จ่อ‘หมายจับ’เพิ่ม ‘ศิลปิน-แก๊งไผ่’ ประทุษร้ายราชินี


เพิ่มเพื่อน    

  ตำรวจดักรวบ "เอกชัย" หน้าบ้านพักย่านลาดพร้าว นำตัวพร้อม "บุญเกื้อหนุน" ส่ง ตชด.ภาค 1 แจ้งข้อหาตาม ม.110 ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี "ตร." จ่อออกหมายจับเพิ่มกลุ่ม "ศิลปิน-นักแต่งเพลง-นักกิจกรรม" อีก 5 ราย "สมยศ" โผล่ให้กำลังใจ "เอกชัย" เจอหมายจับเก่าปลุกปั่นปราศรัยสนามหลวงหิ้วส่งโรงพัก

    เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ลาดพร้าว และฝ่ายสืบสวน บก.น.4 นำหมายศาลเข้าควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง บริเวณหน้าบ้านพักภายในซอยลาดพร้าว 109 ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ในข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 จากนั้นได้คุมตัวไปที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อลงบันทึกการจับกุม
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ตำรวจคุมตัวนายเอกชัยไว้ที่ สน.ลาดพร้าว ได้มีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักโทษคดี 112 และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา เดินทางมาเยี่ยมนายเอกชัย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปแสดงหมายจับนายสมยศ ในข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ จากการปราศรัยในการชุมนุมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา
    จากนั้นได้คุมตัวนายสมยศไปส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ท้องที่ออกหมายจับกุมดังกล่าว โดยมี น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาที่สน.ชนะสงคราม
    นายสมยศกล่าวว่า ในวันชุมนุมดังกล่าวตนได้ปราศรัยบนรถเครื่องเสียง เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา ม.116 เพียงเรื่องเดียว และจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เพราะการปราศรัยนั้นเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญระบุ มองว่าการแจ้งข้อหาในครั้งนี้ไม่ชอบธรรม เป็นการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้ง และยิ่งจะเป็นการเพิ่มเชื้อไฟและทำให้ประชาชนโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการประกันตัว ก็จะขอต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
    "ตอนแรกผมไม่ทราบว่าศาลอาญาได้ออกหมายจับในข้อหานี้ เพียงแต่เมื่อช่วงเช้า นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้ติดต่อให้พาไปมอบตัวกับตำรวจในข้อหาตาม ป.อาญา ม.110 เท่านั้น จนตำรวจแสดงหมายจับกุมดังกล่าว" นายสมยศกล่าว
    ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว นำตัวนายเอกชัยขึ้นรถเดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) ย่านคลอง 1 ปทุมธานี เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับศาลอาญา มาตรา 110 ในข้อหาตามมาตรา 110 ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน จากกรณีขัดขวางขบวนเสด็จฯ ช่วงเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา
    นายเอกชัยกล่าวระหว่างขึ้นรถว่า กำลังจะเดินทางไปยัง ตชด.ภ.1 การจับกุมในข้อหาดังกล่าวเป็นการตั้งข้อหาของทางเจ้าหน้าที่ที่เกินจริง
    ด้านนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้แจงกรณีศาลออกหมายจับนายเอกชัย แม้จะอยู่ระหว่างกรมคุ้มครองสิทธิฯ คุ้มครองพยานในคดีที่ถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง แต่ไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิดได้ว่า กรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้ยุติการให้ความคุ้มครองนายเอกชัยไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายเอกชัยไม่สามารถให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ได้ ยังคงไปเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานคุ้มครองพยานจึงได้รายงานมายังตน พร้อมทั้งแจ้งยกเลิกการคุ้มครองพยานตามสิทธิฯ อย่างไรก็ตาม กรณีที่นายเอกชัยไปทำความผิดอื่นก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมายต่อไป
         ในส่วนของนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งถูกออกหมายจับคดีเดียวกับนายเอกชัย ตั้งแต่ช่วงเช้าได้เดินทางพร้อมมารดาและทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาที่ สน.ดุสิต เพื่อมอบตัวตามหมายจับดังกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงที่บริเวณหน้า สน.ดุสิต นายบุญเกื้อหนุนได้ยืนชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้ขอรอเพื่อนก่อน เนื่องจากยังไม่รู้ว่าเมื่อเข้ามอบตัวแล้วจะมีโอกาสออกมาเมื่อไหร่ ส่วนเรื่องมาตรา 110 นอกจากจะเป็นคดีร้ายแรง ยังเป็นคดีที่ไม่มีใครเคยหยิบมาใช้มาก่อน ก็ค่อนข้างจะแปลกใจเหมือนกัน
    นายบุญเกื้อหนุนกล่าวว่า การมามอบตัวตามหมายจับในข้อหานี้ เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีเจตนาหลบหนี ซึ่งในวันที่เกิดเหตุต้องการชุมนุมอย่างสงบ โดยมีการถือโทรโข่งจริง แต่ช่วงที่จะมีขบวนเสด็จฯ ไม่ได้รับการแจ้งเตือนแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อเห็นขบวนก็ตั้งใจถอยห่าง เพื่อให้ขบวนผ่านไปได้
    ถามถึงช่วงที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ทำอะไรบ้าง นายบุญเกื้อหนุน ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่า  การถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 110 ไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีเจตนาเข้าไปทำร้ายองค์ราชินีและรัชทายาท ยืนยันจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
    ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้คุมตัวนายบุญเกื้อหนุนไปที่ บก.ตชด.ภาค 1 โดยมีเพื่อนสาว แม่ และทนายของนายบุญเกื้อหนุนเดินทางตามมาด้วย พร้อมกับขอเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะแม่และทนาย
    นางกนกวรรณ เป้าทอง แม่ของนายบุญเกื้อหนุน กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะอยู่กับเจ้าหน้าที่น่าจะมีความปลอดภัย ส่วนเรื่องการประกันตัว ทางแม่ก็คาดว่าน่าจะได้ประกันตัว
    มีรายงานจากหน่วยความมั่นคงระบุว่า จากเหตุการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรกระทำการไม่เหมาะสมต่อขบวนเสด็จฯ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากออกหมายจับนายเอกชัยและนายบุญเกื้อหนุนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานที่เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคนที่ขวางเส้นทางขบวนเสด็จฯ และแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งวาจาและการกระทำ
    "เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุตัวบุคคลได้และเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 5 ราย เป็นศิลปินอิสระ, นักแต่งเพลงอิสระ, กลุ่มผู้เคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับไผ่ ดาวดิน จ.ร้อยเอ็ด" แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระบุ
    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้ดำเนินการเอาผิดต่อนายกรัฐมนตรี ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐ ฐานความบกพร่องต่อหน้าที่ ในกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรบางส่วนเข้าขวางขบวนเสด็จฯ หรือไม่ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมือง แต่ในส่วนของ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย หรือวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏความดังกล่าว และยังไม่เห็นว่ามีเจตนาที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ เว้นแต่หากมีเรื่องร้องเรียนหรือกล่าวหาส่งเข้ามา ป.ป.ช. ป.ป.ช.ก็จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป
     "หากกรณีการเกิดความบกพร่องจนเกิดความเสียหาย ความรับผิดแบ่งเป็นขั้นตอน เช่น การบกพร่อง การประมาท การไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะเป็นความผิดด้านวินัย แต่ก็ต้องดูว่าในความบกพร่องนั้นหากมีเจตนากระทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ อาจจะเป็นการตั้งใจปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งอาจจะเข้าสู่กระบวนการกล่าวหาให้ ป.ป.ช.พิจารณาได้" รองเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าว.

 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'