"ยูนิเซฟ"  ย้ำจุดยืน เด็กและเยาวชนควรได้แสดงออกอย่างสันติ ปราศจากความรุนแรงทุกรูปแบบ


เพิ่มเพื่อน    


     20 ต.ค.63- ยูนิเซฟ ประเทศไทย แสดงออกถึงจุดยืนในสถานการณ์การชุมชนในประเทศไทย ย้ำเด็กและเยาวชนควรได้รับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ โดยปราศจากความรุนแรก และการถูกขมขู่คุกคามทุกรูปแบบ ทั้งนี้ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาทางร่วมกัน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย กลับสู่ภาวะปกติ 


     นายโธมัส ดาวิน ตัวแทนยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ยูนิเซฟ เป็นองค์กรที่ไม่เลือกปฎิบัติ และหลังจากที่ได้แถลงการณ์ย้ำจุดยืนไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่าน ทางยูนิเซฟก็ยังขอย้ำว่า จุดยืนยังคงเดิม ตั้งแต่แรกเริ่ม คือ การเน้นย้ำและเป็นห่วงในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของเด็กอย่างสันติ ในพื้นที่ที่ปลอดภัยทั้งในโรงเรียน ครอบครัว หรือชุมชน ดังนั้นทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับการปกป้องเด็กและเยาวชน จากการถูกขมขู่คุมคามทุกรูปแบบอีกด้วย ซึ่งเด็กและเยาวชนก็จะเรียนรู้การแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติเช่นกัน ในส่วนของข้อเสนอแนะ ก็จะเป็นไปตามพันธะที่จะเป็นผู้พิทักษ์สิทธิของเด็ก เพราะยูนิเซฟ เป็นองค์กรที่ไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีปัจจัยทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง โดยหวังว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะหารือและร่วมกันหาทางออก  


     “ สำหรับจดหมายเปิดผนึกจากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เราได้ส่งจดหมายตอบกลับไปเมื่อเช้านี้ว่า หัวใจสำคัญ คือ เรามีความเห็นตรงกัน มีความห่วงใย และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเรื่องความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ร่วมถึงสิทธิในการแสดงออกและแสดงความเห็นอย่างสันติในพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ  หรือกลุ่มนักเรียน เพื่อที่จะให้โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา มีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นนั้น เรายังพยายามสร้างกลไกในการป้องกันความรุนแรงจากความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย โดยเริ่มจากบ้าน ที่มีครอบครัวเป็นจุดสำคัญในการสร้างการแลกเปลี่ยนเปลี่ยนความคิด พูดคุยกันด้วยความเข้าใจ” โธมัส กล่าว 
 


พลัม-จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ Chutathut Laothamatas ตอนนี้ เรือนจำไม่อนุญาตให้เยี่ยม เพราะลุงกำนันและพี่ๆ ถูกกักตัวตามมาตรการป้องกัน covid นะคะ ให้พบได้เฉพาะทนาย

เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'
ครึ่งหลัง"รัฐบาล"ชักจะแย่