พาแกนนำขึ้นศาล ส่ง‘เอกชัย-สมยศ’ คอตกเข้าเรือนจำ


เพิ่มเพื่อน    

 

กฎหมายทำงาน แกนนำม็อบเรียงแถวขึ้นศาล แกนนำแดง-ม็อบคณะราษฎร 63 รอดคุกหวิว ศาลให้ประกันตัว แต่ "เอกชัย-สมยศ" คอตกเข้าเรือนจำ "ช่อ" โดนแล้ว แกนนำกลุ่มไทยภักดีแจ้งความจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไลฟ์สดยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง
     เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.พระราม 4  พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำตัวผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 จำนวน 8 คน มาส่งศาลผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน ประกอบด้วย นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง" อายุ 52 ปี, นายณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน อายุ 22 ปี, นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ อายุ 29 ปี, นายอรรถพล วินทะไชยอายุ 22 ปี, นายคณิติน ติเยาว์ อายุ 24 ปี และนายอินทราช แสงอินทร์ อายุ 23 ปี ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า “ชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการอันเป็นการยั่วยุให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548
    ส่วนนายพรพสุธ ชูรอด อายุ 24 ปี และ น.ส.ชลธิชา คุ้มจันทร์อัด อายุ 22 ปี ถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และนำยานพาหนะซึ่งบรรทุกเครื่องขยายเสียงและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้ามาใช้ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ได้รับอนุญาต”
    ทั้งนี้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย นำหลักทรัพย์ที่ได้จากการตั้งกองทุนของพรรค และเงินรวบรวมจากกลุ่ม ส.ส. มามอบให้กับทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมที่แยกปทุมวันทั้งหมด
    ต่อมาศาลแขวงปทุมวันอนุญาตให้ผัดฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 เป็นเวลา 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 17-22 ต.ค.นี้ โดยยกคำร้องขอในส่วนขอฝากขังผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้ต้องหาทั้ง 8 จึงได้รับการปล่อยตัวไปในชั้นนี้
    นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำตัวแกนนำคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 จำนวน 3 คน มาส่งศาลแขวงปทุมวัน ผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน ประกอบด้วย นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด อายุ 23 ปี แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก, นายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
    โดยศาลอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-22 ต.ค.นี้ จากนั้นทั้ง 3 รายได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 20,000 บาท และปล่อยตัวทันทีโดยไม่กำหนดเงื่อนไข
    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ต.ค.2563 พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา เขตบางกะปิ กทม. และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง อายุ 21 ปี ภูมิลำเนา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาทั้งสอง คดีร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
    ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนและควบคุมผู้ต้องหาจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องรอสอบปากคำอีก 10 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา และเสนอสำนวนผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้น จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวนเป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.2563-28 ต.ค.2563 และหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและก่อเหตุร้ายประการอื่น
    ภายหลังศาลอนุญาตฝากขังนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง ผู้ต้องหาแล้ว ต่อมามารดาของนายบุญเกื้อหนุนได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว
       ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน เข้าพบพนักงานสอบสวนเองโดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหากำลังศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงมีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามมิให้ผู้ต้องหาไปกระทำการใดในลักษณะเช่นนี้อีก มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการประกันตัว
    ในส่วนของนายเอกชัย ก่อนหน้านี้ญาติของนายเอกชัยได้เตรียมพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายเอกชัย แต่ไม่ได้เตรียมหนังสือรับรองมาแสดงต่อศาล จนกระทั่งหมดเวลาทำการ 16.30 น. จึงไม่ได้ยื่นประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายเอกชัยไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
    นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นำตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 116 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 ต.ค.นี้
      ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เกรงว่าผู้ต้องหากระทำผิดซ้ำและหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอนุญาตฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ แล้ว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ ใช้ตำแหน่ง ส.ส. เป็นหลักทรัพย์ยื่นพร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสมยศ
    ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงและสังคมส่วนรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว อาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือไปมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันอีก จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
    หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้ควบคุมตัวนายสมยศไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
    วันเดียวกันนี้ นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว แกนนำกลุ่มไทยภักดี พร้อมทนายความ เข้าพบ ร.ต.อ.สุริศักดิ์ ช่วงทิพย์ รอง สว.สอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎรเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริเวณแยกปทุมวัน พร้อมนำคลิปไลฟ์สดทั้ง 2 วัน มอบให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนิคดี
         ทั้งนี้ นายบุญเกื้อกล่าวว่า กลุ่มไทยภักดีได้นำพยานหลักฐานมาดำเนินคดีกับช่อ พรรณิการ์ ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งพบพฤติกรรมมีความผิดชัดเจน โดยเฉพาะการไลฟ์สดในลักษณะยั่วยุเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎร ซึ่งเป็นการกระทำที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องโดยการยุยง ปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความรุนแรงชัดเจน
         ส่วนนักการเมืองคนอื่นๆ ของกลุ่มก้าวหน้าที่เข้าร่วมการชุมนุม ยังไม่ขอพูดถึงในรายละเอียด แต่เชื่อว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร มีความมุ่งหวังให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
         ด้านพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งความและรวบรวมพยานหลักฐานไว้ หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก