แนะเลี่ยง14จุด เสี่ยงน้ำท่วม


เพิ่มเพื่อน    


    อุตุฯ ย้ำ ฝนมาตามนัด ระวังน้ำท่วมฉับพลัน หลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้งเพราะลมแรง ทะเลคลื่นแรง เรือควรงดออกจากฝั่ง ผู้ว่าฯ อัศวินลงพื้นที่เตรียมพร้อม สั่งเขตจัดรถรับส่งประชาชนหากเกิดน้ำท่วมสูง ตำรวจแนะผู้ใช้รถเลี่ยง 14 เส้นทาง
    กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 6 เรื่อง "พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2563)" ความว่า พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองนาตรัง ประเทศเวียดนามทางตะวันออกประมาณ 245 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนใต้ในวันนี้ (7 ต.ค.63) หลังจากนั้นจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศกัมพูชา เข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนบนในวันที่ 8 ต.ค.63 พายุนี้จะมีผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 7-9 ต.ค.63 และลมแรง ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย
    อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นไปจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบนและภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรงดการเดินเรือในช่วงวันที่ 7-10 ต.ค.63 ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
    คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมีดังนี้ วันที่ 7 ตุลาคม 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนัก ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี และชัยนาท ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต 
    พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงว่า บช.น.ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกจราจรช่วงฝนตกหนัก โดยการเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและวัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนช่องทางในการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง การเตรียมเส้นทางเลี่ยงเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมขัง ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารกรณีจุดที่มีน้ำท่วมขังให้ประชาชนรับทราบในทุกช่องทาง ระดมกำลังจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว มีอุปกรณ์แก้ไขรถเสีย รถขัดข้องในเบื้องต้น และรถยกกรณีไม่สามารถแก้ไขได้ ประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังให้ได้ด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด 
    "ขอประชาสัมพันธ์จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง 14 แห่งที่ยังเป็นจุดอ่อน หากเกิดฝนตกเกินกว่า 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ถนนราชวิถี ถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ถนนจันทร์ ถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนสวนพลู ถนนสุวินทวงศ์ ถนนเพชรเกษม ซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ และถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซึ่งหากมีฝนตกปริมาณมาก ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและหลีกเลี่ยงเส้นทางเหล่านี้"
    ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า คาดว่าพายุดังกล่าวจะส่งผลให้มีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ สูงสุดประมาณ 100 มิลลิเมตร ซึ่งได้เตรียมความพร้อมรับมือฝนอย่างเต็มที่ ทั้งเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำให้มีความพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มกำลัง รวมถึงการจัดเจ้าหน้าประจำจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนและเฝ้าระวังปัญหาน้ำขังเร่งระบายในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
    นอกจากนั้นยังได้กำชับให้สำนักการระบายน้ำลดระดับน้ำในคลองเพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝนในระยะนี้ ด้านสำนักงานเขตจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงต่างๆ คอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนหากเกิดกรณีมีน้ำขังเร่งระบาย และหากพื้นที่ใดที่มีน้ำสูงทำให้เดินทางเข้าออกลำบาก ให้สำนักงานเขตจัดรถบริการรับส่งประชาชน
    นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา นำคณะลงพื้นที่น้ำท่วมที่ ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อดูสภาพน้ำและให้การช่วยเหลือชาวบ้าน โดยน้ำจากลำน้ำบริบูรณ์ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำตะคอง ได้ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 2, 4, 5 และหมู่ 7 ต.หมื่นไวย ได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูง 20 เซนติเมตร-1.50 เมตร รถยนต์โดยเฉพาะรถเล็กสัญจรด้วยความลำบาก รถจักรยานยนต์ชาวบ้านถูกน้ำท่วมเครื่องยนต์ดับหลาย 10 คัน ชาวบ้าน ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาต้องเดินลุยน้ำไปทำงานและโรงเรียน รวมทั้งหวาดกลัวสัตว์มีพิษหนีน้ำท่วมเข้าบ้าน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"