ทำไม ๒ ผบ.บวชวัดหงส์?


เพิ่มเพื่อน    

    พรุ่งนี้ ๑๓ ตุลา
    คล้ายวันสวรรคต "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" รัชกาลที่ ๙ 
    ใส่เสื้อสีเหลืองกันนะครับ
    ใส่ให้โลกรู้ ทุกคนรู้.......
    ว่ากาลเวลาไม่เคยทำให้ทุกหยาดพระเสโทของพ่อที่หลั่ง ทุกย่างพระบาทที่พ่อย่ำทั่วแดนทุรกันดาร เหือดหายไปจากใจสำนึก-รำลึก-ภักดี ของลูกๆ ที่มีต่อพ่อบนฟ้าเลย
    ประเทศชาติร่มเย็นเป็นปึกแผ่น ประชาชนมีที่อยู่ ที่ทำมาหากิน มีลมหายใจอิสรเสรี ถึงทุกวันนี้
    ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ด้วยพระบารมีพ่อบนฟ้าโดยแท้ 
    ด้วยจิตกตัญญู-รู้คุณนี้.......
    ข้าพระพุทธเจ้า กราบเบื้องพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนั้น ตลอดไป
    ด้วยบรรยากาศนี้ อะไรจะดีต่อใจในการพูดคุยในวันนี้ เท่าคุยเรื่องพระ-เรื่องเจ้า เห็นจะไม่มีแล้ว
    ฉะนั้น คุยเรื่องพระกันดีกว่า และพระที่จะคุยถึง รูปไหนจะสร้างความรู้สึกแปลก-ใหม่ ในชั่วโมงนี้ ไม่เกิน ๒ รูปนี้
    รูปแรก "จินตชโย ภิกษุ" (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา)
    รูปที่สอง "อภิรชตโน ภิกษุ" (พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์)
    ท่านทั้ง ๒ เกษียณจากราชการแล้ว ก็อุปสมบทที่ "วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร" จะเรียกว่า "ทันที" ก็ย่อมได้
    พล.ต.อ.จักรทิพย์ บวช ๓ ตุลา ส่วนพลเอกอภิรัชต์ บวช ๘ ตุลา ชาวบ้านนับอาวุโสตรงใครเกิดก่อน ส่วนพระ นับตรงใครบวชก่อน
    พระจักรทิพย์บวชก่อน พระอภิรัชต์ต้องเป็นฝ่ายกราบพระจักรทิพย์ เพราะบวชทีหลัง อาวุโสน้อยกว่า
    นี่เป็นกฎสงฆ์ เพื่อละลายอัตตา ยึดมั่น-ถือมั่นในตัวตน จึงไม่ให้ค่ากับยศ กับอายุ กับเศรษฐี-ยาจก ของคนที่มาบวช
    ให้นับพรรษา........
    ใครบวชก่อน เป็นผู้มีอาวุโสเหนือกว่า ต่อให้คนอายุ ๑๐๐ ปี หรือเป็นเจ้า-เป็นนาย รวยแสนล้าน แต่บวชทีหลัง คนอายุ ๑๐๐ ก็ต้องกราบคนอายุ ๒๐ ปี ที่บวชก่อน
    เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรทราบไว้ ทีนี้ ประเด็นมีว่า การที่ ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.เกษียณปั๊บ หันหน้าเข้าวัดปุ๊บ
    ไม่เคยมี ไม่เคยปรากฏ สังคมก็เลยวิจารณ์ต่างๆ นานา แทนจะมองในมุมคนมีวาสนา หนุนนำให้ได้เข้ามาบวช
    กลับมองไปในมุมว่า เพราะอะไรถึงบวช?
    และทำไมจึงต้องมาบวชวัดเดียวกัน?
    คือเพ่งเล็ง ว่าน่าจะมีสาเหตุเป็นเบื้องหน้า-เบื้องหลังให้อดีต ๒ ผบ.ต้องมาบวชด้วยกันและอยู่วัดเดียวกัน
    คือมองลอดตาข่ายธรรม โยงไปถึงตาข่ายการบ้าน-การเมืองโน่น!
    ก็เข้าใจอยู่ เพราะที่เคยมี คนที่เกษียณ แต่ยังรุ่ง อย่างพระจักรทิพย์ เส้นทางอำนาจบารมี รอให้เลือกเยอะแยะ ถูกจองตัวไปสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ด้วยซ้ำ
    แต่ อ้าว...เข้าวัดบวชซะแล้ว
    ส่วนพระอภิรัชต์ ไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นที่ทราบกัน ว่าได้รับโปรดเกล้าฯ ไปเป็น "รองเลขาธิการพระราชวัง" หลังเกษียณ การบวช ก็คงด้วย "จิตเดิม" ตั้ง
    แต่ที่ต้องไปบวชอยู่วัดหงส์รัตนารามด้วยกันนี่ซี คนอยากรู้ ทำไม..ทำไม..และทำไม?
    ก็ดีไปอย่าง ช่วยให้คนใฝ่รู้-ใฝ่ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติ ประวัติสถานที่กันมากขึ้น ถึงขั้นรื้อค้นความเป็นมาวัดหงส์ฯ เผยแพร่ทุกสื่อ
    ผมเองก็ไม่รู้มาก่อน พลอยได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวัดหงส์ฯ เพลินไปด้วย 
    วานซืน อ่านที่คุณอัญชลีพร กุสุมภ์ อดีตผู้ประกาศข่าว ช่อง ๗ สี ปัจจุบัน จัดรายการข่าวโทรทัศน์ดาวเทียมช่องสุวรรณภูมิ นำเรื่องที่เคยสัมภาษณ์ท่านเจ้าอาวาสไว้มาโพสต์
    อ่านแล้ว ต้องขอลอกต่อ.........
    เพราะด้วยวิสัยทัศน์สื่อมือครูระดับอัญชลีพร โพสต์ของเธอ จึงตอบโจทย์-ตอบประเด็นที่อยากรู้กันนัก ก็อ่านได้เลย
    Anechaleeporn Gusum Official
    -ทำไมทั้งอดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.ตร.จึงมาบวชที่วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร? 
     -กลางปี 2556 "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ในขณะนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงสดับพระธรรมเทศนาหรือทรงธรรม 
    ดิฉันเห็นภาพข่าว ทำให้สงสัยว่าเหตุใดจึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงธรรมยังวัดแห่งนี้ และต้องการรู้จักวัดหงส์รัตนารามให้ถ่องแท้
      -ดิฉัน "อัญชลีพร กุสุมภ์" จึงได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับ "พระเทพปริยัติมุนี" (มีชัย วีรปัญโญ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาส ในรายการธรรมนิยาม 
    ขณะนั้น ท่านเพิ่งย้ายมาจาก "วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร" เพื่อมาทำภารกิจบูรณะวัดหงส์รัตนาราม ที่ตอนนั้น ว่ากันว่า คนเข้ามาทำบุญลำบาก ทรุดโทรม ขาดการดูแล กลายเป็นที่จอดรถตู้
    -ท่านเจ้าอาวาสบอกในรายการว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขณะนั้น ส่งทหารมาช่วยบูรณะวัด โดยเฉพาะสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" 
    ส่วนการเคลียร์รถตู้ออกไป ท่านบอกนอกรอบว่า "พลตำรวจเอกอัศวินมาช่วย" พูดไม่กี่คำ รถตู้ไปหมดเลย 555 
    ท่านเจ้าอาวาส พูดทุกอย่างนิ่มๆ ไม่ได้อวด  
    ตอนหลังที่ท่านพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกช่วงแรกๆ จัดทำบุญสวดมนต์ที่ทำเนียบหลายครั้ง ดิฉันแอบเห็นท่านเจ้าอาวาสวัดหงส์ฯ แทบทุกครั้ง
    -พระเทพปริยัติมุนี ได้เล่าประวัติวัดหงส์ฯ โดยละเอียดเพราะท่านได้ไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมที่หอจดหมายเหตุ หอสมุดแห่งชาติ  
    วัดแห่งนี้ "เจ้าสัวหง" เริ่มสร้างมาแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา ต่อมา "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง วัดหงส์ฯ จึงเป็นหนึ่งในวัดที่อยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง
     -"สมเด็จพระเจ้าตากสิน" ทรงบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่พระอุโบสถที่ใหญ่โตเสาขนาด 3 คนโอบก็สร้างในยุคนั้น 
    และจุดตรงกลางพระอุโบสถ คือที่ประทับนั่งของ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ในยามทรงวิปัสสนากรรมฐาน ที่พระองค์ทรงถือเป็นวัตรปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนเสด็จออกรบทัพจับศึก 
    -"สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์" ของวัด เป็นตาน้ำมาแต่ดั้งเดิม จึงมีน้ำออกมาตลอดเวลา เป็นสระโบราณ  
    ต่อมา "สมเด็จพระสังฆราช(สุก)ไก่เถื่อน" ได้ทรงลงอักขระไว้ครบทั้งสี่มุมและกลางสระ จึงถือเป็น "สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์" ว่ากันว่า หลังเสร็จศึกทุกครั้ง
    "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" จะเสด็จมาทรงชำระล้างคราบเลือดบนดาบที่สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ 
    ปัจจุบัน มีการกำหนดฤกษ์ทุกเดือน เพื่อทำพิธีอาบน้ำมนต์ ท่านเจ้าอาวาส "บอกนอกรอบ" ว่า 
    "บรรดานายทหารถือความศักดิ์สิทธิ์ของสระน้ำแห่งนี้ ถึงไม่ได้มาอาบที่วัด ก็ได้นำไปอาบที่บ้าน"
    -ปัจจุบันที่วัดได้ตั้ง "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ไว้เป็นที่สักการบูชา โดยเบื้องพระพักตร์ หันมายังลานกว้างที่ว่ากันว่าเป็น "ลานซ้อมรบ" ของบรรดานายทหารระดับสูงในแผ่นดินของพระองค์
    -ภายในวัดหงส์ฯ ยังมีพระพุทธรูปทองคำและหลวงพ่อแสน ที่อยู่ในตำนานของประเทศลาว 
    พระอุโบสถของวัด มีการประดับตกแต่งงดงาม มีความหมายที่มีค่าควรแก่การไปเยี่ยมชมและศึกษา 
    -ที่ยกมาวันนี้บางส่วน เป็นเนื้อหาจากรายการธรรมนิยาม ที่ออกอากาศไปเมื่อปี 2556 
    สามารถหาดูได้ทางยูทิวบ์ มี 4 ตอน ตอนละ 10 นาที เนื้อหาบางส่วน มาจากการสนทนานอกรอบกับท่านเจ้าอาวาสและพอจะเล่าต่อได้ (แน่นอนว่ามีที่เล่าไม่ได้)
    -ความเป็นมาของวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ในอดีตตั้งแต่สมัยแผ่นดิน "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" กษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่แทบจะไม่มีเวลาทรงพระสำราญเลย 
    ด้วยทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อกู้แผ่นดินให้มีความมั่นคงเป็นไทยมาจนทุกวันนี้มาจนถึงความเป็นไปของวัดเท่าที่ได้เห็นและได้ยินในปัจจุบัน 
    ทำให้ดิฉันไม่แปลกใจที่ท่านอดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.ตร.เลือกมาอุปสมบทที่วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหารแห่งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางทหาร ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ 
      อัญชลีพร กุสุมภ์     
    9 ตุลาคม 2563
    เป็นไงครับ อ่านแล้วน่าจะตอบโจทย์ในหัวใจกันได้พอสมควรกระมัง อยากรู้ละเอียด ก็ไปหากันดูทางยูทิวบ์ เธอบอกว่ามีถึง ๔ ตอน
    แต่ผมว่า แฟนๆ อยากรู้ ที่ว่า "นอกรอบ" เล่าไม่ได้ นั่นมากกว่านะ 5555!
    วัดหงส์ฯ ก็ติดๆ กับวัดอรุณฯ และติดๆ กับพระราชวังกรุงธนบุรี ที่เรียกกันว่า "พระราชวังเดิม" ที่เป็นกองบัญชาการกองทัพเรือปัจจุบัน ถนนอรุณอมรินทร์ นั่นแหละ
    ไปไม่ถูก ก็ไปตั้งหลักตรงโรงพยาบาลศิริราช เจอแยกบ้านขมิ้น นั่นแหละตรงเรื่อยไป 
    เจอวัดระฆัง วัดอรุณ ก็ต้องเจอวัดหงส์ ถนนนั้น ทะลุออกโพธิ์สามต้น ถนนอิสรภาพ ไปสี่แยกบ้านแขก ข้ามสะพานพุทธ ไปฝั่ง กทม.
    กรุงรัตนโกสินทร์ มีวัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง วัดหงส์รัตนาราม ก็คือ....
    วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง ยุคกรุงธนบุรี คงเข้าใจกันกระมัง?
    เมื่อได้ศึกษาประวัติ ก็คงเห็นกันแล้ว ว่า.....
    วัดหงส์กับพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ ผูกพันและทรงปฏิสังขรณ์ต่อเนื่องตลอดมา.


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'