อัดคสช.ซื้อเวลาปฏิรูปตำรวจ


เพิ่มเพื่อน    

     วงเสวนาชำแหละปฏิรูปตำรวจยุคมีชัย  “อดีต ส.ส.ปชป.” อัดหนัก ประชาชนแสนเอือมยุค คสช.ซื้อเวลาปฏิรูปสีกากี ส่งผลกระทบตำรวจทำงานดีไม่มีเส้นไม่มีตั๋วนายโดนข้ามหัว “อุปนายกฯ ทนาย”  แนะกระจายอำนาจสอบสวนบางเรื่องให้ข้าราชการ “วิรุตม์” หนุนโมเดลให้แต่ละสถานีมีหัวหน้าพนักงานสอบสวน  
     ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดงานเสวนาในหัวข้อ “ปฏิรูปตำรวจอย่างไร จึงจะตอบโจทย์ประชาชน” โดยมี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์, นายทัศนัย ไชยแขวง อุปนายกฯ สมาคมทนายความ, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ ร่วมเวที
    น.ส.รัชดากล่าวว่า ที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพยายามปฏิรูปตำรวจถึง 4 คณะ แต่ยังคงไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด ขณะที่ปัจจุบันตำรวจชั้นสัญญาบัตรบางคนมีฝีมือดี แต่ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ เนื่องจากไม่มีตั๋ว ไม่มีเส้น เพราะเรื่องการเลื่อนขั้นเป็นเรื่องของศูนย์กลางอำนาจที่ สตช. ส่งผลให้มีตำรวจชั้นสัญญาบัตรบางส่วนที่ตัดสินใจลาออกไป  ขณะที่การทำงานของ สตช. มีแต่ความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ จำนวนคดีและความหลากหลายของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ทั้งระดับประเทศ ซึ่งการปฏิรูปต้องนำไปสู่สิ่งที่ประชาชนต้องการ พร้อมกับการที่ สตช.ต้องพร้อมรับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
    น.ส.รัชดาย้ำว่า กรณีผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศ ซึ่งการที่ผู้หญิงเหล่านี้ต้องเดินทางไปให้ปากคำที่ต้องพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ชาย ซึ่งยังคงขาดความเข้าใจวิธีการที่ปฏิบัติต่อผู้เสียหาย ทำให้เขาเหล่านี้รู้สึกห่างไกลจากกระบวนการยุติธรรมมากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้ในสถานีตำรวจกว่า 1,000 แห่ง แต่มีพนักงานสอบสวนเพศหญิงเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น ซึ่งยังถือว่าขาดอยู่อีกมาก ขณะที่การดูแลเหยื่อและเด็กยังคงไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากเป็นไปได้ ควรมีหน่วยงานพิเศษที่มาดูแลผู้ได้รับผลกระทบคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ
    “การปฏิรูป ต้องเป็นเรื่องที่ สตช.ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยต้องยกเครื่องระบบใหม่ทั้งหมด แต่ขณะนี้เรายังไม่เห็นภาพ หรือมันอาจอยู่ในเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้ประชาชนก็ยังไม่ทราบถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด สิ่งหลักๆ ที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการกระจายอำนาจ เพื่อไม่ให้อำนาจกระจุกที่ ผบ.ตร.หรือคนใกล้ตัว ข้อมูลส่วนมากที่ประชาชนเสนอมาคือการกระจายอำนาจไปสู่สถานีตำรวจภูธร และสถานีตำรวจนครบาลมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเลื่อนขั้น แต่งตั้ง โยกย้าย โดยมีคณะกรรมการส่วนกลางคอยควบคุมดูแล เช่นเดียวกับงานสอบสวนที่ต้องเป็นอิสระ รวมทั้งการกระจายงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของ สตช.ไปให้หน่วยงานอื่น ขณะนี้ประชาชนต่างรู้สึกผิดหวังกับกระบวนการที่ไม่มีความก้าวหน้า จึงอยากให้มีการปฏิรูปเสียที ในเมื่อท่านผู้มีอำนาจในรัฐบาลสามารถทำได้ หากตั้งใจจะปฏิรูปอย่างแท้จริง” อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์กล่าว 
    ขณะที่นายทัศนัยกล่าวว่า การกระจายอำนาจนั้น ตำรวจเองต้องเป็นผู้รักษากฎหมายหลากหลายฉบับโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางกรณี พนักงานสอบไม่ได้มีความชำนาญกฎหมายครอบคลุมทุกฉบับ เท่ากับหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงควรมีการกระจายอำนาจรักษากฎหมายไปให้หน่วยงานอื่นของรัฐ อาทิ เจ้าหน้าที่เทศกิจของ กทม. โดยคืนอำนาจการสอบสวนให้กับ กทม.ในบางส่วน เป็นการลดขนาดกรอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขณะที่โครงสร้างการสอบสวนที่ยังเป็นข้อสงสัยของสังคมว่า สรุปแล้วมันมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าระบบนี้สามารถเปลี่ยนแปลงระบบการสอบสวนได้ แต่ต้องมีการมองอย่างรอบด้าน เนื่องจากประเทศไทยใช้ระบบการสอบสวนแบบนี้มาอย่างยาวนาน
    “มีกระแสบอกว่าพนักงานสอบสวนใช้อำนาจมากเกินไปหรือเปล่า ซึ่งการให้อำนาจมากไปอาจกระทบสิทธิของผู้ต้องหา แต่หากลดทอนอำนาจมากไป อาจเป็นการเพิ่มสิทธิให้ผู้เสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องมีการมองอย่างรอบด้าน เช่นเดียวกับการป้องกัน กรณีเจ้าหน้าที่อำนาจลุแก่อำนาจ โดยเฉพาะการให้สิทธิที่ผู้ต้องหาต้องเข้าถึงทนายความอย่างรวดเร็ว การอนุญาตให้ครอบครัวของเขาสามารถเข้าถึงตัวได้ ซึ่งบางกรณีผู้ต้องหาเองไม่ได้รับการคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด”
    ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่า การจะปฏิรูปตำรวจสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ แม้ที่ผ่านมาจะมีการพยายาม เดินหน้าปรับระบบการสอบสวนให้เป็นอิสระ และพนักงานอัยการมีอำนาจควบคุมการสอบสวนได้ ซึ่งตนมองว่าหากทำสองกรณีนี้สำเร็จ การปฏิรูปตำรวจถือว่าสำเร็จไปแล้ว กว่าร้อยละ 80% อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ยังคงไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด ขณะที่งานสอบสวนปัจจุบันขาดการตรวจสอบจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทำให้ระบบการสอบสวนมีปัญหาเชิงระบบ ขณะที่ ป.วิอาญา เขียนโดยให้อำนาจแก่ตำรวจ โดยอัยการดูรูปคดีผ่านเอกสารเท่านั้น 
    "จึงเสนอว่า พนักงานควรมีอำนาจควบคุมและตรวจสอบการสอบสวนได้ โดยไม่ต้องมีส่วนร่วมในการสอบสวนแต่อย่างใด ซึ่งตามหลักการแล้วคือการตรวจสอบเฉพาะคดีสำคัญที่โทษเกิน 5 ปีขึ้นไป หรือ คดีที่มีการร้องเรียน โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเป็นผู้ลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุจริง อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือ มีคนในคณะกรรมการปฏิรูปฯ บางรายที่พยายามบิดหลักการที่ควรจะเกิดขึ้นให้ผิดเพี้ยนจากเดิม ส่งผลให้สังคมเกิดความสับสน แล้วให้เหตุผลว่า หากมีการปฏิรูปบางส่วนเกิดขึ้นจริง อาจมีผลเสียมากกว่าผลดี" พ.ต.อ.วิรุมต์กล่าว
    อดีตรอง ผบก.จเรตำรวจกล่าวอีกว่า คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้แล้ว ข้าราชการ อาทิ กรมศุลกากร กรมสรรพากร หรือเจ้าหน้าที่เทศกิจ ที่มีอำนาจจับกุม แต่ไม่มีอำนาจสอบสวน ซึ่งควรมีการโอนอำนาจการสอบสวนไปให้หน่วยงานเหล่านี้ด้วย โดยไม่ได้เป็นการตัดอำนาจการสอบสวนของตำรวจลง เพียงแต่ตำรวจอาจเลือกสอบสวนเฉพาะคดีใหญ่ โดยเดินหน้าคู่ขนานไปกับหน่วยงานเหล่านี้ได้ เนื่องจากพวกเขามีความเข้าใจกฎหมายของหน่วยงานตนเองมากกว่าตำรวจ ส่งผลให้การบริหารของกระทรวงทบวงกรมเหล่านี้ล้มเหลว เนื่องจากสุดท้ายการสอบสวนต้องขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นเดียวกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจล่าสุดที่ตั้งขึ้นมา แต่เมื่อผมเห็นรายชื่อกรรมการทั้งหมด ก็เชื่อแล้วว่าคงทำไม่สำเร็จ แต่เมื่อฟังคำแถลงจากนายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กรณีการกำหนดให้แต่ละสถานีมีหัวหน้าพนักงานสอบสวน และการให้อัยการเข้ามามีส่วนควบคุมการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ก็ทำให้พอมีความหวังขึ้นมาบ้าง
    อดีตรอง ผบก.จเรตำรวจกล่าวอีกว่า งานสอบสวนปัจจุบันขาดการตรวจสอบจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทำให้ระบบการสอบสวนมีปัญหาเชิงระบบ ขณะที่  ป.วิอาญาเขียนโดยให้อำนาจแก่ตำรวจ โดยอัยการดูรูปคดีผ่านเอกสารเท่านั้น เราจึงเสนอว่า พนักงานควรมีอำนาจควบคุมและตรวจสอบการสอบสวนได้ โดยไม่ต้องมีส่วนร่วมในการสอบสวนแต่อย่างใด ซึ่งตามหลักการแล้วคือการตรวจสอบเฉพาะคดีสำคัญที่โทษเกิน 5 ปีขึ้นไป หรือคดีที่มีการร้องเรียน โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเป็นผู้ลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุจริง อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือ มีคนในคณะกรรมการปฏิรูปฯ บางรายที่พยายามบิดหลักการที่ควรจะเกิดขึ้นให้ผิดเพี้ยนจากเดิม ส่งผลให้สังคมเกิดความสับสน แล้วให้เหตุผลว่า หากมีการปฏิรูปบางส่วนเกิดขึ้นจริง อาจมีผลเสียมากกว่าผลดี แต่มองว่าคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้แล้ว.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"