ยกระดับไปสถานทูตเยอรมัน


เพิ่มเพื่อน    


    นอนคุกต่อ ศาลไม่ให้ประกัน "เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-สมยศ-เอกชัย" ขณะที่ม็อบ 3 นิ้วนอนหน้าเรือนจำ ชุมนุมต่อ "ไผ่ ดาวดิน" ประกาศยกระดับ แต่ยังไม่รู้ยกแบบไหน รอให้ราษฎรมาออกแบบร่วมกัน วันอาทิตย์จะมีเซอร์ไพรส์ ขณะที่ตำรวจเตรียมขอให้ศาลออกข้อบังคับ เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่
    เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 3 ผู้ต้องหา แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มคณะราษฎร 2563 ในคดีชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ซึ่งนัดชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 หลังศาลชั้นต้นไม่ให้ประกันตัวทั้งสาม และทนายความยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประกันตัว 
    โดยคำสั่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวนของนายภาณุพงศ์ 2 สำนวน คือสำนวนประเด็นชุมนุม ตามข้อหายุยงปลุกปั่นฯ กับข้อหาอื่นๆ และสำนวนปักหมุดคณะราษฎร 2563 บนพื้นสนามหลวง ตามข้อหาผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ กับอีกสำนวนของนายพริษฐ์และ น.ส.ปนัสยา เป็นสำนวนเดียวกัน ทั้งหมด 3 สำนวน  
    ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งทำนองเดียวกันว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า การกระทำตามข้อกล่าวหามีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ชักนำให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน โดยการบุกรุกทำลายทรัพย์สินของทางราชการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้ว ยังปรากฏว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายคดีในหลายท้องที่ กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ในชั้นนี้หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาอาจจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายหรือความเสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี กรณีสมควรรอฟังผลการสอบสวนก่อน คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง 
    นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหา แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในคดีชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ซึ่งนัดชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 หลังศาลชั้นต้นไม่ให้ประกันตัว และทนายความยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประกันตัว
    โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบลักษณะการกระทำความผิดตามที่ปรากฏในคำร้องขอฝากขังว่า ผู้ต้องหาร่วมกับพวกระดมมวลชน จัดให้มีการชุมนุมและก่อให้เกิดการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หากปล่อยชั่วคราวน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจก่อให้เกิดความเสียหายประการอื่นในทำนองเดียวกันขึ้นอีก ในชั้นนี้สมควรรอฟังผลการสอบสวนก่อน ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
    เช่นเดียวกับนายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องหาความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 วรรคสอง ซึ่งศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเช่นกัน
นอนแคมป์ ไม่นอนคุก
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้าวันเสาร์ บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถนนงามวงศ์วาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมภาคีนิรนามปักหลักเพื่อจัดกิจกรรม "นอนแคมป์ ไม่นอนคุก" เรียกร้องให้ "ปล่อยเพื่อนเรา" คือ แกนนำมวลชนคณะราษฎร 2563 ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอีก 8 คน ซึ่งหลังจากที่เมื่อคืนวันที่  23 ต.ค. ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดเส้นทางการจราจรเพื่อจัดกิจกรรมและนอนค้างคืนบริเวณดังกล่าว 
    ในช่วงเช้าตรู่กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเปิดใช้เส้นทางการจราจร ถนนงามวงศ์วานมุ่งหน้าไปแยกพงษ์เพชร​  2 ช่องทาง เนื่องจากทางผู้ชุมนุมไม่มีการจัดกิจกรรมในช่วงเช้า ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางกลับไปยังที่พักของตัวเอง โดยมีเพียงผู้ชุมนุมบางส่วน แกนนำบางคนยังปักหลักในบริเวณดังกล่าว รวมถึงมีเต็นท์กิจกรรม เวทีปราศรัย รถสุขาเคลื่อนที่จากเอกชน และรถปั่นไฟ ที่ยังอยู่ในบริเวณดังกล่าว
    ช่วงสายคณะราษฎร 63 นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมแกนนำ ได้ร่วมตั้งโต๊ะแถลงการณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะราษฎร 63 ว่าการชุมนุมในวันนี้ทางกลุ่มอยากเชิญชวนราษฎรทุกคนมาออกแบบการชุมนุมร่วมกัน ว่าอยากเห็นการชุมนุมในรูปแบบไหน เพื่อแลกเปลี่ยนให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น ภายใต้กิจกรรม "ประยุทธ์ก็ต้องไล่ หนังสือก็ต้องอ่าน การบ้านก็ต้องทำ" พร้อมย้ำจุดยืนเดิม 3 ข้อ 1.พลเอกประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่ง 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
    นายจตุภัทร์กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ยืนยันจะปักหลักค้างคืนที่นี่ต่อ​ เพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ เพื่อรอท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์​ หลังจากที่กลุ่มคณะราษฎรได้ยื่นข้อเรียกร้อง โดยกำหนดเวลาไว้ 3 วัน โดยขีดเส้นตายในเวลา​ 22.00 น. ​ของวันที่ 24 ต.ค.​ หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องต่างๆ กลุ่มคณะราษฎร 63 พร้อมยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไปทันที​ ส่วนจะยกระดับอย่างไร จะรอให้ราษฎรมาออกแบบร่วมกัน เพื่อให้การชุมนุมในครั้งนี้เป็นการชุมนุมแบบที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ มีการแลกเปลี่ยน วิพากษ์วิจารณ์ได้ เชื่อว่าหากตำรวจจะมาจับตัวเอง การเคลื่อนไหวก็จะยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่มีแกนนำการเคลื่อนไหวก็ไปต่อได้ ทุกคนสามารถขึ้นมาเป็นแกนนำได้ ในช่วงบ่ายจะเปิดเวทีให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ปราศรัย มีเวทีเสวนา โดยเน้นเรื่องการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์
    ขณะที่นายธัชพงศ์ แกดํา หรือบอย กลุ่มภาคีนิรนาม ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันเวลา 22.00 น. ขีดเส้นตายให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีต้องลาออก เป็นการวัดใจ ตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศเกือบ 200 วันที่ผ่านมา กระแสสังคมกว่า 80 เปอร์เซนต์ หรือคนเกือบล้านที่มาร่วมแสดงออก มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป การชุมนุมที่ผ่านมาเป็นการแสดงพลังแบบสันติ ไม่มีการปิดสถานที่ราชการ แสดงให้เห็นจำนวนมากไม่เอารัฐบาลชุดนี้ พวกเรามาแล้วก็กลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหรือความสูญเสีย ไม่ใช่การชุมนุมแบบสมัยก่อนที่จะต้องบุกยึดสถานที่ราชการ
จะมีเซอร์ไพรส์ 
    "หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออก ก็จะมีการยกระดับ วันอาทิตย์จะมีเซอร์ไพร์ส แต่จะไปสถานที่ใดเราจะคุยกันอีกที ตอนนี้เรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว มีประชาชนหลายคนทั่วประเทศที่เขาไม่เอารัฐบาล" นายธัชพงศ์กล่าว
    ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจร ของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ลงพื้นผิวการจราจรถนนเส้นงามวงศ์วาน (ขาออก) มุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร จำนวน 2 ช่องทาง ทางด้านซ้าย ทำให้มีการจราจรหนาแน่น เคลื่อนตัวได้ช้า ในส่วนถนนเส้นงามวงศ์วาน (ขาเข้า) มุ่งหน้าถนนวิภาวดี สามารถใช้ช่องทางการจราจรได้ปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจาก สน.ทุ่งสองห้อง, บก.จร. และ สภ.นนทบุรี อำนวยความสะดวก แนะนำเส้นทางจราจรให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา
    ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ผู้ใช้ทางถนนวิภาวดี (ขาออก) แล้วจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วาน (ขาออก) มุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร ให้เลี่ยงจุดดังกล่าว โดยให้ขับตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายที่นอร์ทปาร์ค หรือ เลี้ยวซ้ายที่แยกหลักสี่ จะได้รับความสะดวกกว่า หรือสอบถามการจราจร ได้ที่สายด่วน 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
    ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักค้างคืนที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3 ขีดเส้นตายให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกว่า การชุมนุมในบริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด ซึ่งผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง ทำหนังสือแจ้งขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยุดการชุมนุมแล้ว แต่ไม่เป็นผล โดยในขั้นตอนต่อไป จะขอให้ศาลออกข้อบังคับ เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่
    เบื้องต้นขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ, กีดขวางการจราจร และตั้งวางสิ่งของหรือสิ่งอื่นใดบนทางเท้า ตาม พ.ร.บ.ความสะอาด
    ส่วนการจัดกำลังตำรวจเข้าดูแลความเรียบร้อย อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.ทุ่งสองห้อง ที่จัดกำลังดูแล ซึ่งในเบื้องต้นขณะนี้ยังไม่ได้มีการร้องขอกำลังเสริมจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล
    ช่วงเย็น บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที ปราศรัยบนเวทีว่า ถ้ารัฐบาลต้องการให้ถอยกันคนละก้าว ก็ต้องปล่อยเพื่อนเราออกมา และยุติดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม วันนี้รัฐบาลแสดงความจริงใจหรือยัง ในรอบ 6 ปีของการบริหารรัฐบาล ตนมีความสุขมากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกทีวีแล้วเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดรู้เรื่อง แต่ตีความได้ว่าให้ประชาชนถอย แต่รัฐบาลจะเดินหน้าต่อไป เช่นนี้มันยุติธรรมแล้วหรือไม่
    นายอรรถพลกล่าวว่า พวกเรายังยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อเหมือนเดิม พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป หลังจากออกไปให้มีนายกฯใหม่ตามที่แคนดิเดตที่อยู่ในบัญชี จากนั้นให้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญ และตั้ง ส.ส.ร. และความฝันอันสูงสุดของเรา นั่นคือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยความเคารพ ขอย้ำชัดไปยังผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง อย่าเร่าร้อน อย่าคุ้มคลั่ง
    "ผมขอย้ำชัดว่าการที่บอกว่าปฏิรูป ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน ไม่มีใครมีสายตาล้มล้าง คำว่าปฏิรูปไม่ได้เท่ากับคำว่าล้มล้าง ขอให้ทำความเข้าใจ และนี่ไม่ใช่การแก้ตัว รัฐบาลประยุทธ์เข้ามาบริหารได้ขยายพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ทั้งกองกำลังและทรัพย์สินที่เกินขอบเขตคำว่าประชาธิปไตย ดังนั้นจึงยืนยันว่าสถาบันยังต้องเป็นสถาบันที่อยู่คู่กับสังคมไทย เพียงแต่จะอยู่อย่างไรให้สง่างามและยั่งยืน การปฏิรูปสถาบันหมายถึงการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้กฎหมาย และเราจะรักไปพร้อมกัน อย่าแอบอ้างเอาความจงรักภักดีไว้แต่เพียงผู้เดียว อย่าแอบอ้างไว้เพียงฝ่ายเดียวแล้วใช้โจมตีผู้อื่น ประเทศนี้เป็นของทั้งกษัตริย์และประชาชนร่วมกัน นอกจากบรรพบุรุษของสถาบันของประชาชนก็มีส่วนในการสร้างประเทศนี้มาด้วยกัน" นายอรรถพลกล่าว
    นายอรรถพลกล่าวต่อว่า การจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะประชาชนไม่ได้มีอำนาจกระบอกปืนเหมือนพวกเขา แต่เราต้องสู้ กล้ามาก กล้ามาก เก่งมาก ขอบคุณ
    ต่อมาในช่วงค่ำ พิธีกรบนเวทีปลุกมวลชนว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออก จะเคลื่อนขบวนไปเยี่ยมที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง
    อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่ามวลชนที่มาชุมนุมในวันนี้มีจำนวนบางตากว่าครั้งที่ผ่านมา เกินจากแนวเต็นท์ที่ตั้งไว้ไม่มากนัก ขณะที่บริเวณโดยรอบมีร้านค้าขายสินค้าและมีการร้องรำทำเพลง
    นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เดินทางมาสำรวจพื้นที่ชุมนุม ให้สัมภาษณ์ว่า เรายังไม่ได้รับสัญญาณอะไรว่ารัฐบาลจะมีการลาออกตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง ส่วนการปล่อยตัวแกนนำ เราก็เห็นจากที่รัฐบาลประกาศถอยคนละก้าว เห็นการปล่อยตัวผู้ชุมนุม น่าจะมีการปล่อยตัวมากขึ้น ทำให้สถานการณ์การเมืองภาพใหญ่ดีขึ้น แต่ปรากฏว่าหลายคนยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ตกลงรัฐบาลจะเอาอย่างไร จะถอยคนละก้าว หรือจะไม่ถอยเลย พูดออกมาเป็นแค่ลมปากหรือเปล่า เท่าที่ติดตามรัฐบาลยังถอยไม่พอ
    เมื่อถามถึงการประเมินกรณีที่ผู้ชุมนุมในวันนี้มีจำนวนน้อยลงกว่าวันที่ผ่านมา นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงมีหลายเหตุผล ตรงนี้ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้า การเข้ามาคงไม่ง่าย คนจำนวนมากคงรอดูวันที่ 25 ต.ค. ถ้ารัฐบาลไม่ตอบสนองอะไร ผู้ชุมนุมคงขยับ ตนเจอตำรวจสันติบาลก็ประเมินแบบนั้น ก็คงมีความเป็นไปได้หลายอย่าง
    ต่อมาหลัง พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าไม่ลาออก เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความว่า ในเมื่อประยุทธ์ไม่ยอมออก เห็นทีแล้วเราก็คงต้องเจอกัน “ในเมื่อคุยกับหมาไม่รู้เรื่อง ก็ต้องคุยกับเจ้าของหมา" จันทร์นี้เจอกัน เดินขบวนจากสามย่าน ไปสถานทูตเยอรมัน!!!.


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'