บันทึกหน้า4


   

    สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นั่นยังพอให้อภัยได้ แต่พลาดทั้งที่รู้ พลาดเพราะพูดมากเกินไป มองมุมไหนคนพูดก็ต้องชดใช้คำพูดตัวเอง เป็นเรื่องเป็นราวข้ามสัปดาห์เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
    "การดูดกันก็มีทุกพรรคการเมืองมายาวนานแล้ว เป็นครรลองของประชาธิปไตยของไทยตลอดมา หลายคนอาจจะอ้างว่าทำด้วยอุดมการณ์ ด้วยนโยบาย “เพื่อชาติและประชาชน” คำว่า “ดูด ส.ส.” คงเป็นภาษาของสื่อ เป็นการตลาดนะครับ"
    เป็นคำพูดตอบโต้หลังรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าดูดนักการเมืองจากตระกูลสะสมทรัพย์และคุณปลื้ม กลับกลายเป็นการยอมรับถึงการดูดว่าเป็นครรลองของประชาธิปไตย พรรคการเมืองไหนก็ทำกัน ทัศนะนี้จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ติดลบทางการเมืองในทันที เพราะขัดแย้งกับวาทกรรมที่รัฐบาล คสช.ประกาศมาโดยตลอดว่าเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง
    สื่อไม่ได้ใช้คำว่า "ดูด" มาเป็นภาษาการตลาด แต่เป็นการสะท้อนถึงพฤติกรรมการเมืองแบบเก่า การเมืองที่ล้าหลัง จมอยู่กับกลุ่มก๊วนและทุนโดยไม่สนใจประชาชน การ "ดูด" ส.ส. เป็นพฤติกรรมที่อธิบายเรื่องราวทางการเมืองด้วยตัวของมันเอง โดยไม่มีการตลาดใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์จึงผิดพลาดอย่างร้ายแรง ...๐
    รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ อธิบายความว่า หากการดูดเป็นครรลองของประชาธิปไตยไทย ก็หมายถึงว่า ระบอบประชาธิปไตยไทยด้อยพัฒนาและล้าหลัง ดังนั้น การที่คนพูดซึ่งพูดอยู่ตลอดเวลาว่าจะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง มาพูดในลักษณะที่สร้างความชอบธรรมแก่การดูด ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และทำให้น้ำหนักของการปฏิรูปประเทศหายไปจนแทบจะหมดสิ้น
    หากคิดจะปฏิรูปการเมืองและประเทศ จะต้องไม่ทำตามแบบแผนการเมืองเดิมที่ล้าหลังและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย แต่จะต้องทำในสิ่งที่สอดคล้องกับวิถีที่ถูกต้องชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือหากคิดจะจัดตั้งพรรคการเมือง ก็ต้องเริ่มจากอุดมการณ์และหลักการเชิงคุณธรรมทางการเมือง และมีกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมืองตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากลอย่างแท้จริง ให้คนเข้ามาร่วมพรรคด้วยการที่มีอุดมการณ์ร่วมกันและเป็นไปโดยสมัครใจ มากกว่าหยิบยื่นผลประโยชน์และตำแหน่งต่างตอบแทน เพื่อดูดอดีต ส.ส.ให้มาเข้าพรรคที่ตนเองหรือผู้สนับสนุนจัดตั้ง" ...๐
    พล.อ.ประยุทธ์ควรเรียนรู้การเมืองอย่างผู้รู้ ไม่ใช่ผู้ตาม การยอมรับและเอาอย่างตามการเมืองเลวๆ สุดท้ายมีแต่เสียงก่นด่า แม้แต่เด็กเมื่อวานซืน ลูกชายจอมดูด ก็ยังเอาเรื่อง "ดูด" ไปล้อเลียนเป็นการครื้นเครง ดูเหมือน "พานทองแท้ ชินวัตร" ลูกชายนักโทษหนีคุก จอมดูดในอดีต จะชอบอกชอบใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ โพสต์รูปภาพในอินสตาแกรม (ไอจี) ทั้งสิ้น 5 ภาพ เป็นภาพนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองอดีตนายกฯ กับแก้วกาแฟพร้อมเขียนแคปชั่นเกี่ยวกับการดูด โดยรูปแรกนายพานทองแท้ได้โพสต์รูปภาพนายทักษิณ 3 ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า พ่อกับอานั่งว่างๆ ระหว่างรอเครื่องบิน #กาแฟร้อนต้องใช้หลอดดูด #ยังไงหน้าก็ไม่หาย #สวยหล่อเหมือนเดิม #สภากาแฟ และภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์จำนวน 2 ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า เรียกกำลังเสริมแพรบ #แก้วนี้ก็ไม่กล้าดื่ม #มิน่ารอดูดอย่างเดียว
    เป็นความข่มขื่นของบรรดากองหนุน คสช. ที่พ ล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกย้อนโดยลูกพ่อจอมดูดในอดีต และปัจจุบัน ใช่ว่าจะจบการดูด เพราะนักโทษหนีคุกยังคงอยู่เพื่อหลังพรรคเพื่อไทย การที่ พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับและไปเดินตามการเมืองแบบเก่า ด้วยอ้างว่าครรลองของประชาธิปไตยของไทยตลอดมา แม้จะจับใจความได้ว่าเป็นการดูดอย่างมีอุดมการณ์ แต่กลุ่มการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนร่วมในการดูดนั้น หาใช่กลุ่มการเมืองที่ได้ชื่อว่ามีอุดมการณ์ไม่ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสะสมทรัพย์ ตระกูลคุณปลื้ม ล้วนมีประวัติด้านลบทั้งสิ้น ...๐
    และนี่จะเป็นจุดอ่อนในระยะยาว จะถูกนักการเมืองชี้หน้า ถ้าข้าเลว เอ็งก็ชั่ว เพราะสุดท้ายก็คือเผ่าพันธุ์เดียวกัน นี่ขนาดเพิ่งจะเริ่มเกม แต่กลับเปิดเกมให้ตัวเองเสียเปรียบ เปิดคางให้คู่ต่อสู้ชก ดังจะเห็นจากกรณีพรรคเพื่อไทยหยิบเอาเรื่องการดูด ส.ส.มาเขย่าด้วยข้อมูลที่ยากจะพิสูจน์ได้ว่ามีข้อเท็จจริงประการใด เช่น คสช.ใช้เจ้าหน้าที่รัฐไปล็อบบี้อดีตนักการเมืองในอีสาน โดยใช้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเงื่อนไขต่อรอง หากเป็นเช่นนั้นจริงถือว่า คสช.หักหลังประชาชน และนั่นจะทำให้ คสช.จมดิ่งไปสู่วิกฤติศรัทธาในอนาคตอันใกล้นี้ ...๐ 


ที่ว่า "หนัก" เพราะอะไร? เพราะเราแบกมันไว้ จึงหนัก แบกไว้บนบ่าบ้าง แบกไว้ในใจบ้าง สุมไว้บนหัวบ้าง ถ้ารู้จักวางมันลงซะบ้าง ที่ว่าหนัก....... ก็เบา!

"ทำบุญไว้เถิด" จะเกิดผล
นึกว่าดี 'อยากลองดี' ก็เชิญ!
คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร