‘ปัตตานี’เดือด! ทพ.43ดับ1ราย ผบ.ทบ.สั่งดูแล


เพิ่มเพื่อน    

 

ปัตตานีระอุ โจรระเบิดตลบหลังชุดเฉพาะกิจทหารพราน 43 ดับคาที่ 1 ราย หลังเข้าตรวจพื้นที่ซุ่มยิงชุดคุ้มครองครู  โยงปฏิบัติการกลุ่มอับดุลเลาะ มูดอ ด้าน ผบ.ทบ.สั่งดูแลสิทธิและสวัสดิการ จัดงานศพสมเกียรติ

    เมื่อวันศุกร์ เวลา 07.00 น. ร.ต.อ.วีระศักดิ์ สุวรรณาคม รอง (สารวัตร) สอบสวน สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยครู มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณบ้านบางทะเลเก่า ม.3 ต.บางเก่า อ.สายบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังพร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฏ์ ผกก.สภ.สายบุรี ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางจราจรชั่วคราวและห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าเพื่อความปลอดภัย พบรถจักรยานยนต์ (จยย.) จำนวน 2 คันล้มข้างทาง และมีรอยเลือดจำนวนมากบนถนน
    ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ถูกนำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 2 ราย ทราบชื่อ ส.อ.วัชรา ไชยแก้ว อายุ 33 ปี มีบาดแผลจากกระสุนถูกบริเวณแก้มซ้ายทะลุ 1 นัด อาการสาหัส แพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่ รพ.ปัตตานี และ อส.สุทธิชัย ยะวา อายุ 35 ปี ถูกกระสุนเฉี่ยวบริเวณแข้งขวา
     กระทั่งเมื่อเวลา 10.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุนั้น คนร้ายไม่ทราบจำนวน จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ อส.ทพ.อัตณรงค์ ไชยศรี สังกัดชุดปฏิบัติการร่วม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวเล็กน้อย และได้ออกจากจุดเกิดเหตุทันที ทราบชื่อ ร.ต.ธงภักดิ์ ศุกรวัชรินทร์ อายุ 33 ปี เคืองบริเวณตาขวา, อส.ทพ.อิสระพงศ์ แก้วรักษ์ อายุ 29 ปี หูซ้ายอื้อ, จ.ส.ท.ต่อตระกูล ปั้นสำรอง หูอื้อ และ อส.ทพ.ชยพร บุษบงศ์ หูอื้อ
     จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าหลุมระเบิดและชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ รวมไปถึงปลอกกระสุนปืนอาก้า จำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลบางเก่า จำนวน 6 นาย โดยมี ส.อ.วัชรา ไชยแก้ว สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เป็นหัวหน้าชุด และมี อส.อำเภอสายบุรี 5 นาย ใช้รถ จยย.เป็นพาหนะจำนวน 3 คัน ขี่ออกมาจากฐานเพื่อลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยครูของโรงเรียนบ้านป่าทุ่งและโรงเรียนบ้ายบางเก่าที่จะเดินทางไปโรงเรียนในช่วงเช้าในเวลา 08.00 น.
    โดย ส.อ.วัชราเป็นคนขับ ส่วน อส.สุทธิชัยนั่งซ้อนท้าย ส่วนอีก 2 คันขี่ตามหลัง เมื่อออกจากฐาน เจ้าหน้าที่ 2 นายได้ลงหน้าโรงเรียนบ้านบางเก่าเพื่อดูแลครูและนักเรียน จากนั้นเจ้าหน้าที่อีก 4 นายจึงขี่รถ จยย.ต่อไปเพื่อไปรักษาความปลอดภัยครูที่โรงเรียนบ้านป่าทุ่ง แต่ระหว่างที่ลาดตระเวนได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง ใช้อาวุธปืนสงครามถล่มยิงเจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหักหลบลงข้างทาง ก่อนจะเปิดฉากยิงปะทะกันจนคนร้ายล่าถอยหนีเข้าไปในป่า หลังเกิดเหตุพบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงได้ขอกำลังเสริมพร้อมรีบนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า อส.ทพ.อัตณรงค์ ไชยศรี ได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้จนเกิดระเบิดขึ้นและเสียชีวิตทันที
     หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฏ์ ผกก.สภ.สายบุรี ได้สั่งการให้หน่วยกำลังร่วมในพื้นที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร และกระจายกำลังตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยและตรวจหาพยานหลักฐานในพื้นที่เพื่อดำเนินการติดตามจับกุมกลุ่มที่ก่อเหตุ เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งนี้ เนื่องจากก่อนหน้ามีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่า คนร้ายพยายามที่จะก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่รัฐและเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งทำให้หน่วยความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเป้าหมายอ่อนแออย่างเต็มที่ และเฝ้าระวังสถานที่สำคัญๆ ในพื้นที่ เนื่องจากคนร้ายพยายามสร้างสถานการณ์
     ด้านนายสมนึก พรหมเขียว รอง ผวจ.ปัตตานี ได้รุดไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 4 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ธงภักดิ์ ศุกรวัชรินทร์ อายุ 33 ปี, จ.ส.ท.ต่อตระกูล ปั้นสำรอง อายุ 45 ปี และ อส.ทพ.อิสระพงศ์ แก้วรักษ์ อายุ 39 ปี และ อส.ทพ.ชยพร บุษบงศ์ อายุ 27 ปี ทั้ง 4 นายสังกัดชุดปฏิบัติการร่วม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 พร้อมได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หลังต้องสูญเสียเพื่อนร่วมอาชีพในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งบรรยากาศภายในโรงพยาบาลมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง มาร่วมไว้อาลัย อส.ทพ.อัตณรงค์ ไชยศรี อายุ 39 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุระเบิด
    นายสมนึกกล่าวว่า ร.ต.ธงภักดิ์ ศุกรวัชรินทร์ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บเล่าว่า ได้เป็นคนแรกๆ ที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่และได้ติดตามเส้นทางคนร้ายที่หลบหนี ซึ่งข้างทางเป็นพื้นหญ้าดินชุ่มๆ คนที่เดินนำหน้าก็ได้เห็นรอยเท้าของคนร้ายจึงนำไม้มาปักไว้ และตรงที่คนร้ายยิงพบวัตถุคล้ายๆ กระเดื่อง จึงเอากิ่งไม้ทับไว้ และน่าสงสัยว่าน่าจะมีระเบิด ตนจึงได้บอกเจ้าหน้าที่คนอื่นให้ระวังด้วย  พื้นที่แถวนี้มันแปลกๆ และจังหวะที่เดินกลับตนก็ได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเดินกลับตามรอยเท้าเดิม แต่พอเดินมาสักพักเกิดระเบิดขึ้น จึงได้ผลักเจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณนั้น และได้ล้มไปกับน้องเจ้าหน้าที่คนอื่นกับพื้น จนอยู่กับน้องที่เสียชีวิตจนวินาทีสุดท้าย ตอนนั้นมองอะไรแทบไม่เห็นเลย จึงใช้มือคลำๆ ทางออกมาจนเจ้าหน้าที่คนอื่นมาช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลทันที
     ขณะที่ พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฏ์ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ คือ กลุ่มนายอับดุลเลาะ มูดอ และนายยาการียา บาโง ซึ่งเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการที่มีหมายจับหลายคดี ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ใกล้เคียงที่ร่วมในการก่อเหตุด้วย เนื่องจากพบว่ากลุ่มคนร้ายนอกจากซุ่มยิงและลอบวางระเบิดแล้ว ยังมีการโปรยตะปูเรือใบเพื่อปิดเส้นทางไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตาม จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้า ส่วนการติดตามคนร้ายขณะนี้ได้มีการรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ว่ามีการเชื่อมโยงกับใครบ้าง และยังคงมีการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
    พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ท่านได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้กล่าวแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บผ่านทางแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมกำชับให้ดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการ ตลอดจนการจัดการศพอย่างสมเกียรติที่สุด โดย พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีเร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมวัตถุพยานเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วต่อไป โดยเมื่อเกิดเหตุจะต้องสามารถคุ้มครองซึ่งกันและกันได้อย่างทันท่วงที
    "ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 06-1173-2999 และเบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง" พ.อ.วัชรกรระบุ.

 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"