ความดันโลหิตสูง เบอร์ 1 โรควัยเก๋า


เพิ่มเพื่อน    

    “ชราเฮโย” เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพของประชาชนในอนาคต ที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าตอนนี้ใครจะห่างไกลจากวัยสูงอายุแค่ไหน มีวิถีชีวิตแบบใด เพียงตอบคำถามง่ายๆ จากพฤติกรรมของตัวเองแล้ว มาดูแนวโน้มกันว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุจะมีสุขภาพห่างไกลโรคภัยเพียงใด เพื่อที่ผู้นั้นจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลับมามีสุขภาวะที่ดีขึ้นก่อนจะสายเกินไปได้ 

    เมื่อไม่นานนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) จัดงานเปิดตัว “แอปพลิเคชันชราเฮโย” แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพในอนาคตที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน 
    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า เมื่อสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 จำนวนประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในอนาคต เห็นได้ชัดเจนจากการที่ประชากรรุ่นที่เกิดเกินกว่าล้านคนต่อปี ระหว่างปี 2506-2526 (ขณะนี้มีอายุ 33-53 ปี) และอีก 20 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นผู้สูงอายุ 53-73 ปี ทำให้สัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยจะสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด 

    ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2559 มีการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายพบว่า โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย และอัมพาต โดยคาดการณ์ว่า มากกว่า 60% ของผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เป็นโรคความดันเลือดสูง มากกว่า 10% ของผู้สูงอายุวัยปลายเป็นโรคเบาหวาน และ 35% ของผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน

    ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวต่อว่า สสส.สนับสนุนแผนงานสร้างและจัดการความรู้เพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ดำเนินการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน “ชราเฮโย” เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 21-59 ปี เนื่องจากวัยแรงงานถือเป็นประชากรกลุ่มสำคัญที่มีจำนวนมาก และจะต้องเข้าสู่วัยผู้สูงอายุในอนาคต ดังนั้น การสร้างความตระหนัก กระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อม สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีการให้คำแนะนำส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางสังคม แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้สูงอายุโดยตรง แต่จะช่วยลดภาระในการดูแล และบริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุได้อย่างมาก

    ด้าน พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) กล่าวเพิ่มเติมถึงการการดูแลสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน “ชราเฮโย” ว่าเป็นเทคโนโลยีทันสมัยสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย มีเนื้อหาครอบคลุมพื้นฐานด้านสุขภาพทั้งกายและใจ โดยชี้ให้เห็นผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญนำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสม และเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีในอนาคต  
    สำหรับภายในงานนี้มีการทดสอบสมรรถภาพกายเพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และกิจกรรมทดสอบการเป็นผู้สูงอายุ โดยคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

    เชื่อว่าแอปพลิเคชัน “ชราเฮโย” เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสามารถช่วยเหลือคนไทยให้มีสุขภาวะดีทั้งร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับประเทศไทยยุค 4.0 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาว์นโหลดแอปพลิเคชัน “ชราเฮโย” ฟรีทั้งระบบแอนดรอยด์และ IOS หรือติดตามข้อมูลสุขภาพผู้สูงวัยได้ในกลุ่มไลน์ “ยังแจ่ม”.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.