หงส์ฉุนชวดประตูชัย ซ้ำฟานไดค์เจ็บ 8 เดือน


เพิ่มเพื่อน    

ลิเวอร์พูล ไม่พอใจ VAR ริบประตูชัย ให้เป็นล้ำหน้า พลาดเก็บ 3 คะแนนในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ กูดิสัน ปาร์ค เมื่อคืนวันเสาร์ ข่าวร้ายซ้ำ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เจ็บจากเกมกับ เอฟเวอร์ตัน นัดนี้ อาจต้องพักยาวถึง 8 เดือน
    แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ต้องการคำอธิบยจากทางพรีเมียร์ลีก ถึงการใช้ VAR ในการช่วยเช็คความถูกต้องของการตัดสิน 2 ครั้งสำคัญ ในเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่ กูดิสัน ปาร์ค ซึ่งทั้งสองครั้งนั้นเหมือนไปเป็นการช่วยทีมเจ้าบ้าน
    เจอร์เกน คล็อปป์ ฉุนเฉียวอย่างมาก ในจังหวะที่ ลูกยิงของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่สมควรเป็นประตูชัยของ ลิเวอร์พุล ไปแล้ว ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่กำลังบด เอฟเวอร์ตัน ที่เหลือ 10 คน ได้อย่างอยู่หมดในช่วงใกล้หมดเวลา แต่หลังจากดู VAR แล้ว ตัดสินให้เป็นการยืนในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่แบบนิดเดียวของ ซาดิโอ มาเน่
    เขายังไม่พอใจ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษราประตู เอฟเวอร์ตัน ที่ไม่โดนไล่ออกม และเสียจุดโทษก่อน จากที่พุ่งเข้าเสียบ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แบบหนีบ 2 ขา ซึ่งมีการเปิดเผยออกมาว่า หลังจากที่ ฟาน ไดค์ ไปโรงพยาบาแล้ว ผลปรากฎว่าเขาน่าจะต้องพักยาว และนานถึง 7-8 เดือน
    พิคฟอร์ด ไม่ถูกลงโทษ เพราะผู้ตัดสินไปโฟกัสที่การล้ำหน้าชอง ฟาน ไดค์ ล่าสุด ลิเวอร์พูล กำลังเรียนร้องให้มีการตรวจสอบการเสียบของผู้รักษาประตูเอฟเวอร์ตัน และควรมีการลงโทษย้อนหลังตามมา
    ส่วนอีกจังหวะ ทาง ลิเวอร์พูล ขอความชัดเจนเรื่องการล้ำหน้าของ มาเน่ ว่าเป็นส่วนใหญ่ของนักเตะที่ออฟไซด์ จะการเลือกเฟรมมาตัดสินว่าล้ำหรือไม่ล้ำ
    จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลิเวอร์พูล ยังกล่าวหาว่า ทางเจ้าหน้าที่ VAR มีการตีเส้นให้โค้งเพื่อปฏิเสธลูกยิงของตนไม่ให้เป็นสกอร์
    "VAR ต้องตัดสินให้มันเป็นออฟไซด์ เพราะมันคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ"
    "เฟอร์จิล เล่นติดต่อกันมากี่นัดผมไม่รู้ เขาเล่นทั้งที่เจ็บ แต่เขาตอนนี้เล่นต่อไม่ได้"
    "นั่นไม่ใช่ข่าวดี"
    ลิเวอร์พูล เรียกร้องขอจุดโทษจากเหตุการณ์นั้น แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้ตัดสิน เพราะ ฟาน ไดค์ ถูกตัดสินว่า ล้ำหน้า ก่อนที่ พิคฟอร์ด จะเข้าไปชาร์จ
    ทางด้าน เกมบิ๊กแมทช์ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซนอล ปรากฎว่า ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งเป็นเจ้าบ้าน เฉือนเอาชนะทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ไปได้หวุดหวิด 1-0 จาก ราฮีม สเตอร์ลิง นาทีที่ 23
    แมทช์นี้ แซร์โจ้ อเกวโร่ ลงสนามเป็นนัดแรกนับตั้งแต่เดือน มิถุนายน เกมสุดท้ายเป็นเกมที่ ชนะ อาร์เซนอล และเมื่อคืนวันเสาร์ ซิตี้ ก็เอาชนะ ทีมปืนใหญ่ได้ แม้เกมนี้จะไม่ค่อยมีบทบาทนัก แต่ สเตอร์ลิง ชี้ว่า การได้ดาวยิงอาร์เจนไตน์รายนี้กลับมาถือว่าช่วยทีมได้มาก
    "หลายครั้งในครึ่งแรกที่ผมกับ แซร์โจ้ ได้เข้าไปมีลุ้นในกรอบเขตโทษ นี่เป็นผลการแข่งขันที่สำคัญมากสำหรับเรา หลังจากที่เราเสียแต้มกันเร็วตั้งแต่ต้นซีซั่น ซึ่งเราจำเป็นต้องได้ชัยชนะเพื่อกลัมาเดินหน้าล่าแชมป์กันต่อ"
    ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ คืนฟอร์มเรียกศรัทธา ด้วยการบุกไปถล่ม นิวคาสเซิล 4-1 โดยได้ 3 ประตูขึ้นนำในช่วงไม่ถึง 10 นาทีสุดท้าย เกมนี้ เจ้าสาลิกาดงของ สตีฟ บรูซ ขึ้นนำเร็ว ตั้งแต่นาทีที่ 2 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ลุค ชอว์ จากนั้น แฮร์รี่ แม็คไกวร์ โขกตีเสมอให้ทีมปีศาจแดงได้ในนาทีที่ 23
    ครึ่งหลังผลัดกันบุก และ ยูไนเต็ด มาขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 86 จาก บรูโน่ เฟอร์นานเดส และมาได้เพิ่มอีก 2 ประตูจาก วาน บิสซาก้า น.90 และ มาร์คัส แรชฟอร์ด น.90+6

 

 


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ