ทบ.ถวายสัตย์ปกป้องราชวงศ์จักรี


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กบี้" นำ 232 นายพลถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 จะปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ท่องคาถา “ในดวงตรามหาจักรี” มีจิตซื่อตรงในพระราชา ดำรงเกียรติทหาร ขณะที่ "บิ๊กต่อ" ลั่นเทิดทูนพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต สมกับ ทภ.1 เป็นหน่วยทหารที่กษัตริย์ทรงจัดตั้งขึ้น

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารชั้นนายพลสังกัดกองทัพบก จำนววน 232 นาย ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น และ ที่ลาออกจากเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์และนายทหารที่สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) ใส่เครื่องแบบเต็มยศชุดพระราชฐานและหมวกทรงโมฬีเข้าร่วมพิธี  
    พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า "ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ตามที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ปวงข้าพระพุทธเจ้าที่มารวมตัวกัน ณ ที่นี้ ดำรงตำแหน่งที่สำคัญและพระราชทานยศชั้นนายพลของกองทัพบกนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติยศอันสูงยิ่งของการรับราชการ ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยฯ แห่งนี้ขึ้น  
    ทั้งยังทรงมีพระเมตตาให้ทรงรับ และเปิดโอกาสให้ลูกหลานของประชาชนชาวไทยทั่วไปได้เข้าไปศึกษาเล่าเรียนโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ เพื่อให้ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ ช่วยกันปกปักรักษาเอกราช อธิปไตยของประเทศชาติและราชอาณาจักรไทย ให้อยู่จนมาทุกวันนี้ นอกจากนั้น ปวงข้าพระพุทธเจ้ายังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ได้พระราชทานกระบี่และพระราชทานยศนายทหารสัญญาบัตรมาตลอดห้วงเวลารับราชการที่ผ่านมา พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่องค์พระมหากษัตริย์ องค์จอมทัพไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์มีต่อปวงข้าพระพุทธเจ้านั้น  
    “ปวงข้าพระพุทธเจ้าจักสำนึกจะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม พร้อมทั้งขอถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะจงรักภักดี จะยอมอุทศตนพร้อมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศชาติ ราชอาณาจักรแห่งนี้ และจักเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า  แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่” พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าว   
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งทำความเคารพ และขอให้ทุกคนนั่งคุกเข่าพนมมือ  โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้ให้นายพลกล่าวถวายคำสัตย์ปฏิญาณตาม เริ่มที่คาถาในดวงตรามหาจักรี  "ติระตะเน สะกะรัฏเฐ จะ…สัมพังเส จะ มะมายะนัง  สะกะราโชชุจิตตัญฺจะ..สะกะรัฏฐาภิวัฑฒะนังฯ ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า และจักธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร"  
    จากนั้น ทั้งหมดได้เปล่งเสียงกล่าวปฏิญาณฯ พร้อมกัน 3 ครั้ง ความว่า "ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของท่านไว้ด้วยชีวิต” จากนั้นได้ถวายบังคม 3 ครั้ง"   
    ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 มีการจัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 กับ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่
    พล.ท.เจริญชัยกล่าวรับหน้าที่ว่า กองทัพภาคที่ 1 เป็นหน่วยทหารที่พระมหากษัตริย์ทรงจัดตั้งขึ้น และทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการเป็นหน่วยทหาร ซึ่งมีหน้าที่ปกปักรักษาความมั่นคงของประเทศ รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า เป็นที่เชื่อถือศรัทธาต่อประชาชนโดยตลอด ถือเป็นแนวทาง นโยบายการปฏิบัติงานของอดีตผู้บังคับบัญชาทุกคนในการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ด้วยชีวิต และพร้อมเป็นหลักรักษาความมั่นคง ปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติตลอดไป ซึ่ง พล.ท.ธรรมนูญ ทุ่มเท ตั้งใจปฏิบัติงาน จนเป็นที่ประจักษ์ต่อกำลังพล
    "ที่สำคัญ แสดงออกด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบัน และจากความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้กองทัพภาคที่ 1 ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ที่กองทัพบกรับมอบหมาย สิ่งเหล่านี้ ผมต้องสืบงานตามแนวทางนี้ต่อไปให้ดีที่สุด" พล.ท.เจริญชัยกล่าว.
    


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก