‘บางบ่อ’ปลื้มปิติถุงพระราชทานเหยื่อท่อก๊าซบึ้ม


เพิ่มเพื่อน    

  "ในหลวง-พระราชินี" ทรงห่วงใยเหยื่อท่อก๊าซระเบิด โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบผู้ประสบภัย ราษฎรบางบ่อปลื้มปีติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น "สุพัฒนพงษ์" ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้าน ปตท.เร่งเยียวยา จ่าย 5 ล้านชดเชยผู้เสียชีวิต 5 แสนบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวใน รพ.รายละ 2 แสน

    เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 11.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอนเครื่องครัว ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุท่อก๊าซธรรมชาติระเบิด วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ตำบลเปร็ง จังหวัดสมุทรปราการ  ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
         ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบการเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
       จากนั้น องคมนตรีได้ลงพื้นที่ดูสถานที่เกิดเหตุ และให้คำแนะนำแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ เสร็จแล้ว  องคมนตรีเดินทางไปยังโรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ และโรงพยาบาลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอน ไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติภัยดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสทรงทรงห่วงใยและพระราชทานกำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ไปกล่าวให้รับทราบด้วย
    ทางด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เร่งเยียวยา ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
    นายอรรถพลกล่าวว่า ปตท.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินที่เสียหาย โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 66 ราย ซึ่งขณะนี้ปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว 37 ราย ในการนี้ ปตท.พร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าความเสียหายของทรัพย์สินอย่างเต็มที่และดีที่สุด อีกทั้ง ปตท.จะมอบเงินเยียวยาเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 5,000,000 บาท ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 500,000 บาท ผู้ที่ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล รายละ 200,000 บาท และผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล รายละ 50,000 บาท สำหรับการชดเชยบ้านเรือนและทรัพย์สินที่เกิดความเสียหาย อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าและจะบรรเทาผลกระทบให้ดีที่สุดโดยเร็ว นอกจากนั้น ปตท.ได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ จัดเตรียมที่พักชั่วคราว ณ วัดเปร็ง-ราษฎร์บำรุง จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกครัวเรือน และจัดหาที่พักรองรับในช่วงระหว่างการซ่อมแซมบ้านเรือน
    ทั้งนี้ ผู้บริหารและทีมงานของ ปตท. เร่งเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ และเร่งฟื้นฟูความเสียหายและสภาพแวดล้อมในชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กอปรกับ รมว.พลังงานมอบหมายให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้แทนกระทรวงพลังงานในการประสานงานหลัก บัญชาการและบริหารสถานการณ์ดังกล่าวในส่วนของกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด
    นายอรรถพลกล่าวเพิ่มเติมว่า การประกอบกิจการขนส่งก๊าซฯ ผ่านระบบท่อที่ผ่านมา ปตท.ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ASME B31.8 อย่างเคร่งครัด มีการบำรุงรักษาและตรวจสภาพท่อส่งก๊าซฯ เป็นประจำและต่อเนื่อง ให้มีความแข็งแรงและปลอดภัย โดยผลการตรวจสอบท่อส่งก๊าซฯ คู่ขนาน (เส้นที่ 2) บนบกที่เกิดเหตุด้วยกระสวยตรวจสอบท่อ (Intelligent PIG) ล่าสุด ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ปตท.ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรัดกุม จะเร่งดำเนินการหาสาเหตุที่แท้จริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอกโดยเร็ว
    วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของทางบริษัท ปตท. ยังคงเร่งซ่อมแซมท่อส่งก๊าซในจุดเกิดเหตุ โดยนำรถแบ็กโฮเข้ามาทำการรื้อท่อเดิมและขุดเจาะเพื่อวางแนวท่อส่งก๊าซใหม่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด และปิดกั้นให้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด โดยคาดว่าจะซ่อมแล้วเสร็จช่วงเย็น
     พ.ต.อ.ประเสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.เปร็ง จ.สมุทรปราการ เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ปตท. ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะนี้ที่ สภ.เปร็ง ไฟฟ้ายังไม่สามารถใช้การได้ จึงได้ตั้งศูนย์ ศปก. ที่โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บํารุง เพื่อรับแจ้งความตั้งแต่เอกสารหาย แจ้งผู้ได้รับบาดเจ็บผู้เสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ ที่เสียหายสามารถมาลงบันทึกได้ ซึ่งมาแจ้งแล้ว 54 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ได้มีการจัดทีมตำรวจ ในการช่วยชาวบ้านสำรวจความเสียหาย และอำนวยความสะดวกกับประชาชนในทุกเรื่อง  
    ส่วนทางด้านคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ตั้งคณะทำงานสอบสวน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และได้ทำการสอบปากคำคนที่ทำงานอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุ สำหรับสาเหตุที่เกิดขึ้น ต้องรอผลพิสูจน์จากผู้ชำนาญการ หากเกิดจากความประมาท จะต้องแจ้งข้อหาตามขั้นตอน ในส่วนความเสียหาย สภ.เปร็ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 40 นายไม่ได้รับบาดเจ็บ มีรถยนต์ราชการเสียหายจำนวน 5 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งให้มีการสับเปลี่ยนนำรถคันใหม่มาใช้งานแทน ระบบไฟฟ้าในโรงพักที่ยังใช้ไม่ได้ คาดว่าในช่วงเย็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงจะสามารถแก้ไขให้กลับมาใช้ได้ตามปกติ  
    ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นผลพิสูจน์โดยประจักษ์ ตามที่ภาคประชาชนและเอ็นจีโอเคยชุมนุมประท้วงการวางท่อก๊าซของ ปตท.ในหลายๆ เส้นทางที่รอนสิทธิ์ประชาชนมาโดยตลอด ว่าอาจสร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซได้ ที่สำคัญหน่วยงาน คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่เห็นชอบการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการท่อก๊าซที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้โครงข่ายสายไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.นั้น ถือเป็นความเสี่ยงที่อันตรายยิ่งทั่วประเทศ แต่ผู้ที่เห็นชอบอีไอเอจะสำนึกผิดและจะถ่ายบาปกับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างไร และหน่วยงานรัฐจะใช้มาตรา 96-97 แห่ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ฟ้อง ปตท.เป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป.

 


"รุ้ง" ศิษย์เอก "สามสัส" นี่.....สมที่ "สำนักข่าว BBC" ยกเป็น ๑ ใน ๑๐๐ หญิงผู้ทรงอิทธิพลของโลก"คำเดียว" แท้ๆ ทำให้เธอทรงอิทธิพลคือ ให้ "....." ประธานรัฐสภา!

สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก