พล.อ.ประวิตร’ลงพื้นที่ 3 จชต.ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่และงานความมั่นคง ย้ำต้องส่งเสริมให้เด็กอ่านและพูดไทยได้ทุกคน และยืนยันเราจะร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน


เพิ่มเพื่อน    

 

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกประจำรอง นรม.เปิดเผยว่า  เมื่อ 17 ต.ค.63 : 0830 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.พร้อมด้วย รมช.กห. รมช.แรงงาน และ ปล.กห. ได้เดินทางลงพื้นที่ 3 จชต. เพื่อติดตามความก้าวหน้า งานด้านความมั่นคงและพัฒนาในพื้นที่ รวมทั้งพบปะประชาชนและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

โดยรับฟังความคืบหน้างานด้านความมั่นคง จาก มทภ.4  สรุปภาพรวมประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น เหตุรุนแรงในทุกพื้นที่ลดลงตามลำดับ ประชาชนทุกระดับตื่นตัวและให้ความร่วมมือสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบลและหมู่บ้าน  สำหรับงานด้านการพัฒนาพื้นที่ มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เรื่องที่ดินทำกิน การสร้างงานสร้างรายได้ให้กระจายลงในระดับพื้นที่ชุมชน การจัดทำเมืองต้นแบบการท่องเที่ยว การพัฒนาสังคมโดยเฉพาะการดูแลผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง คนเจ็บ คนพิการและผู้สูงอายุ

 

 

พล.อ.ประวิตร’ ได้กำชับการทำงานของฝ่ายความมั่นคง ขอให้เน้นการดูแลความปลอดภัยยกระดับการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เป้าหมายอย่างสอดคล้องต่อเนื่องทุกระดับ  โดยขอให้ยึดมั่นในหลักสันติวิธีและหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมและการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมวัฒนธรรมที่หลากหลาย พร้อมทั้งขอเดินหน้าสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่และช่วยดูแลป้องกันมิให้มีการบิดเบือนคำสอนทางศาสนา ขณะเดียวกันต้องสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ  รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติดและขจัดเงื่อนไขมิให้มีการใช้ความรุนแรงต่อกันอย่างจริงจัง

 

 

พร้อมทั้งย้ำเป็นนโยบายกับ ศอ.บต. มุ่งยกระดับการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะต้องให้เด็กอ่านออกและเขียนไทยได้ทุกคน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพัฒนาพื้นที่อย่างครบวงจร โดยเน้นความเชื่อมโยงกับการสร้างงานและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการเสริมสร้างรายได้และความเข้มแข็งของเกษตรกรให้เพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลจะเป็นกลไกหลักในการเชื่อมช่องทางการตลาดและนำเทคโนโลยีเข้ามา สนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ รวมทั้งกำลังเร่งวางโครงสร้างทางเศรษฐกิจในอนาคตของพื้นที่ จชต.ผ่านโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน ทั้ง 4 เมืองหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเป็นต้องเร่งจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ  พร้อมกันนี้ ขอให้เร่งส่งเสริมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจัง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่เป็นปัญหาเรื้อรังตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาให้สำเร็จ  ซึ่งเชื่อมโยงมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ที่กระทบอย่างต่อเนื่องจากการใช้ความรุนแรงที่ผ่านมา

ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตร’ ได้เดินทางไปพบปะและร่วมกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตกับประชาชนในพื้นที่ โดยมอบพันธ์ปูให้กับเกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยงรอบอ่าวปัตตานี ในโครงการ “จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่เมืองปูโลก” ต่อจากนั้น ได้มอบพันธ์ุไม้ชุมชน ในโครงการ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ” และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพเพื่อการพึ่งพาตนเอง 

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวให้กำลังใจกับประชาชนในการมีส่วนร่วมเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนร่วมกัน โดยย้ำถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ปัญหาไปด้วยกัน ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกมิติ โดยจะเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและสำคัญต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำอุปโภค บริโภคและน้ำชลประทาน เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพประชาชนในพื้นที่ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'