ศปปส.ต้านปฏิรูป'สถาบัน'


เพิ่มเพื่อน    


    ศึกชิงพื้นที่เริ่มแล้ว! มวลชน ศปปส.เข้าปักหลักรัฐสภายื่นหนังสือถึงชวน ค้านตั้งญัตติปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ขณะที่ต่างจังหวัดพรึ่บ ออกนัดรวมตัวกันผ่านโซเชียลฯ แบบไร้แกนนำ  ด้านหมอวรงค์ปักธงอีสาน ลั่นชนะแน่
    เมื่อวันอาทิตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานที่ด้านหน้าทางเข้ารัฐสภา ย่านเกียกกาย พบกลุ่มมวลชนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และภาคีเครือข่ายหลายกลุ่ม ชุมนุมปักหลักที่ทางเท้าด้านหน้ารัฐสภา เพื่อเตรียมยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร คัดค้านการยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ วันที่ 26 ตุลาคม ทั้งนี้ทางเพจของเครือข่ายระบุว่าจะปักหลักในพื้นที่
    ทั้งนี้ บรรยากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น. พบว่ามีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลืองทยอยเดินทางเข้าปักหลักในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่ร่วมการชุมนุมระบุว่า เหตุที่มวลชนบางส่วนเดินทางมาก่อนเวลานัดหมาย เพราะทราบว่าจะมีม็อบเคลื่อนไหวมาในพื้นที่ จึงต้องเข้าปักหลักในพื้นที่ก่อน และตลอดวันที่ 25 ตุลาคม จะมีมวลชนจากจังหวัดต่างๆ กว่า 10 จังหวัด ทยอยร่วมสมทบด้วย ส่วนการยื่นหนังสือต่อนายชวนนั้น ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ แล้ว
    ขณะที่การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ของรัฐสภานั้น ยังคงเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานคือ ตรวจสอบบุคคลที่ผ่านเข้า-ออกในพื้นที่ และนำแผงเหล็กกั้นเพื่อชะลอยานพาหนะของบุคคลที่ประสงค์จะเข้าไปยังพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ขณะที่บริเวณทางเท้าที่มวลชนปักหลัก พบว่ามีแผงเหล็กตั้งเป็นแนวยาวตลอดกำแพงของพื้นที่รัฐสภา
    วันเดียวกัน นางทยา ทีปสุวรรณ ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  ระบุใจความว่า ไปร่วมแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันกันค่ะ พบกันลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมฯ วันอังคารนี้ 27 ต.ค. เวลา 5 โมงเย็น
    ที่บริเวณศาลาชุมชนพอเพียง ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษากลุ่มไทยภักดี ได้จัดกิจกรรมแสดงจุดยืนในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกับกลุ่มไทยภักดีขอนแก่นและประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 200 คน โดยระบุว่า การกำหนดจัดกิจกรรมที่ขอนแก่นในครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเพื่อที่จะปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จริงๆ แล้วเรามี อุดมการณ์อยู่หลายเรื่อง แต่ในสถานการณ์เฉพาะหน้าเร่งด่วนก็คือเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ต้องแสดงพลังเพื่อปกป้องสถาบันกันอย่างเข้มแข็ง วันนี้ประเทศกำลังมีการคุกคามจากบุคคลอื่นในการจ้องที่จะล้มล้างสถาบัน จึงอยากให้คนไทยทุกคนร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจต่อการคุกคามครั้งนี้ และมั่นใจว่าจะชนะอย่างแน่นอน
    วันเดียวกัน ที่ จ.ขอนแก่น บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กลุ่มชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านและ อสม. ในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ กว่า 2,000 คน สวมเสื้อเหลืองรวมตัวกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและปกป้องต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งยื่นหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการทางกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมที่พูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์
    นายสุวิทย์ กาฬสินธุ์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงการแสดงออกในวันนี้ว่า ทุกคนมากันเองด้วยใจ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยให้ความเคารพ ส่วนตัวมองว่าการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในขณะนี้ มองว่าทุกคนมีสิทธิ์ทำได้ แต่ขอให้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่มีหน้าที่เรียนเป็นหลัก การแสดงออกต่างๆ ที่กระทำนั้น หากมีเนื้อหาสาระและอยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็ไม่ผิด แต่การจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง
    ที่ จ.นครศรีธรรมราช ประชาชนทุกภาคส่วนประมาณ 3,000 คน จากหลายอำเภอในจังหวัด พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยนัดหมายผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครแสดงตัวเป็นแกนนำที่ชัดเจน
    จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดได้เดินขบวนไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตามเส้นทางถนนราชการ ผ่านตลาดท่าม้า หน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วไปสิ้นสุดที่ลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และได้มีการอธิษฐานขอพรพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ให้คุ้มครองสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จากนั้นได้มีการแยกย้ายกันกลับอย่างสงบเรียบร้อย  อย่างไรก็ตาม ทางผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กำหนดนัดหมายกันอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.
    ที่ จ.ยะลา กลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวนกว่า 5,000 คน พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง ออกมารวมตัวกันที่สวนขวัญเมือง เทศบาลนครยะลา ก่อนที่จะร่วมออกเดินแสดงพลังในเขตเทศบาลนครยะลา เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ไม่ต้องการให้ใคร หรือกลุ่มใด ล่วงเกิน ทำลายชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปและปฏิวัติว่า พบกระแสพลังของประชาชนชาวไทยที่รักในหลวงและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ร่วมแสดงพลังบริสุทธิ์ให้เห็นในทวิตเตอร์ด้วยแฮชแท็ก #พลังเงียบ #ในหลวงสู้สู้ กระหึ่มโลกโซเชียลจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ อาจทำให้นายปิยบุตรตระหนก ตื่นจากการหลอกตนเองว่าคนส่วนใหญ่หลงเชื่อการปลุกปั่นที่ได้ทำมาตลอดเวลา
    น.ส.ทิพานันกล่าวว่า ทั้งนี้การร้อนรนรีบโพสต์ข้อความดังกล่าวอาจเกิดจาก 3 พฤติกรรมดังนี้ 1.ไม่อยากอยู่ประเทศไทยแล้ว 2. กลัวนายจ้างที่ตนเฝ้ายกยอแอบหลอกใช้จะหมดศรัทธาในภาพเงาที่สร้างมาของตนเอง 3.ประชาชนจะรู้ทันว่าการชุมนุมเกิดจากมายาคติ กุข่าวลือ สร้างข้อมูลเท็จ ปั่นกระแสสังคม โหมโฆษณาชวนเชื่อ propaganda กลัวประชาชนจะเห็นเจตนาชั่วของนักกฎหมายที่จงใจให้ความรู้ทางกฎหมายแบบผิดๆ ทั้งที่เกิดจาก เจตนาบิดเบือนและความหลงผิดคิดว่าตนเองรู้มากเพื่อหลอกลวงและหลอกใช้ประชาชน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"