เวียดนาม-กัมพูชาสังเวยอุทกภัยร่วม40ศพ พายุลูกใหม่ถล่มซ้ำ


เพิ่มเพื่อน    

อุทกภัยจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในเวียดนามและกัมพูชาคร่าชีวิตผู้คนแล้วเกือบ 40 ราย สูญหายอีกหลายสิบคน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยในเวียดนาม ขณะพายุนังกาเข้าถล่มชายฝั่งเวียดนามซ้ำอีกในวันพุธ

    ข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 อ้างรายงานข่าวของสื่อทางการและเจ้าหน้าที่รัฐว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนับแต่ต้นเดือนนี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายจังหวัดภาคกลางของเวียดนาม และทำให้ประชาชนไร้ที่อยู่นับหมื่นคนในภาคตะวันตกของกัมพูชา คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเลวร้ายลงอีกในช่วงหลายวันข้างหน้านี้ เมื่อพยากรณ์อากาศระบุว่า พายุโซนร้อนนังกาจะทำให้เกิดฝนตกหนักเพิ่มเติมในเวียดนามวันพุธนี้

    สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเวียดนามกล่าวว่า พายุนังกา ซึ่งมีความเร็วลมสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทำให้เกิดฝนตกหนักวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 400 มิลลิเมตร ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลางของเวียดนาม ตั้งแต่วันพุธไปจนถึงวันพฤหัสบดีนี้

    ตามรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่น อุทกภัยที่ยังดำเนินอยู่นี้ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 28 คนในเวียดนาม หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามกล่าวว่า มีบ้านเรือนมากกว่า 130,000 หลังได้รับผลกระทบ

    ส่วนที่กัมพูชา มีคนเสียชีวิตอีก 11 คน บ้านเรือนเกือบ 25,000 หลัง และพื้นที่เกษตร 525,000 ไร่ ได้รับความเสียหาย

    สื่อของทางการเวียดนามรายงานด้วยว่า มีคนงานก่อสร้าง 17 คนสูญหายภายหลังเกิดดินถล่มที่สถานที่ก่อสร้างโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในจังหวัดเถื่อเทียนเว้ ภาคกลางของเวียดนาม

    มีรายงานของหนังสือพิมพ์เญินเซินของทางการเวียดนามในวันอังคารว่า นอกจากคนงานแล้ว หน่วยกู้ภัยที่ถูกส่งออกไปค้นหาและช่วยเหลือ 13 นาย ก็สูญหายไปด้วย

    แถลงการณ์ของรัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม มีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหมส่งทหารออกไปช่วยกู้ภัยในจุดเกิดเหตุดินถล่มเพิ่มเติม แต่ในช่วงเช้าของวันอังคาร ทหารยังไปไม่ถึงพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากระดับน้ำสูง, ฝนตกหนัก และเกิดดินถล่มเพิ่มอีก.


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"