ดาวกระจาย‘บางกอกโมเดล’พรึ่บ


เพิ่มเพื่อน    

 

กอร.ฉ.แจงการปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุมยึดกฎหมายและยุทธวิธีตามหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ นายกฯ ย้ำต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย สั่ง จนท.คอยเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีที่สร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง "พรรคเพื่อไทย" เข้าเยี่ยม 6 แกนนำ พร้อมใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัว โบ้ยไม่เกี่ยวการชุมนุม "หมอทศพร" เข้ามอบตัวตามหมายจับ อ้างไปช่วยผู้ชุมนุมด้านการแพทย์ "ปิยบุตร" เตือนแฟลชม็อบไม่มีแกนนำหากจับกุมตัวเพิ่มจะทำให้บานปลาย ม็อบดาวกระจายมาตามนัด ยึด "อนุสาวรีย์ชัยฯ-อโศก-ฟิวเจอร์พาร์ค" ก่อนสลายตัวช่วงค่ำ "บ.ก.ลายจุด" เปรียบ "บางกอกโมเดล"
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม การชุมนุมของกลุ่มเราคือราษฎร ยังคงนัดชุมนุมแบบดาวกระจายตามจุดสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และได้ยุติการชุมนุมในช่วงค่ำวันเดียวกัน
    ช่วงเช้า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงความคืบหน้าประจำวันการปฏิบัติงานของศูนย์ กอร.ฉ. โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า กอร.ฉ. ขอย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน กอร.ฉ. จำเป็นต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการของตำรวจดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายเป็นไปตามหลักสากล ตามยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก
    "เราอยู่ในช่วงบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งต่างจากการใช้กฎหมายทั่วไป การดำเนินการใดๆ ก็ตาม เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก สามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล ไม่มีการกระทำที่รุนแรงหรือเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยุทธวิธีที่ใช้ก็เป็นไปตามหลักสากลนิยม ส่วนที่มีผู้เรียกร้องให้ตำรวจหยุดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนนั้น เรื่องทางคดีทาง บช.น.จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป" พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว     
    ?นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ชุมนุมในแต่ละสถานที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดว่า การเรียกร้องเป็นสิทธิเสรีภาพที่พึงกระทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย? นายกฯ ได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่รัฐคอยเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีที่อาจอาศัยการชุมนุมที่กระจายตัวนั้น สร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง?  รัฐบาลขอย้ำว่าพร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนทุกฝ่าย และรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่ให้พี่น้อง ประชาชนแต่ละกลุ่มในทุกพื้นที่? นอกจากการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบสองแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลพยายามแก้ไข และเร่งออกมาตรการทางนโยบาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม จึงขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ และติดตามข่าวสารจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิดในทุกช่องทาง
วอนสร้างความสามัคคี
    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทความ "ทางออกของประเทศไทย ใต้ร่มพระบารมี เอารอยยิ้มสยาม กลับคืนมาให้คนไทย" สรุปว่า ประวัติศาสตร์ชาติไทย กษัตริย์เป็นผู้สร้างและรวบรวมความเป็นปึกแผ่นมา ดังนั้นประเทศก็เหมือนบ้าน เหมือนครอบครัว ครอบครัวมีบรรพบุรุษ และทุกคนในครอบครัวจักต้องสำนึกและกตัญญูรู้คุณบุพการีและบรรพบุรุษที่ทำให้ครอบครัวนี้อยู่เย็นเป็นสุขมากี่ร้อยปีจนถึงปัจจุบัน ร.9 ทรงเสียสละเพื่อคนไทย ทรงนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์สำคัญ ทรงงานอย่างหนักมากกว่าผู้นำใดๆ ในโลก จนได้รับความศรัทธาจากพสกนิกรชาวไทยและชาวโลก ในรัชกาลปัจจุบัน ได้มีพระราชปณิธานเพื่อสืบสานและต่อยอด เพื่อบรรลุพระราชประสงค์สูงสุดของพระราชบิดา วันนี้หากคนไทยไม่สามัคคี และต้องการเอาชนะแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ขาดสติ ไม่เอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง หากการจะได้มาในสิ่งเหล่านั้นต้องแลกมาด้วยสงคราม การสูญเสีย หากท่านชนะแล้วชัยชนะนั้นอยู่บนซากปรักหักพัง ท่านจะได้สิ่งที่ฝันไว้ไหม
    "รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังทุกความคิดเห็นโดยสันติ โดยไม่ละเมิดสิทธิของคนไทยส่วนใหญ่ วันนี้ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะคือหน้าที่ที่ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย และเป็นการรักษาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย ที่จะต้องได้รับการปกป้องและคุ้มครอง หากการเรียกร้องเหล่านั้นอยู่บนแนวทางในการสร้างความสามัคคี จึงขอวิงวอนให้คนไทยทุกคนลุกมายืนขึ้นเพื่อจับมือกันก้าวข้ามความขัดแย้งไปให้ได้ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีความรักสามัคคีปรองดองกัน อยากให้ทุกคนช่วยกันเอารอยยิ้มสยามกลับมาสู่คนไทยมาสู่ประเทศไทยให้เหมือนเดิมอีกจะได้ไหมครับ" นายสุภรณ์ระบุ
    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ว่า การชุมนุมดังกล่าวฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สำคัญการปิดถนนดาวกระจายสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในการสัญจรไปมา พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อยากจะขอให้ทุกฝ่ายเปิดเวทีเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันยุติความขัดแย้งทั้งหมด ไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ความเสียหายจะตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ เห็นด้วยที่รัฐสภาจะเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม ขอให้ผู้ชุมนุมอย่าให้แกนนำบางคนจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศไม่พอใจและออกมาเคลื่อนไหวอีก ประเทศจะวุ่นวาย
    เมื่อเวลา 10.54 น. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน  ภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาเพื่อติดต่อขอเข้าเยี่ยมแกนนำทั้ง 6 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาเมื่อวันก่อน โดยมีนายกรกช แสงเย็นพันธุ์, นายวสันต์ กล่ำถาวร, นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก
    โดยครั้งนี้มีหญิงสูงวัยได้มายืนถือป้ายมีข้อความว่า ไมค์สู้สู้  เสรีภาพ พร้อมกับชู 3 นิ้ว
       ต่อนายประเสริฐเปิดเผยภายหลังว่า จากการพูดคุยกับไมค์ ไม่ได้มีความกังวลใดๆ และยังมีกำลังใจที่ดี ทั้งนี้ทราบว่าในวันที่ 19 ต.ค. จะมีการส่งตัวนายไมค์ไปยังศาลอาญา และคนอื่นๆ จะถูกส่งไปยังศาลแขวง สิ่งที่มีความกังวลคือการดำเนินการจับกุมของตำรวจที่กระทำเกินกว่าเหตุ เนื่องจากเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบและไม่มีการแสดงหมายในขณะเข้าจับกุม รวมถึงมีการทุบรถ ซึ่งเรื่องนี้ในอนาคตจะพิจารณาว่าผู้ต้องหาจะมีการฟ้องร้องกลับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำครั้งนี้ซึ่งถือว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ ส่วนการประกันตัว เป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณา และในทางปฏิบัติสามารถประกันได้ ซึ่งในหลายพื้นที่ได้ประกันมาแล้วโดยใช้ ตำแหน่ง ส.ส. ซึ่ง ส.ส.มีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และเท่าที่ทราบผู้ชุมนุมใช้เวลาการชุมนุมไม่นาน และเชื่อว่าผู้ชุมนุมก็คงกังวลว่าไม่อยากให้เกิดความเดือดร้อนและกระทบกับคนทั่วไป
    น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้ประสานกับศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชนเพื่อหารือถึงการประกันตัวผู้ต้องหาต่อไปแล้ว
เตือนจับเพิ่มจะบานปลาย
    ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ได้รับความไว้วางใจจากนายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวเดินทางมายัง ตชด.ภาค 1 เพื่อเข้าเยี่ยมนายไมค์และผู้ถูกควบคุมตัวคนอื่นๆ โดยนายปิยบุตรกล่าวภายหลังเข้าพบว่า ทุกคนมีกำลังใจดีมาก โดยในวันที่ 19 ต.ค. จะนำตัวไปยังศาลแขวงปทุมวัน และต้องดูว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งส่วนตัวมองว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ควรที่จะควบคุมตัวหรือจับกุมใครเพิ่ม เพราะจะทำให้สถานการณ์บานปลายมากยิ่งขึ้น ทุกคนใช้เสรีภาพในการชุมนุม และหากยิ่งจับกุมมากเท่าไร จะทำให้เกิดแฟลชม็อบ ไม่มีแกนนำโดยสมบูรณ์แบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากยังใช้มาตรการเข้มข้น เชื่อว่าการชุมนุมก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องประกาศยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน เปิดพื้นที่ให้ใช้เสรีภาพในการชุมนุม รวมทั้งปรับทิศทางต่างๆ เข้าหากันเพื่อประคับประคองสถานการณ์ได้ต่อไป
    "เงื่อนไขแรกที่จะทำให้ทุกอย่างเดินต่อไปได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกจากตำแหน่งหรือยุบสภา เพราะสูญเสียความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว เพื่อให้บรรยากาศทุกอย่างดีขึ้น แต่หากยังอยู่ในตำแหน่ง จะเป็นการสาดน้ำมัน และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้" นายปิยบุตรกล่าว
     พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ ของรัฐบาล เป็นการลุแก่อำนาจในการใช้กฎหมายจัดการกับประชาชน เพราะการที่รัฐบาลอ้างเหตุ เหตุเชื่อมต่อกับเหตุการณ์ที่เกิดจากข้อบกพร่องของการถวายความปลอดภัยในเส้นทางเสด็จฯ และอ้างเรื่องการป้องกันในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 6 ฉบับ ขัดต่อความรู้สึกและเหตุการณ์จริงที่รับรู้กันโดยทั่วไป ขอให้รัฐบาลยุติการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที ประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อนของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังสามารถฟ้องร้องต่อศาลที่สามารถรับฟ้องความเดือดร้อนได้
     ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่ามาอ้างว่ายึดหลักสากลในการสลายการชุมนุมของเด็กและเยาวชนที่สี่แยกปทุมวัน เพราะการสลายการชุมนุมเมื่อคืนนี้มันไม่ได้เป็นไปตามหลักสากลในประเทศที่เจริญแล้ว ที่จะถึงขั้นตอนใช้กำลัง เขาจะต้องเปิดโต๊ะเจรจากันก่อนการเร่งรัดสลายการชุมนุมแบบลัดขั้นตอนม้วนเดียวจบแบบนี้ มันแตกต่างจากแนวทางที่ทุกๆ รัฐบาลในอดีตเคยปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมแต่ละสีเสื้อ การเอาชนะเด็กด้วยวิธีที่เลือดเย็น แล้วปล่อยให้พ่อแม่นั่งดูการถ่ายทอดสดเรียลลิตี้เกมล่าสัตว์โชว์ของผู้มีอำนาจ โดยที่ฝ่ายหนึ่งมีอาวุธครบมือ แต่อีกฝ่ายหนึ่งหิ้วกระเป๋านักเรียนวิ่งหนี ทั้งๆ ที่ยังสวมชุดนักเรียนอยู่นั้น มันสะเทือนใจคนดูทั้งประเทศ และไม่ ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะยิ่งเลวร้ายลง
    เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน หลังจากที่เมื่อวันวันที่ 17 ต.ค. ศาลแขวงปทุมวันได้ออกหมายจับในความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  
โวยช่วยด้านการแพทย์แต่โดนจับ
      นพ.ทศพรกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า มาแสดงเจตนาบริสุทธิ์ว่าไม่กลัวตำรวจ ไม่ต้องมาจับ ถ้าอยากจับตนจะเดินมาเอง อยากถามว่าจับกันเรื่องอะไร ตนเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตลอดชีวิต แต่ปีนี้เป็นปีของเยาวชน ตนก็ออกมาช่วยน้องๆ นักศึกษา มาช่วยเหลือให้ข้อมูลทางการแพทย์ ไปตั้งเต็นท์แพทย์พยาบาลเพื่อมวลชน ช่วยเหลือน้องๆ ผู้ชุมนุม ไม่เคยเข้าไปกระตุ้นปลุกเร้าปลุกปั่นใดๆ แต่เข้าไปทำให้ม็อบมีความสุขมากกว่า ฝากถึงรัฐบาลว่าผู้ชุมนุมกลุ่มนักศึกษาไม่มีแกนนำ ทั้งแสนถือเป็นแกนนำทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลไม่มีทางจะสู้กับประชาชนเป็นแสนเป็นล้านได้ จึงขอให้จับตนคนเดียว อย่าไปรุกรานจับกุมน้องๆ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์คือซากศพไปแล้ว ฝากบอกไปถึงทหารตำรวจ รัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล ท่านจะกอดซากศพไปทำไม
     ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากต้องประกันตัวทางพรรคจะรวบรวมเงินเพื่อยื่นประกันตัวคุณหมอต่อไป ขณะที่ผู้ชุมนุมรายอื่นที่ถูกจับกลุ่มทางพรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่จะช่วยเหลือทางด้านการประกันตัว โดยมีการตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือรับข้อมูลต่างๆ ว่ามีผู้ใดถูกกล่าวหา และควรได้รับการช่วยเหลือ และมี ส.ส.หลายท่านทำหน้าที่ช่วยเป็นนายประกันให้
     ต่อมา เวลา 17.05 น. นพ.ทศพรเปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ตนทราบว่าผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และจะส่งตัวตนไปส่งพนักงานสอบสวนที่กองบังคับตำรวจตระเวนชายแดน ภาคที่ 1 ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งไม่รู้สึกกังวลอะไร การกระทำทั้งหมดเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ พรุ่งนี้เชื่อว่าศาลจะให้ประกันตัว ขณะที่ตำรวจคุมตัว นพ.ทศพรขึ้นรถ ได้มีประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจตะโกนว่า "ปล่อยเพื่อนเรา" และ "ขอให้คุณหมอสู้ๆ"
    นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งกลุ่ม CARE โพสต์ว่า รู้จัก นพ.ทศพรร่วม 50 ปี เพราะเป็นนักเรียนรุ่นพี่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตามมาเป็นรุ่นน้องที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พี่ดำรงชีวิตในฐานะแพทย์ที่ดี และเป็นผู้แทนราษฎรที่ประชาชนรักมาตลอด มาครั้งนี้ไปอยู่ดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยและบาดเจ็บมาจากการชุมนุม เป็นความผิดจนต้องถูกหมายศาลจับด้วยหรือ
    ช่วงบ่าย เพจเฟซบุ๊ก "รถไฟฟ้าบีทีเอส" แจ้งว่ารัฐบาลได้มีคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้รถไฟฟ้าบีทีเอสปิดบริการชั่วคราว 10 สถานี ตั้งแต่เวลา 14.30 น.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ สายสุขุมวิท ได้แก่ สถานีหมอชิต, สถานีห้าแยกลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน 24, สถานีอโศก, สถานีอุดมสุข และ สถานีบางนา, สายสีลม ได้แก่ สถานีช่องนนทรี, สถานีสุรศักดิ์, สถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่ ทั้งนี้ บริษัทยังคงเปิดให้บริการในสถานีอื่นๆ ตามปกติ  
    เวลา 14.20 น. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีแจ้งว่า รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สายสีน้ำเงิน มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการใน 5 สถานี ได้แก่ 1.สถานีหัวลำโพง 2.สถานีลุมพินี 3.สถานีสุขุมวิท 4.สถานีพหลโยธิน 5.สวนจตุจักร เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป เพื่อความปลอดภัยโดยรวมของผู้โดยสาร และเราจะรีบเปิดให้บริการทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ
    ต่อมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่รถไฟฟ้าหยุดบริการไม่ใช่เกิดจากการกระทำของนักศึกษา เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเมิดสิทธิของทั้งเอกชนและประชาชนโดยไม่มีเหตุผลและความจำเป็น เป็นการลุแก่อำนาจ การอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ฟังไม่ขึ้น อีกทั้งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเองก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ต้องรับผิดต่อความเสียหายครั้งนี้และต้องยุติการสร้างความเสียหายขึ้นอีกคือรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สนใจแต่รักษาอำนาจของตนเองโดยไม่เคยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนแต่อย่างใด
ม็อบดาวกระจายมาตามนัด    
    บ่ายวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดกันชุมนุมแบบดาวกระจาย ตามเฟซบุ๊กต่าง อาทิ เฟซบุ๊กเพจ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการ ชุมนุม-United Front of Thammasat and Demonstration” ซึ่งเป็นเครือข่ายม็อบราษฎร โพสต์ข้อความระบุว่า “ยังคงยืนยันจัดการชุมนุมต่อในวันนี้ ไม่ได้ยกเลิกแต่อย่างใด!!!! 15.00 น. เตรียมตัวให้พร้อมที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี แล้วเจอกัน ส่วนเพจเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH โพสต์ข้อความนัดชุมนุม ระบุข้อความว่า เราคือราษฎร!  #18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย รวมทั้งยังมีจุดอื่นๆ อีกทั่วประเทศ!
     ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งมุ่งหน้าถนนพญาไท ขาเข้าเมือง เวลา 15.50 น. มีประชาชนนิสิต นักศึกษา ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม โดยมีการประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินลงจากสกายวอล์ก และสะพานลอยไปยังพื้นผิวจราจร ในเวลาต่อมาบีทีเอสจึงได้ทำการปิดสถานี โดยผู้ชุมนุมชูรูปนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำคณะราษฎร และนักกิจกรรมการเมืองที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พร้อมตะโกนว่า "ปล่อยเพื่อนเรา"     
    ขณะที่ตำรวจได้วางกำลังโดยรอบทั้ง 4 เกาะเพื่ออำนวยความสะดวกจราจร ร้องขอให้มวลชนอย่ากีดขวางทางเดินรถ แต่ไม่เป็นผล มวลชนสามารถปิดถนนพญาไทขาเข้าได้สำเร็จ เหลือทางเดินรถเพียงเลนเดียว
    กระทั่งเวลา 16.50 น. กลุ่มมวลชนทยอยเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ทำให้พื้นที่ฝั่งเกาะพญาไทเต็มพื้นที่ พร้อมตะโกนให้ "ปฏิรูปสถาบัน" ขณะเดียวกันฝนเริ่มตกลงมา ทำให้มวลชนบางส่วนยังยืนรอใต้สกายวอล์กและบนสกายวอล์กอีกเป็นจำนวนมาก
     ผู้ชุมนุมยังพร้อมใจกันตะโกน 'ไอ้เหี้-ตู่', 'นายกฯเหี้-', 'ขี้ข้าเผด็จการ' อยู่เป็นระยะๆ นอกจากนี้ ถนนทุกจุดโดยรอบทิศที่จะมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ฯ มีการนำเอารั้วเหล็กและระดมการ์ดอาสาไปตั้งแนวป้องกันเจ้าหน้าที่ รถน้ำแรงดันสูงที่อาจจะมาสลายการชุมนุม
         กระทั่งเวลา 18.05 น. มีการเว้นพื้นที่บริเวณสี่เหลี่ยมเล็กๆ เยื้องหน้าห้างเซ็นเตอร์วัน ตั้งเครื่องขยายเสียง มีแกนนำเริ่มปราศรัยปลุกระดมให้กำลังใจผู้มาชุมนุม ชักชวนให้ตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์อยู่เนืองๆ โดยช่วงหนึ่งผู้อยู่บนเวทีได้กล่าวขึ้นมาว่า "ถ้าประเทศไทยสะดวกสบาย ทำไมไม่กลับมาอยู่ประเทศไทย ทั้งนี้ หากเกิดการสลายม็อบ ขอให้พี่ร้องไปฝั่งดินแดง และสะพานควาย จะปลอดภัยที่สุด"
    ขณะเดียวกัน เมื่อรถไฟฟ้าบีทีเอสวิ่งผ่าน ต่างพร้อมใจกันตะโกนใส่รถไฟฟ้า "ขี้ข้าเผด็จการ"
    เวลา 18.47 น. มวลชนอยู่ในพื้นที่ได้ส่งสัญญาณถึงกันเป็นทอดๆ โดยการตะโกนเหมือนโดมิโน เนื่องจากเครื่องขยายเสียงที่มีขนาดเล็กไม่สามารถสื่อสารถึงกันได้ โดยแจ้งให้มวลชนทราบเวลา 20.00 น. ให้เลิกชุมนุมแล้วเดินทางกลับบ้าน
    ขณะที่พื้นโดยรอบบริเวณเต็มทุกพื้นที่ทั้ง 4 ด้าน ทั้งถนนราชดำริมุ่งหน้าแยกดินแดง, ถนนดำริมุ่งหน้าแยกพระราม 6, ถนนพหลโยธินขาออกมุ่งหน้าสะพานควาย และถนนพหลโยธินขาเข้ามุ่งหน้าพญาไท
บางกอกโมเดล
    ช่วงค่ำ 19.00 น. มวลชนได้ประกาศขอการ์ดอาสาพร้อมแผงเหล็กกั้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ถนนราชวิถี มุ่งหน้าถนนพระราม 6 หลังจากมีข่าวลือสะพัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เตรียมจะเข้าสลายการชุมนุม ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีอาสาการ์ดรักษาความสงบประมาณ 200 คนได้เข้าประจำจุด โดยนั่งเป็นกำแพงมนุษย์เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม คณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนเรียกร้องให้มีการปิดสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวีด้วย
    และในเวลา 20.20 น. แกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และให้ทุกคนเดินกลับบ้าน
    ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที สถานีสุขุมวิทและบีทีเอสสถานีอโศก เวลา 16.00 น. ผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวกันหนาแน่นขึ้น พร้อมมีการนัดแนะกันว่าหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น สามารถเคลื่อนไปที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตรได้ พร้อมยังซักซ้อมแสดงสัญลักษณ์มือเพื่อสื่อสารกันเพื่อความปลอดภัย  จากนั้นเวลา 16.23 น. ผู้ชุมนุมได้เดินลงไปชุมนุมในถนนอโศกมนตรี บริเวณแยกอโศกมนตรี โดยปิดการจราจร 1 เลน พร้อมย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง
     ?ด้านนายสมบัติ? บุญงามอนงค์? บ.ก.ลายจุด? ซึ่งเดินทางมาร่วมชุมนุม?ด้วยกล่าวว่า "สังคมกำลังจับตาว่าการชุมนุมนี้จะคล้ายฮ่องกงโมเดล ซึ่งผมว่าคล้ายเลย หรือจะเรียกว่าเป็นบางกอกโมเดลก็ได้? แต่ขอให้ผู้ชุมนุมไม่ควรเผชิญหน้าตำรวจ"
    ต่อมาเวลา 19.45 น. ผู้ชุมนุมที่สี่แยกอโศกประกาศยุติการชุมนุมและสลายตัว ประชาชนต่างทยอยเดินทางกลับ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการเคลียร์การจราจรให้กลับมาเป็นปกติ
    ที่ใต้สะพานข้ามแยก ตรงข้ามศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กลุ่มมวลชนคณะราษฎร  ทยอยเดินทางมารวมตัวกันบนสะพานลอย ก่อนที่จะเคลื่อนลงมาที่ด้านล่างบริเวณฟุตปาธใต้สะพานข้ามแยก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์คอยยืนอำนวยการจราจร เพื่อไม่ให้เกิดรถติด โดยผู้ชุมนุมใช้ลำโพงที่เตรียมมาในการปราศรัย ซึ่งไม่มีแกนนำ เพียงใช้เก้าอี้มาตั้ง แล้วหากใครอยากจะพูดหรือระบายอะไรก็ให้ขึ้นมาพูดได้
    พร้อมกันนี้ระหว่างการชุมนุมได้ชูมือ 3 นิ้วเพื่อทำสัญลักษณ์ และมีการร้องตะโกน เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ  พร้อมกับตะโกนขับไล่นายกรัฐมนตรี และประกาศเจตนารมณ์ ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของคณะราษฎร และปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกออกหมายจับ
       ส่วนที่จุดบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าผู้ชุมนุมจะไปรวมตัวกันอีกครั้ง แต่สุดท้ายผู้ชุมนุมได้ยกเลิกจุดดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้บริเวณ 5  แยกลาดพร้าวมีประชาชนพบเห็นรถฉีดน้ำแรงดันสูงของเจ้าหน้าที่มาจอดรออยู่ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะประกาศไปชุมนุมจุดอื่น.

 

    


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก