เพื่อไทย "เหล้าเก่า-ขวดเก่า"


เพิ่มเพื่อน    

         "กราบเดียว" ของหญิงอ้อ......

                เป็นกราบด้วยศิโรราบหรือกราบลีลา "ลิงหลอกเจ้า"?

                อยากรู้กันใช่มั้ย.....

                เสน่ห์การเกไพ่การเมืองรอบนี้ ก็อยู่ตรงนี้แหละ ดังนั้น เมื่อเห็นหน้าค่าตา ๒๔ กก.บห.ชุดใหม่พรรคเพื่อไทยกันแล้ว เซียนทั้งหลาย อ่านหน้าไพ่ว่าไงกันบ้างล่ะ?

                หลักๆ ของ กก.บห.ชุดใหม่ ก็......

                นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ "คนเดิม" กลับเข้ามาเป็นหัวหน้าตามเดิม

                เลขาฯ พรรค เปลี่ยนจาก "อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" ตัวแทนสุดารัตน์

                ไปเป็น "นายประเสริฐ จันทรรวงทอง" ส.ส.โคราช อดีต รมช.คมนาคม ยุคยิ่งลักษณ์ ลูกหม้อเพื่อไทยจากยุคไทยรักไทย ขึ้นเป็นเลขาฯ พรรค

                ส่วนโฆษกพรรค เปลี่ยนจากนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อดีตโฆษกเวที นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

                ไปเป็น น.ส.อรุณี กาสยานนท์ อดีตปาร์ตี้ลิสต์ไทยรักชาติ ปัจจุบัน เป็นพิธีกรข่าววอยซ์ทีวี ของนายพานทองแท้ มาทำหน้าที่โฆษกพรรคแทน

                เมื่อสำรวจตรวจตรา กก.บห.ใหม่ทั้งสำรับแล้ว ได้ภาพรวมออกมา ประมาณว่า

                เหล้าเก่า ในขวดเก่า ผู้ผลิตและจำหน่ายเจ้าเก่า เอเยนต์ ทั้งยี่ปั๊ว-ซาปั๊วเก่า และเถ้าแก่เก่า

                มีใหม่อย่างเดียว คือ......

                ฟอนต์ตัวอักษรย่อพรรค "พท." จากหัวขาด เป็น พท. "มีหัว"!

                และเท่าที่ฟัง ท่านหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่คนเดิม คือ นายสมพงษ์ ประกาศนโยบายพรรค

                ลูกค้าขาจร-ขาประจำแบรนด์เพื่อไทย บอกว่า...

                พลันแตะลิ้น หลับตาก็จำได้ เพราะกลิ่นเดิม รสเดิม ดีกรีเดิม "แดงทั้งแผ่นดิน ทักษิณสถาปนา" คุ้นลิ้น ไม่เพี้ยนเลย!

                ก่อนจะเมาธ์กัน ก็มาดูให้รู้ก่อน ว่า ๒๔ คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยุค "กราบเดียว" ของนายหญิง มีใครกันบ้าง

                - ๑ หัวหน้าพรรค

                นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์

                -๑๐ รองหัวหน้าพรรค

                น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายเกรียง กัลป์ตินันท์

                นายกิตติรัตต์ ณ ระนอง, พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์, นายไชยา พรหมา, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสุทิน คลังแสง

                -๑ เลขาธิการพรรค

                นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

                - ๕ รองเลขาธิการพรรค

                นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม, นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายคุณากร ปรีชาชนะชัย และนายนพ ชีวานันท์

                -๑ โฆษกพรรค

                น.ส.อรุณี กาสยานนท์

                -๑ นายทะเบียน

                นายจักรพงษ์ แสงมณี

                -๑ เหรัญญิกพรรค

                น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์

                -๔ กรรมการบริหารพรรค 

                นายชวลิต วิชยสุทธิ์, นายสรวงศ์ เทียนทอง, นายองอาจ วงษ์ประยูร และนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์

                ก็ใจหายแวบ.......

                เพราะคนสายหญิงหน่อย "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ถูกสึนามิกราบเดียว กวาดเกลี้ยงหายไปจากศูนย์อำนาจพรรค!

                เหลือเป็นเยื่อใยบางๆ ก็แค่นายอนุดิษฐ์ ที่ถูกลดเกรดจากเลขาฯ ไปต่อแถว "สิบรองหัวหน้าพรรค"

                ตาที่ลอยอยู่แล้ว คงลอยค้างรอเจ๊มาปิดเปลือกตา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่?

                ต้องบอกว่าเป็นคณะบริหารพรรคที่ "สาย(หัว)แข็ง" หลุดวงจรไปเกลี้ยง "สาย(หัว)อ่อน" ที่พร้อมสภาพกลับเป็น "พรรคครอบครัวชินวัตร" เข้ามาพรึ่บ!

                เพื่อไทย ดิสรัปท์ "กลับที่เดิม" เหมือนยุคทักษิณ ปี ๔๔ ประมาณนั้น

                ๒๔ กก.บห.ชุด "กราบเดียว" จัดสาแหรกแล้ว จะมาจาก ๓ สาย ประกอบเข้าด้วยกัน คือ

                -สายตรง "นายใหญ่-นายหญิง" อันมีหมอมิ้ง-พรหมินทร์, หมอเลี้ยบ-สุรพงษ์ เป็น "ร่างทรง"

                -สายตรงยิ่งลักษณ์ ภูมิธรรม, พิชัย อย่างเช่น คุณากร ปรีชาชนะชัย, นพ ชีวานันท์ (ลูกชาย พ้อง ชีวานันท์), ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, อรุณี กาสยานนท์ เผ่าภูมิ โรจนสกุล (หน้าห้องภูมิธรรม)

                -สายตรงเจ๊แดง ณ วังบัวบาน เป็น "สายเอ็น" ประกอบด้วยขุมกำลังเสี่ยเพ้ง "พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล" เกรียง ฯลฯ

                นายสมพงษ์ หัวหน้าพรรค ก็คนเจ๊แดง นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม นั่นก็เจ๊แดง

                นายจิรวัฒน์ นั่นลูกชาย "ประยุทธ์ ศิริพานิชย์" (หัวเขียง) และนายสรวงศ์ เทียนทอง ก็ลูกชาย "เสนาะ เทียนทอง"

                ทีนี้มาดู กก.บห.ชุดเก่า ซึ่งมี ๒๘ คน ที่หลุดวงโคจร หายไปจากชุดใหม่ เท่าที่สำรวจ มี ๑๔ คน คือ

                นายไพจิต ศรีวรขาน, นายวิทยา บุรณศิริ, นายวิชาญ มีนชัยนันท์, นายชลน่าน ศรีแก้ว, นายนคร มาฉิม

                นางสาวละออง ติยะไพรัช, นายจตุพร เจริญเชื้อ, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นายศราวุธ เพชรพนมพร, นายสุรชาติ เทียนทอง

                นางสาวขัตติยา สวัสดิผล, นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์, นายประพนธ์ เนตรรังษี และนายณรงค์ รุ่งธนวงศ์

                นั่นเท่ากับว่า......

                กก.บห.ชุดกราบเดียว ที่ลดเหลือ ๒๔ คนนี้ เป็น "หน้าใหม่" เข้ามาแทน "หน้าเก่า" ครึ่งต่อครึ่ง!

                แต่ "หน้าใหม่-หน้าเก่า" ที่เขย่าใหม่เป็น กก.บห.ชุดกราบเดียวนี้แหละ ส.ส.ส่วนใหญ่พากันบ่นในตุ่มว่าเป็น "ชุดสั่งได้"

                จริงๆ แล้ว ส.ส.อีสาน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ในพรรค โดยเฉพาะสายหญิงหน่อย ต้องการเปลี่ยนหัวหน้าที่ไม่ใช่สมพงษ์

                นัยว่า ไม่ค่อยพอใจนายสมพงษ์ ในการอภิปรายหลายครั้ง คล้ายมี something กับฝ่ายรัฐบาล โดยนำเงื่อนไขจากนายหญิงไปต่อรองบางเรื่องกับรัฐบาล ผ่านพลเอกประวิตร

                เลือกตั้งชุดใหม่ แต่ได้สมพงษ์คนเดิมกลับมาอีก ตอกย้ำว่า "นายใหญ่-นายหญิง" ต้องการเข้ามาควบคุมกลไก นำพรรคกลับไปเป็นบริษัทของตระกูลอีกครั้งจริง ผ่านชุด "สั่งได้"

                ด้วยเป้าหมาย...

                "ใช้ต่อรอง" ในเกม "ล้มเจ้า-ล่มประเทศ" กับสถาบัน โดยแสดงศักดาให้เห็นแล้วเมื่อ ๑๙ กันยา.และที่หน้ารัฐสภา

                ว่าเขามี "ขุมกำลังเสื้อแดง" พร้อมสู้แตกหัก!

                จะเห็นว่าการ "เปลี่ยนคน" เมื่อดูจากคนที่เปลี่ยน ก็ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่า "เป้าหมายแดงทั้งแผ่นดิน" จะเปลี่ยน

                นอกจากไม่เปลี่ยนแล้ว......

                ยังเป็นการจัดทัพ "สายขึ้นตรง" และลงมาบัญชาการหลักด้วยตัวเองเช่นนี้

                ๑๔ ตุลา.ที่ขบวนการล้มเจ้า-เปลี่ยนประเทศของธนาธร ประกาศ "ชุมนุมใหญ่" ๗ วัน ๗ คนนั้น

                จะเป็นตัวพิสูจน์ ว่า......

                "กราบเดียว" นั้น เพราะศิโรราบด้วยบริสุทธิ์และจริงใจต่อสถาบัน หรือกราบไป แต่ใจอสัตย์?

                ถ้าวันนั้น ยังมีใคร "เทหน้าตัก" ๔๐-๕๐ ล้าน ขนคนเสื้อแดงจากอีสานและชานกรุง เข้ามาเป็น "กองกำลังทราบฝ่าย" เหมือน ๑๙ กันยา.

                หนุนให้อานนท์/เพนกวิน-รุ้ง/ไมค์ ขบวนการถ่อยของธนาธร-ปิยบุตร กำเริบเสิบสานด้วยเหิมฮึกในปริมาณคนอีก

                ก็ชัด....กราบเพียงลีลา!

                ในทางกลับกัน ถ้าชุมนุม ๑๔ ตุลา. "หมาหงอย" ม็อบคณะสามสัสจ๋อย เพราะไม่มีหน้าม้ามึนเมาร่วมตะโกน ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์

                ก็...ชัดอีกเหมือนกัน คือชัดว่า กราบจริงใจ ตัดหางคณะสามสัสให้เห็นจะจะ!

                เรื่องพรรคเพื่อไทย จะเป็นสถาบันการเมือง หรือจะทำเป็นพรรคของตระกูล ถ้าเดินตามกรอบกติกาประชาธิปไตยและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ว่าไป

                แต่ถ้าเข้ามาควบคุมกลไก เพื่อเล่นเกมสถาบันต่อรองกับตระกูลตัวเอง

                ก็ระวัง มันไม่ง่ายเหมือนเกม "สัมปทานดาวเทียม" หรอกขอเตือน!

                ทั้งนี้-ทั้งนั้น บนข้อสมมุติฐานทั้งหมดนี้ ๑๔ ตุลา. จะเป็นวัน "หวยจันทร์ส่องหล้า" ออก

                ใครจะแทง "เผื่อลุ้น" ก็เชิญ!.

                 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'