ฮาวทูวิธีเติมเงิน ใช้จ่ายคนละครึ่ง


เพิ่มเพื่อน    

 

    กดปุ่มเริ่มต้นการใช้จ่ายผ่านมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มฐานราก อย่าง “มาตรการคนละครึ่ง” ที่รัฐบาลจะร่วมจ่ายครึ่งหนึ่งทุกการใช้จ่ายของประชาชนที่เข้าร่วมมาตรการ แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ คือ ต.ค.-ธ.ค.2563

            ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลยืนยันว่า มาตรการคนละครึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยมีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท ซึ่งการร่วมจ่ายคนละครึ่งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และจะช่วยเติมกำลังซื้อของประชาชนเพื่อให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างต่อเนื่องเป็นเงิน 60,000 ล้านบาท

            โดยกระทรวงการคลังคาดว่า โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ดำเนินการพร้อมโครงการคนละครึ่งนั้น จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ จากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 81,000 ล้านบาท ครอบคลุมประชาชน 24 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2563 โดยประเมินว่าจีดีพีจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.25% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวติดลบน้อยกว่า 7.8% และยังเป็นแรงส่งไปยังเศรษฐกิจในปี 2564 อีกด้วย

            ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดพบว่า จนถึงวันที่ 22 ต.ค.2563  มีผู้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมมาตรการคนละครึ่งไปแล้ว 6,730,031 คน จากเป้าหมายทั้งสิ้น 10,000,000 คน โดยยังมีสิทธิ์เหลือรองรับประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมมาตรการอีก 3,269,969 สิทธิ์ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ต่อเนื่องจนกว่าจะครบตามเป้าหมาย

            แม้การลงทะเบียนจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่ยังมีประเด็นที่สร้างความสงสัยให้กับทั้งร้านค้าและประชาชนที่เข้าร่วมมาตรการ คือ การเติมเงินเข้าสู่แอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อใช้จ่ายตามมาตรการ โดยต้องยอมรับว่าหลายคนยังเข้าใจว่าจะต้องเติมเงินเข้าแอปพลิเคชันดังกล่าวครั้งเดียว 3,000 บาท ทำให้หลายคนกังวลในส่วนนี้ค่อนข้างมาก 

            จนล่าสุด กระทรวงการคลังต้องออกมาชี้แจงถึงวิธีการใช้จ่ายกับร้านค้าว่า ผู้ได้สิทธิ์สามารถเติมเงินโดยการโอนเงินของท่านไปยังแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องโอนครั้งเดียว 3,000 บาท เช่น หากต้องการจ่ายค่าอาหาร 200 บาท ต้องมีเงินในแอปพลิเคชันเป๋าตัง อย่างน้อย 100 บาท เพื่อสแกนจ่ายเงินกับร้านค้าถุงเงิน โดยรัฐจะช่วยจ่ายให้ร้านค้าอีก 100 บาท หรือหากจะใช้จ่ายค่าสินค้าจำนวน 400 บาท รัฐจะร่วมจ่ายให้ร้านค้า 150 บาท และผู้ใช้สิทธิ์ต้องมีเงินในแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อสแกนจ่ายเงินอีกอย่างน้อย 250 บาท ทั้งนี้ ภาครัฐจะร่วมจ่ายไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ

            ส่วนวิธีการเติมเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง สามารถดำเนินการผ่าน G-Wallet 2 แบบ คือ 1.เติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งใช้ได้กับทุกแอปพลิเคชันของทุกธนาคาร ในที่นี้ขอยกตัวอย่างแอปพลิเคชัน Krungthai Next โดยผู้ใช้งานต้องเข้าไปเลือกที่เมนูเติมเงิน หลังจากนั้นเลือกเติมเงิน G-Wallet แล้วระบุหมายเลข G-Wallet 15 หลัก หลังจากนั้นจึงจะระบุจำนวนเงินที่ต้องการจะเติม หลังจากนั้นตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก่อนกดปุ่มยืนยัน ซึ่งถือว่าการเติมเงินเรียบร้อยแล้ว 

            และอีกวิธีคือ การเติมเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารธนชาต ธนาคารทหารไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ โดยในที่นี้ขอยกตัวอย่างการเติมเงินผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย (หน้าจอใหม่) ให้เข้าไปเลือกที่เติมเงิน หลังจากนั้นเลือกเติมเงินพร้อมเพย์ แล้วเลือกประเภทบัญชี พร้อมระบุหมายเลข G-Wallet และใส่ ID 15 หลัก พร้อมจำนวนเงิน แล้วตรวจสอบข้อมูล หากถูกต้อง ให้กดตกลงเพื่อยืนยันรายการ

                ส่วนการเติมเงินผ่านตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย (หน้าจอเก่า) ให้เลือกที่เติมเงิน/สมัคร/บริการพร้อมเพย์ แล้วเลือกเติมเงินพร้อมเพย์ หลังจากนั้นเลือกประเภทบัญชี แล้วระบุหมายเลข G-Wallet ID 15 หลัก พร้อมระบุจำนวนเงิน แล้วตรวจสอบข้อมูล หากถูกต้องให้เลือกตกลง เพื่อยืนยันรายการ ถือเป็นเสร็จสิ้นการเติมเงิน. 

ครองขวัญ รอดหมวน


ทีซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่ง ก็...เป็นไปตามกฎหมาย "ลุงตู่" อยู่ต่อ!

บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด