่งคาดว่าในการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญต่อการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเป็นเม็ดเงิน ราว 1.5 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นกว่า 18 ล้านบาทต่อปี เกิดการหมุนเวียนทางระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

                พร้อมกันนี้ กสอ.ยังได้เปิดหน่วยเคลื่อนที่ (โมบายยูนิต)ของศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และจุดให้บริการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเปิดโอกาสให้กับกลุ่มชุมชน เอสเอ็มอี รวมถึงผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ทั้งนักศึกษาและประชาชนทั่วไป สามารถเข้าขอรับคำปรึกษาเพื่อการวางแผนพัฒนาอาชีพ การประกอบการอื่นๆ นอกเหนือจากกิจกรรมอบรมทำผ้ามัดย้อม เพื่อไปต่อยอดไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้เป็นที่ยอมรับของตลาดมากยิ่งขึ้น  ซึ่งที่ผ่านมา กสอ.ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวไปแล้ว ผ่านศูนย์ภาคที่มีอยู่ทั่วประเทศไปแล้ว 4 ครั้ง ทั้งภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ

                อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการสร้างอาชีพให้กับชุมชนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี การประชาสัมพันธ์ต้องทำอย่างจริงจังและจริงใจ มีความกระตือรือร้น เพื่อที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชน รวมถึงต้องทำให้เบ็ดเสร็จ ไม่ใช่สักแต่ว่าโรยผักชีแบบขอไปที เพราะในกระบวนการทำผ้ามัดย้อมนั้น จะต้องมีของเสียโดยเฉพาะสีที่นำมาย้อมนั้น หากมาจากธรรมชาติก็แล้วไป แต่ถ้ามาจากสารเคมีก็น่ากลัว เพราะไม่ว่าจะทิ้งด้วยวิธีไหนก็เป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อม สุดท้ายกลายเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่าการส่งเสริม

            และที่สำคัญในยุคของการเปลี่ยนแปลง ชีวิตวิถีใหม่ หรือนิวนอร์มอล ราชการก็ควรที่จะปรับตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นในขณะนี้ หากยังทำกันแบบเดิมๆ ไปเรื่อยๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงเพื่อให้การทำงานมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น การที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางที่ใฝ่ฝันกันไว้ก็คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ...นิวนอร์มอลนั้นไม่เคยรอใคร.

บุญช่วย  ค้ายาดี


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"