กลวิธี 'สร้างตนเอง' ของคิม


เพิ่มเพื่อน    

     "เกาหลีเหนือ" เป็น "ประเทศโลกที่ ๓"

      พูดถึง "น้ำหนัก"...........

      ในความเป็นประเทศเกาหลีเหนือต่อสังคมโลก เมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ

      ไม่มีอะไรโดดเด่น ด้อยกว่าด้วยซ้ำ

      แต่น่าทึ่ง...........

      "คิม จองอึน" ด้วยวัย ๓๓ ปี กลับมีกลยุทธ์-กลวิธี "สร้างตัวเอง"

      พลิกประเทศ พลิกตัวเอง ให้เป็นชาติ "กุมชะตาโลก" ที่ทุกฝ่ายต้องยอมสยบอย่างไม่น่าเชื่อ

      คิม จองอึน วันนี้ เป็น "บุคคลโดดเด่น" ที่สุดของโลก!

      พูดก็พูด.........

      เด่นเหนือกว่าประธานาธิบดีทรัมป์ "ผู้นำโลก" แห่งสหรัฐฯ ด้วยซ้ำ!

      การที่เขาสร้างประวัติศาสตร์ "สันติภาพ" เมื่อ ๒๗ เมษา ๖๑ ด้วยการนัดประธานาธิบดีเกาหลีใต้ "มุน แจอิน" มาพบกันที่เส้นขนาน ๓๘

      แล้วต่างจูงมือข้ามแดนซึ่งกันและกัน "เหนือเหยียบใต้-ใต้เหยียบเหนือ" นั่นก็ดี

      การที่เขาสามารถขี่พญาอินทรีอย่างทรัมป์ จนไม่กล้าปฏิเสธการนัดพบของพญานกกระจอกเดือน มิ.ย. นั่นก็ดี

      การสร้างพลังดูดสื่อมวลชนทุกแขนงในโลก ให้ต้องไปรวมกันอยู่ที่เส้นขนาน ๓๘

      แล้ว "ยึดพื้นที่สื่อ" ทุกชนิดในจักรวาล ให้แย่งกันนำภาพสองเกาหลีออกจอแบบกระเหี้ยนกระหือรือ โดยไม่ต้องจ้าง นั่นก็ดี

      ลองคิดกันเล่นๆ ดูซิว่า..........

      ลำพังตำแหน่ง "ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ" ของคิม บนความเป็นประเทศโลกที่ ๓

      มีน้ำหนักพอทำให้เกิด "ปรากฏการณ์" อย่างนั้นได้มั้ย?

      ไม่มีทางเลย!

      แต่คิมทำได้ และทำให้เห็นแล้ว ซ้ำทำให้เห็น "ต่าง" ใน "เหมือน"

      ระหว่าง "ผู้นำโลก" กับ "ผู้ควบคุมโลก"

      ว่า..........มัน "ไม่เหมือนกัน" นะเฟ้ย!

      ฉะนั้น ใครที่เคยปรามาส ตั้งแต่คิมเข้ามาเป็นผู้นำเกาหลีเหนือนั้น

      "คิดผิด-คิดใหม่" ได้ ไม่มีใครว่า

      ในโลกแข่งขัน ยุควัตถุเป็นสรณะนิยม "ดี..ต้องดีให้สุดขั้ว, ชั่ว..ก็ต้องชั่วให้สุดด้าม"

      อย่างนั้น จึงจะ "มีราคา" และอยู่ได้!

      อยู่แบบ "ต่อรองได้" ไม่ใช่อยู่แบบพับเพียบ คอยแต่ จ๋า..จ้ะ "รับเงื่อนไข" จากเขาฝ่ายเดียวร่ำไป

      กรณีเกาหลีเหนือ ที่เป็น "ลูกไล่" โลก ถ้าประธานคิม ไม่งัด "อาวุธนิวเคลียร์" ขึ้นมาเป็น "คมคน-คมประเทศ"

      ก็อย่าหมายเลย.........

      ที่จะให้ผู้ยิ่งใหญ่ระดับทรัมป์ รับนัดพบ

      และเกาหลีใต้ ก็ใช่ว่า จะพิถี-พิถัน ในการพบอย่างวานซืน!

      ใครคิดจะผงาดใน "เกมอำนาจ" ยุคเปลี่ยนผ่านสังคมโลก ต้องดูลีลาคิม แล้วประยุกต์แนว

      ย้อนไปดูเมื่อ ๒๗ เมษา ประธานคิม กับประธานาธิบดีมุน ที่จูงมือกะหนุงกะหนิงกันบ้าง นั่งคุยสองคนบนสะพานบ้าง

      หล่นถ้อยคำอะไรฝากไว้เป็นบรรทัดประวัติศาสตร์บ้าง คิดว่าอยากทราบกัน

      ก็จะขออนุญาต ThaiArmedForce.com นำที่โพสต์ไว้ถ่ายทอดอีกต่อ ด้วยข้อความทั้งหมด ดังนี้

      TAF ถอดถ้อยคำการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ จากการเผยแพร่ของรัฐบาลเกาหลีใต้ ผ่านการนำเสนอของสำนักข่าวชาแนลนิวส์เอเซีย

        จากข้อความที่เผยแพร่ออกมา ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของการพบปะกันครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้อย่างชัดเจนขึ้น

        ในห้วงเวลาที่ทั่วทั้งโลกต่างเฝ้ารอคอย สำหรับการข้ามผ่านเขตแบ่งแดนของ คิม จอง อึน ที่ทำให้เขากลายเป็น ผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ก้าวผ่านเข้าสู่พื้นที่ของเกาหลีใต้ หลังจากการหยุดยิงชั่วคราวของสงครามเกาหลี 65 ปีมาแล้ว

        ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มูน แจ อิน เป็นฝ่ายยืนรอให้การต้อนรับ ท่ามกลางการตระเตรียมเป็นอย่างดีและรัดกุม

        แต่คิมก็ดำเนินการนอกสคริปต์ที่เตรียมไว้ เมื่อเขาเชิญคู่เจรจาฝ่ายใต้เดินข้ามแนวเขตแดน โดยคิมเป็นฝ่ายจูงมือนายมูนข้ามกลับไปยังเขตของฝ่ายเหนือ ก่อนจะพากลับมายังฝั่งใต้ด้วยตัวเขาเอง

        ต่อมาในช่วงบ่าย หลังจากพิธีการปลูกต้นไม้ที่ระลึก ที่ทำการรดน้ำจากแม่น้ำของทั้งฝั่งเหนือและใต้ร่วมกัน

        สองผู้นำได้เดินบนสะพานเหนือห้วยเล็กๆ ที่ถูกทาตกแต่งด้วยสีฟ้าสดใส อันเป็นสีสัญลักษณ์แห่งการรวมชาติ เพื่อทำการพูดคุยบนโต๊ะน้ำชาในบรรยากาศที่เป็นการส่วนตัวท่ามกลางแสงอาทิตย์

        นี้คือ ถ้อยคำที่ คิม และ มูน ได้สนทนากันระหว่างการพบปะกันครั้งแรกนี้ ที่ได้มีการเผยแพร่ถ่ายทอดออกมาโดยสำนักข่าวของเกาหลีใต้

        การจับมือครั้งประวัติศาสตร์

        มูน: คุณข้ามมาฝั่งใต้ได้แล้ว แต่ว่าเมื่อไหร่ ผมจะไปฝั่งเหนือได้บ้างล่ะ?

        คิม: (เดินข้ามเส้นแบ่งเขตทางทหารเข้ามาฝั่งใต้แล้ว) แล้วทำไมเราไม่ไปกันตอนนี้เลยล่ะ?

        จากนั้นผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างพากันเดินข้ามเส้นเขตแดน ที่ซึ่งมีช่างภาพถ่ายจากฝั่งเกาหลีเหนือถ่ายภาพย้อนเข้ามา ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือแผนงานที่เตรียมเอาไว้

        เหตุการณ์นี้กินเวลาราวครึ่งนาที ก่อนที่นายมูนจะเชิญแขกของเขากลับเข้าสู่พื้นที่ของฝ่ายใต้

        คำเชิญไปเยือนบลูเฮาส์

        มูน: แขกบุคคลสำคัญชาวต่างชาติต่างชื่นชอบทหารกองเกียรติยศตามธรรมเนียมของเรามาก....แต่น่าเสียดายที่วันนี้คุณได้ชมแต่รูปแบบที่ปรับให้กระชับ จากธรรมเนียมเต็มรูปแบบที่เราทำเป็นกิจวัตร

        หากคุณได้มาเยือนชอง วา เด (บลูเฮาส์/ทำเนียบรัฐบาล) เราจะสาธิตให้คุณชมได้อย่างเต็มตามากกว่านี้แน่นอน

        คิม: อย่างนั้นหรือ? ผมพร้อมไปเยือนชอง วา แด ในทันทีที่คุณเชิญ

        การถ่ายภาพที่อยู่นอกเหนือตารางพิธีการ

        คิม: ในคณะของเรามีเจ้าหน้าที่บางคนต้องเดินทางกลับก่อน หลังจากที่การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศเสร็จสิ้นลง

        มูน: ถ้าอย่างนั้น ผมหวังว่าคณะแขกผู้ร่วมพิธีทั้งเหนือและใต้ คงได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน ก่อนที่บางส่วนจะเดินทางกลับไปฝั่งเหนือก่อน

        โอกาสในการเยียวยาบาดแผลในอดีต

        มูน: คุณเดินทางมาที่นี่ได้อย่างไร?

        คิม: เมื่อเช้านี้ผมนั่งรถผ่านเข้ามาทางแกซอง คุณคงต้องออกมาที่นี่แต่เช้าเหมือนกันใช่ไหม?

        มูน: ผมใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงเดียว เพราะระยะทางเพียงแค่ 52 กิโลเมตรเท่านั้น

        คิม: (ยิ้ม) ผมว่าเมื่อคืนนี้คุณคงหลับได้ไม่ค่อยเต็มตื่นแน่กับเวลานอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะคุณต้องเข้าประชุมกับสภาความมั่นคงก่อนที่เราจะได้พบกันตรงนี้ ปกติคุณคงไม่ต้องตื่นเช้าขนาดนี้หรอก

        มูน: ผมหลับสบายดี เพราะไม่ได้ห่วงอะไรมาก ตั้งแต่ที่คุณได้ให้คำมั่นกับเราผ่านมากับคณะผู้แทนพิเศษของเราที่ไปเยือนทางเหนือ

        คิม: ผมแค่อยากมั่นใจว่าคุณคงได้หลับเต็มที่นะ ในขณะที่เราต้องเดินลงไปอีกแค่ 200 เมตร

        ผมสงสัยว่า ทำไมมันเหมือนเส้นทางมันไกลและยากลำบากกว่าที่เห็น

        เดิมทีผมตั้งใจที่จะพบกับคุณที่เปียงยาง แต่ตอนนี้ผมก็คิดว่ามันดีแล้วล่ะที่เราได้มาพบกันที่นี่ ผู้คนมากมายต่างคาดหวังเป็นอย่างสูงที่จะได้เห็นเราพบกันในจุดที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการเผชิญหน้ากันของเรา

        ในเส้นทางที่ผมมาที่นี่ ผมได้เห็นผู้คนที่เคยมีความตื่นตระหนกกับกระสุนที่ถูกยิงมาจากปืนใหญ่ของกองทัพเกาหลีเหนือ

        อย่างผู้คนที่อยู่บนเกาะยอนเปียง ชาวเกาหลีผู้แปรพักตร์ และผู้คนที่ต้องพลัดถิ่น พวกเขาต่างคาดหวังในการพบกันของเราในวันนี้ ผมจึงหวังว่าเราจะใช้โอกาสที่เรามีในครั้งนี้ มาช่วยกันเยียวยาความเจ็บปวดระหว่างกัน ทั้งเหนือและใต้

        เส้นแบ่งเขตแดนที่เราเห็นนี้ ในความจริงแล้ว มันไม่ได้สูงเลย และมันสามารถสูญสลายไปได้ในทันที เพียงเมื่อผู้คนก้าวข้ามผ่านมันไป

        ต้นไม้ที่ระลึก

        ในช่วงบ่าย ผู้นำทั้งสองต่างเข้าร่วมในพิธีการปลูกต้นสนที่ระลึกในพื้นที่ใกล้กับเส้นแบ่งแดน ทั้งสองต่างสวมถุงมือสีขาวและใช้พลั่วตักดินที่มาจากยอดเขาของทั้งสองฝั่งไปยังโคนต้น

        ก่อนจะทำการเปิดป้ายหินจารึกที่สลักคำว่า "สันติ และความรุ่งเรืองได้ฝังรากลงในที่นี้" เพื่อถ่ายภาพร่วมกัน

        มูน: เราชาวเกาหลีต่างมีคำกล่าวกันว่า ต้นสนนั้นแข็งแกร่งและคงใบเขียวได้ตลอดทั้งปีแม้แต่ในฤดูหนาว

        คิม: เช่นเดียวกับต้นสน พวกเราได้ก้าวข้ามผ่านความท้าทายที่ขีดขวางเส้นทางของเราที่มีมาก่อนหน้านี้ได้แล้ว

        มุ่งสู่อนาคตเบื้องหน้า

        มูน: วันนี้ ท่านประธานคิมและผมต่างได้ทำหน้าที่ร่วมกัน เพื่อเรียนรู้ความผิดพลาดจากในอดีตร่วมกัน เราจะร่วมกันทำงานให้ดีที่สุด

        จากความตกลงร่วมกันที่ผ่านมา เรามักจะผ่านพ้นการเจรจามาได้ครึ่งทาง แล้วก็ต้องพบการเปลี่ยนแปลง หรือหมดวาระรับผิดชอบของคณะผู้ดำเนินงาน กระบวนการที่ดำเนินมาอย่างยากลำบากก็จะจบลงที่ความล้มเหลว

        จากเวลาราวหนึ่งปีมาแล้วที่ผมเข้ารับตำแหน่งในฐานะประธานาธิบดีนี้

        ผมหวังว่า ท่านประธานคิมจะคงสามารถรักษาการเดินหน้าร่วมกันนับแต่ท่านได้กล่าวแสดงตั้งแต่การแถลงในวันปีใหม่มาจนถึงการประชุมในวันนี้ ขณะที่ผมยังได้ดำรงตำแหน่งอยู่

        คิม: หน่วยงานของคิม โย จอง (น้องสาวของคิม จอง อึน) ควรได้รับการยกย่องกับการ เร่งทำงานเหมือนกับม้าที่ควบได้หมื่นไมล์ต่อวันและได้กล่าวว่า

        มาร่วมกันสร้างความคืบหน้าเพื่อนำไปสู่การรวมชาติของสองเกาหลีกันเถอะ

        ความมุ่งหวังสูงสุดของการเจรจาในครั้งนี้คือ การลงนามยุติสงครามระหว่างกันทั้งสองฝ่าย เพื่อเดินหน้าไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ในคาบสมุทรเกาหลี

        https://www.channelnewsasia.com//healing-old-wounds what-m

        ครับ....พี่น้องสองเกาหลีชื่นมื่น.............

        แต่เป็น "หนามในตา" สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นโขอยู่!


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"